๑๙. หารายได้จากการทำพอดคาสท์

มีคนถามผมเรื่องนี้หลายต่อหลายคนว่า มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่เราจะสามารถหารายได้จากการทำรายการแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในรูปแบบวิดีโอ หรือเสียง

เท่าที่พอจะนึกได้ และเห็นจากต่างประเทศ จะมีรูปแบบการหารายได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ ๓ รูปแบบใหญ่ๆ คือ

  1. สปอนเซอร์ ในรายการ ในรูปแบบเดียวกับวิทยุและโทรทัศน์ พ่วงการวางแบนเนอร์ Ads ที่เว็บ
  2. รับบริจาคผ่าน PayPal หรือ PaysBuys หรือ
  3. การจ่ายเพื่อฟัง ไม่ว่าจะเป็นแบบจ่ายต่อตอน หรือค่าสมาชิกรายเดือน

ผมยอมรับตรงๆว่า ณ เวลานี้ ผมยังไม่เห็นความเป็นไปได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างเท่าไรนัก จำนวนผู้ฟังรายการพอดคาสท์ไทยทั้งหมด รวมทั้งในและนอกประเทศ ทุกรายการที่มีมา ไม่น่าจะเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ผมเดาเองเล่นๆว่า เรามีเว็บไซด์ที่ทำรายการพอดคาสท์ Internet TV ทั้งหมด ตั้งแต่รายดังๆอย่าง Fukduk TV, DuoCore, ประชาไท และอื่นๆทั้งหมด ก็ไม่น่าจะเกิน ๑๐๐ เว็บ แต่ละเว็บก็มีอย่างน้อย ๑ รายการ ต้นทุนในการผลิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นในแง่เนื้อหา หรือรูปแบบ (เสียงอย่างเดียว หรือวิดีโอ)

เท่าที่ผมทราบมา ต้นทุนในการผลิตรายการแบบเสียงให้เป็นรูปแบบที่เป็นมืออาชีพชัดเจน อย่างน้อยๆ ก็เป็นหลักพัน ส่วนรายการที่เป็นวิดีโอนั้น ต้องเป็นหลักหมื่น และไม่ใช่หมื่นเดียว เพราะฉะนั้น ทุกๆคนคงคาดหวังว่า จะสามารถตั้งราคาได้อย่างน้อยๆตอนละหลายพัน จนถึงหลายหมื่น พูดกันกลางๆว่า ถ้าเป็นเสียง น่าจะต้องได้อย่างน้อยๆ ตอนละ ๕ พันบาท และตอนที่เป็นวิดีโอ ก็ต้องได้อย่างน้อยๆ ตอนละ ๒ หมื่นบาท ทั้งนี้ เราต้องมองในแง่พาณิชย์จริงๆ เพื่อให้รายการ หรือ เว็บอยู่รอดได้ ไม่ใช่ในกรณีที่เป็นเว็ปสมัครเล่นอย่างช่างคุย ซึ่งต้นทุนต่อตอน แทบจะไม่มี (แต่ทั้งนี้ เพราะรายได้ก็ไม่มีเช่นกัน)

เมื่อตัวเลขเป็นอย่างนี้ โอกาสที่จะได้สปอนเซอร์ ก็จะยากแล้ว เพราะเพื่อให้เข้าไปให้ถึงคนเป็นแสนๆ หรือ หมื่นๆคน ผู้ลงเงิน ไม่ว่าจะมาจาก Agency หรือเจ้าของสินค้าจริงๆ ก็ต้องลงหลายๆเว็บ เพื่อให้ส่งข้อความไปถึง หรือเลือกลงสื่ออื่นๆที่สามารถส่งไปได้เร็วกว่า ในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ นิตยสาร แบนเนอร์ในเว็บที่มี Hit rate สูง ซึ่งจะว่าไป การโฆษณาในพอทคาสท์ ก็ยังมีทางให้ลงอยู่บ้าง สำหรับการโฆษณาที่เป็นการสร้าง Brand Awareness มากกว่าที่จะเป็น Event Marketing เพราะรายการพอดคาสท์นั้น มีอายุนานมาก ไม่ได้มาแล้วหายไป เมื่อเทียบกับสื่ออื่น เช่น หนังสือพิมพ์ หรือวิทยุ คงต้องยอมรับว่า คงยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้ผู้ลงโฆษณา บริหารการใช้สื่อได้เหมาะสม

ลึกๆแล้ว ผมเชื่อว่า ผู้จัดรายการต้องสร้างเนื้อหาของรายการให้น่าสนใจอย่างสม่ำเสมอเสียก่อน เพื่อสร้างกลุ่มคนฟัง หรือ community ให้เป็นปึกแผ่นมากพอที่จะเป็นจุดสนใจ ทั้งนี้ คงต้องกลับไปที่ Long Tail ก่อน ซึ่งเคยเขียนไปแล้วนะครับ

ที่จะดูน่าสนใจกว่า น่าจะเป็นแนวทางในการจัดงาน เพื่อให้คนที่ฟังรายการเหล่านี้ ได้มาเจอกัน โดยจัดกันคล้ายๆงานอย่าง Wordcamp Bangkok 2008 ก็ได้ อย่างน้อยๆ ก็เป็นการแสดงการรวมตัวของคนจัดรายการที่รู้จักกันอยู่ในระดับหนึ่ง และยังพอจะดึงผู้ให้การสนับสนุนมาดูด้วยว่า กลุ่มคนฟังเป็นกลุ่มไหน ฐานคนฟังอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นกลุ่มเป้่าหมายตรง ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย

ถ้าดูจากรายการต่างประเทศที่ผมฟังอยู่เป็นประจำ รูปแบบการหาเงินส่วนใหญ่จะเป็นแบบการหาสปอนเซอร์ประจำรายการมากกว่า เรื่องการบริจาคนั้น น่าจะได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการจ่ายค่าฟัง ไม่ว่าจะต่อตอน หรือรายเดือนนั้น แทบไม่เคยได้ยินว่า มีใครประสบความสำเร็จจากรูปแบบดังกล่าว ขนาด Revision3 ที่ว่าแน่ ก็ยังต้องปลดบางรายการทิ้งไปเหมือนกัน เมื่อไม่สามารถหาผู้สนับสนุนได้

ก็ได้แต่ให้กำลังใจกันต่อไป เรื่องพวกนี้ มันต้องมีคนทำได้สักคนล่ะน่ะ

โฆษณา

๑๘. แฟนรายการ

เท่าที่จะรวบรวมได้

“สวัสดีครับ ผ่านมาเจอครับ เนื้อหาน่าสนใจ ให้ความรู้ดีมากเลยครับ ขอให้ทำต่อไปนะครับ จะสมัครเป็นแฟนประจำครับ”
๕ ตุลาคม ๒๕๔๙
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรจะเสนอแนะให้ค่ะ  อยากจะบอกแค่ว่าทึ่งและอิจฉาที่คุณได้ทำ เพราะจริงๆ แล้วเราก็อยากมีเว็บแบบนี้เหมือนกัน ติดแต่ว่าไม่มีแนวร่วมที่คิดเหมือนกัน เพื่อน ๆ เราจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว  อีกอย่างเงินทุนแล้วก็ไม่มีมากมายเท่าคุณด้วย เห็นคุณทำก็ดีใจว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนคิดเหมือนเรา จะแวะเข้ามาชมบ่อย ๆ นะคะ”
๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙

“เป็นรายการสดก็ดีนะ จะได้คอยติดตามกัน และมีการโทรไปถามกันสดๆ ก็ดีนะ”
๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๙

“สวัสดีครับพี่ภาสกร และพี่ๆทุกคนครับ ผมฟัง Podcast ของพี่ตั้งแต่คลิปแรกเลยครับดาวโหลดมาทุกรายการ(ฟังจาก iPod) ชอบทุกรายการเลยครับ มีประโยชน์แถมได้ฟังประสบการณ์จริงๆ จากหลากหลายอาชีพ ชอบครับ แต่อยากฝากนิดนึงครับ เรื่องการบันทึกเสียงครับ บางคนก็เสียงดังฟังชัด แต่บางคนก็เสียงเบามากเลยครับ(เข้าใจว่าใช้ไมค์ตัวเดียว ดันกันไปดันกันมา) และเวลาไปฟังบนรถซึ่งเสียงรบกวนมาก จะไม่ค่อยได้ยินครับ  แต่ถ้าเปิดดังมันก็จะได้ยินเสียงเลื่อนไมค์กับเสียงลมเป่าไมค์ ลำโพงแทบแตกครับ(แต่ก็แก้ง่วงดี) คงเท่านี้ก่อนแล้วกันเอาใจช่วยนะครับ รอฟังรายการดีๆทุกอาทิตย์ครับ”
๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๙

“ขอบคุณทีมงานที่นำความรู้ สาระดีๆๆมาให้ฟัง .. ทุกวันนี้ผม upload ทุกหัวข้อเก็บไว้ฟัง.. ส่วนเรื่องหาเงินสนับสนุนรายการเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าทุกอย่างมันมี cost ในตัว ถึงแม้ว่าเป็นความสนุก ความมันส์ส่วนตัวที่อยากจะให้คนอื่นได้ฟังเรื่องดี .. แต่เรื่องเครื่อง อุปกรณ์ server ต่างมันเป็นค่าใช้จ่าย ยังไม่นับค่าตัว 555 ส่วนคนอยู่ต่างประเทศอยากจะสนับสนุนหรือช่วยบริจาคจะผ่านทาง paypal ก็ดีเหมือนกันนะครับ ..เพราะว่าคงไม่ได้ไปซื้อถ้วยกาแฟ แน่ๆๆ เห็นเมืองไทยเค้ามีบริการ paybuys.com ลองเข้าไปดูนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณครับ สำหรับสาระดีๆๆ”
๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

“Dear K.Passakorn,

First of all, I would like to say that I admire your effort on publishing the most updated and valued podcast content in Thai! I’m your BIG Fan and listen to all of the categories you have, Changkhui, Mor Jiew, Khuikuitao and Indies’ Kitchen. …. ”

๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

” สวัสดีคะ ..ดิฉันเป็นนักศึกษาปริญญาโทของสถาบันวิจัย———- เมื่อจบมาก็เป็นนักำหนดอาหารคะ เลยอยากให้สัมภาษณ์อาชีพ”นักกำหนดอาหาร”คะ เพราะน้อยคนที่จะรู้ว่านักกำหนดอาหารมีหน้าที่อะไร ช่วยเราได้ในเรื่องอะไรบ้าง…………เหตุผลที่แนะนำ คืออยากให้คนไทยเห็นความสำคัญของการรักษาสุขภาพร่างกาย ถ้าเป็นเรื่องอาหารบำบัดโรคต่างๆ อาหารลดน้ำหนัก กินให้เหมาะกับวัย….นักกำหนดอาหารช่วยได้ อยากให้สัมภาษณ์ อ.—— /อ.——    ซึ่งทั้งสองท่านเป็นอาจารย์สอนทางด้านนี้ประจำอยู่ที่ สถาบันวิจัย——– คะ
ป.ล. ขอปรบมือให้ทีมงานทุกท่านที่สร้างสื่อที่เป็นประโยชน์คะ ^^”
๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

“ขอตินิดนึงครับ คือเว็ปนี้นี่แหละตัวการทำให้ผมหมดความหวังในชีวิต เพราะเล่นสัมภาษแต่ละคนไฮโซไปเมืองนอกเมืองนากันมาทั้งนั้น ส่วนผมทำไปทำมาจบวิศวะแต่ดันมาเป็นช่างกระจอก พอฟังชีวิตท่านอื่นๆแล้วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทำไม่เราไม่เคย หรือไม่ได้ทำแบบเขาบ้างนะ ทั้งๆที่ก็จบวิศวะมาเหมือนๆกัน ฟังแล้วได้ประสพการณ์+หดหู่ใจครับ อยากให้สัมภาษท่านที่เคยมีชีวิตแย่ๆ แต่ตอนหลังลุกขึ้นได้ใหม่เพื่อเป็นกำลังใจบ้างน่ะครับ”
๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

“อยากให้พูดถึงเรื่องการสัมภาษณ์งานให้มากกว่านี้น่ะครับ ผมว่าน่าจะมีประโยชน์มาก ๆ เลย ซึ่งตอนที่แล้วฟังแล้วไม่จุใจเท่าไหร่ครับ รวมไปถึงเรื่องการเรียนและทำงานในต่างประเทศ ก็น่าสนใจเหมือนกัน เพราะได้แง่คิดดีมาก ๆ ส่วนตอนล่าสุดสนุกดีครับ ฟังแล้วฮามาก และขอชมว่ารายการมีคุณภาพทุกตอนเลยครับ ติดตามตั้งแต่คลิปแรก และรายการแรกเลยครับ แต่ว่ารายการบางรายการหลัง ๆ ไม่ได้ฟังเพราะว่าไม่ได้สนใจ อย่างคุยคุ้ยเต่า หรือรายการทำอาหาร แต่รายอื่น ๆ ฟังหมดครับผม
ตั้งใจทำต่อไปครับ ผมชอบมากเลย มีประโยชน์เยอะมาก ๆ ครับ”
๘ ธันวาคม ๒๕๔๙

“กำลังฟัง job interview อยู่ครับ ใช้ itunes 7.0.1 download ช่างคุยปกติจะคุยถึงเรื่องประเภทไหนเหรอครับ ฟังเรื่อง job interview แล้วชักจะเริ่มงงๆ  หาไม่เจอว่าพูดถึงอะไร รู้สึกว่ามั่วไปหมด  เมื่อเทียบกับหัวข้อก่อนหน้านี้ Thai Engineer in USA topic ค่อนข้างชัดเจน ฟังแล้วเป็นกันเองดี ตอนนี้ก็กำลังโหลด topic อื่นๆ ก่อนหน้านี้ครับ อยากให้พูดคุยเกี่ยวกับ technologies มากกว่านี้ครับ ชอบฟัง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ”
๘ ธันวาคม ๒๕๔๙

“สวสดีพี่หงษ์คร๊าบบบ พี่คงได้เมล์จากน้องเบนไปแล้ว ก็เลยเมล์บ้างในฐานะแฟนรายการครับ อิอิ ก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่หงษ์และทีมงานนะครับ ฟังเกือบจะครบทุกคลิปทุกรายการแล้ว แล้วก็ลุ้นทุกทีว่ารายการจะ updateอีกเมื่อไหร่หนอ แล้วก็มีข้อเสนอแนะนิดนึงครับพี่ เป็นข้อเสนอในเชิงเทคนิคนะครับ เพราะเชิง Content นั้นสนุกอยู่แล้ว 1.รำคาญเสียงเลื่อนขาไมค์ (หรือเลื่อนไมค์) มาก ๆ เลยครับ มันทำให้หมดอารมณ์ได้อย่างไม่ยากเลย อาจจะต้องปรับวิธีพูดให้คนมาอยู่รอบ ๆ ไมค์ หรือหาวิธี Rotate ไมค์แบบไร้เสียง ผมเดาว่าตอนนี้คงใช้วิธีนั่งใกล้ ๆ โต๊ะแล้วเลื่อนไมค์เอา คนก็เดินไปเดินมาบ้าง อยากพูดก็เดินมาใกล้ไมค์
2.แต่ละคลิปคุณภาพเสียง + ระดับเสียง มันขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งวิธีนี้แก้ปัญหาได้ไม่ยากด้วยการใช้พวก plug-in ด้านเสียง+โปรแกรมตัดต่อเสียง ซึ่งทำไม่ยากเลยครับ (อันนี้พอจะแนะนำได้ เพราะทำงานด้านเสียงอยู่ครับ) อย่ายอมแพ้นะครับพี่หงษ์ เป็นกำลังใจให้เต็มเหนี่ยว มีอะไรเกี่ยวกับเสียงที่ผมพอจะแนะนำช่วยเหลือได้ก็ไม่ต้องเกรงใจนะครับ ^ ^”
๗ มกราคม ๒๕๕๐

“ชอบรายการช่างคุยมากครับ ฟังทุกตอนเลย เนื้อหาเป็นประโยชน์สำหรับคนมีความรู้น้อยอย่างผมมาก ขอให้คุณภาสกรอย่าเพิ่งหมดกำลังใจในการทำรายการนะครับ สู้ต่อไปครับ เรื่องที่อยากให้ช่างคุยนำเสนอตอนนี้ครับ ถ้าเป็นไปได้
– iPhone ของ Apple
– Windows Vista
– CPU Intel & AMD แนวโน้วการพัฒนาเทคโนโลยี่ของทั้งสองค่าย
– เทคโนโลยี่ของ PS3 ทำไมถึงถูกเรียกว่า Super Computer ในร่างของเกมคอนโซล
– และอื่นๆจะทยอยเสนอแนะนะครับถ้าคิดได้”

๑๖ มกราคม ๒๕๕๐

“Love your web, absolutely fantabulous! Reminds me of NPR shows. Keep up the great work naka :-)”
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

“Dear khun Passakorn and the gang,
I’m one of your podcast fan from the US. Thanks for the great podcasts. I listen to almost all of your programs. They really entertain me while I’m doing the experiments. (I’m a grad student in the field of biological science.) Sometime I laugh out loud bcuz of mai lub mai non and my friends wonder what’s wrong with me. And they’re also keep me posted about hot topics in Thailand cuz many times when I read online newspaper I didn’t know what they talked about such as jatukram ramathep. Oh! please tell boy city chan that I like his show. The way he talked made the topic easy to understand and interested. 
But I do have some comments. First of all, sometimes when u and the gang did some in-depth tech talks, I didn’t get it. Could u simplify it a little more for someone who’s totally out of the field?? And I know that u guys’re familiar with the tech jargons but I’m a low tech person so I don’t know the basic stuffs. And the other thing is some of you guys don’t speak Thai correctly. I mean for the R and L. (boat and monkey ha!ha!) That’s just a minor point and I noticed that u also commented that to your co-host from time to time. 🙂 
Then come to suggested topic. Could u guys make a comment on Mac vs PC?? I’m using PC at home but Mac in the lab. And many people I know prefer Mac over PC or vice versa. But most of them are personal preferences. So I’d like to hear an opinion from the tech/engineering point of view. It would be good if u guys can talk about the advantage of each. 🙂 And in the same episode (if u like) u can also make an introduction to Window Vista. How’s that?? One more topic that I’d like to hear is life as a monk II. I really enjoy that one and also learned a lot cuz that’s not the thing that u can hear/read it anywhere. In particular, there’re 3 ex-monks from totally different temples. 
Wow!! this is a really long email for me. Anyway, thanks again and keep on with the good job.

Cheers”
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

“สวัสดีครับพี่หงษ์ ขออนุญาตเรียกพี่นะครับ เพราะพี่น่าจะเป็นรุ่นพี่ลาดกระบังของผมสัก 2-3 รุ่น ถ้านับรุ่น ผมก็ลาดกระบังรุ่น 30 ภาคคอมพ์ครับ ผมก็เพิ่งค้นเจอช่างคุยหลังจากที่ไปลองซื้อ ipod จาก Costco มาเล่นดู  พี่จัดรายการได้ดีมากครับ  ฟังสนุก ได้สาระพอสมควร ขอให้พี่ได้สปอนเซอร์เยอะ ๆ นะครับ”
๑๑ มีนาคม ๒๕๕๐

“สวัสดีค่ะ พี่ภาสกร มาทักทายเล็กน้อย พอดีได้รู้จักกับเวบนี้โดยบังเอิญเจอ link ที่คนอื่นทำ bookmark ใน del.icio.us ไว้
(พี่ๆใช้ del.icio.us กันบ้างหรือเปล่า ถ้าใช้ต้องมี link น่าสนใจมากมายแน่ๆ อย่าลืมเอามาแบ่งกันนะคะ 🙂 ชอบช่างคุยมากเพราะส่วนมากเดี๋ยวนี้มีแต่รายการคุยคุ้ยข่าว คุยเรื่องซุบซิบดารามากมายแต่ไม่ค่อยมี
รายการคุยเรื่อง tech หรือวิชาชีพอื่นๆที่ประเทืองปัญญา ที่น่าชื่นชมมากไปกว่านั้น ก็คือการที่พี่ๆหลากหลายอาชีพมารวมตัวกันเหนียวแน่นเพื่อแบ่งปันความรู้  ให้สู่ผู้คนในวงกว้าง”
๑๑ มีนาคม ๒๕๕๐

“Dear K.Passakorn,
just want to tell you that I like your podcast program. I get to know your website from one of EMBA2005 (I’m a EMBA2006 myself!) and enjoy it very much.  Enjoy podcasting na krub!”
๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐

“พอดีเพิ่งมีโอกาส ได้ติดตามรายการก่อนหน้านี่ก็ฟังนะครับ แต่เป็นของ MACDDเคยเห็นเว็บนี้อยู่แต่ไม่ได้เข้า เพราะเน็ตช้ามากโหลดแต่ละทีลำบากเหลือเกิน ตอนนี้เน็ตเร็วแล้ว เลยได้มีโอกาสติดตามฟังย้อนหลังอยู่สามวันเกือบๆ 10 คลิบ
ทำงานไปฟังไป และกำลังโหลดให้หมด ขอบคุณที่ผลิตสิ่งๆดีมาให้ครับ ยังไงมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ครับ ผมเป็น graphic designer เล็กๆน้อยเรียกใช้ได้ “
๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๐

“ผมเป็นแฟนรายการช่างคุย น้องใหม่ ครับ ฟังไปฟังมา เลยฟัง หมดทุกรายการเลย สนับสนุน นะครับ ให้ทำรายการแบบนี้ เพราะถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ ดีกว่าดูทีวี เพราะ ในเนื้อหาบางตอนไม่สามารถหาดูได้ในทีวี และผู้จัด และ วิทยากร มีความรู้ และตั้งใจทำ  ยังไง อยากให้มีรายการใหม่ๆมาอีกนะครับ มาคอมเมนท์แล้วนะครับ”
๑๗ กรกฏาคม ๒๕๕๐ Webboard

“สวัสดีครับ  ผม nickname ในบอร์ด —- ครับ
ผมติดตามฟังรายการช่างคุยมานานแล้วครับ  เริ่มฟังจากรายการของหนุ่มเมืองจันทน์ครับผม ก็ชอบฟังหลายรายการครับ ได้ยินพี่ๆคุยกันแล้วน่าสนุกมากเลยครับ”
๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๐

“Sawadee krub,
My Name is —- (previously “——” which is my last name) I start joining your podcast 2 month since siampod post your link. Personally like Changhui and Mai lub Mail non. I love tech stuff (ie. internet, technology, gadget) and art (movie, music, etc.)  and now work in financial sector. Thst’s me.
You all are my inspiration on long last friendship and continue doing sth. together (like podcast). Keep go on krub. “

๔ ตุลาคม ๒๕๕๐

“ชอบที่พี่เขียนจังเลยครับ(เพิ่งไล่อ่านตั้งแต่ตอนแรก) ชอบฟังพี่ๆคุยกันด้วย รู้สึกสนุกตามไปด้วยทุกที แล้วก็ได้ความรู้เล็กๆน้อยๆอยู่เสมอ ผมรู้จักช่างคุยจากเว็บบอร์ด MrPalm.com ครับ ตอนนั้นมีคนมาโพสต์แนะนำเว็บเอาไว้ ผมเลยตามมาฟัง แล้วก็ฟังมาเรื่อยๆ ( http://www.mrpalm.com/board/view_board.php?id=72020 )
เนื้อหาหลากหลายดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปแล้วหนึ่งปี :)”
๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๐

“I just wanted to thank you for your english language podcast.  I frequently vacation in Thailand and have a fiance’ who is Thai, so I really enjoy keeping up with the local Thai news and I was pleased to discover your podcast recently.  Keep up the good work, I appreciate it!”
๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

“Dear Khun Passakorn, My name is —–, I just wanna send my regards and thanks for your podcast. I’d like to listen to it during my drive or in public transport. BTW: I notice that you have a t-shirt for the web. I’d like to have one as my present of appreciation to you & your team. Kindly send me more detail krab..”
๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๐

“สวัสดีครับ
ผมได้ฟังเทป (ถึงไม่ใช่ เอาเถอะ ถนัดปากดี) มาหลายๆเทป เห็นว่าอยากได้รับ feedback จากคนฟังมั่ง
แรกๆก็คิดว่าจะเขียนมาดีมั้ย หลังจากโดนรบเร้ามาหลายเทป ผมก็เลยคิดว่าต้องตอบแทนเจ้าของรายการบ้างก็เลยเขียนมา
ผมชื่อ—— ครับ อายุ — ปี ชายโสด แต่ไม่ซิง อยู่ที่บ้านแถวๆ—–ครับ ทำงานอยู่แวดวง IT (software) ประวัติทำงานสั้นๆก็ เปลี่ยนงานมา 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็น developer ใช้ Developer/2000 เขียน PL/SQL กับ Oracle DB กันอย่างสนุกสนาน อยู่สองปี แล้วย้ายมาเขียน J2EE อีก 6 ปี เป็นตั้งแต่ developer, senior developer, technical assistant, แล้วก็ assistant R&D ปัจจุบันอยู่บริษัทที่สาม อยู่ได้สองปีแล้วครับ ได้ฟัง PodCast ของช่างคุยโดยรู้จักผ่านทาง SiamPod ครับ
เจอโดยบังเอิญระหว่างที่กำลังหาวิธีแก้ไข firmware ของ iPod Video ที่ผมเพิ่งจะเซ้งต่อพี่ที่ทำงานมาให้อ่านชื่อเพลงกับอ่าน Note ได้ ฟังแล้วก็รู้สึกชอบสไตล์การเล่าเรื่อง อาจจะบังเอิญไปโดนตรง iQuit 1 & 2
เพราะเคยอยู่ในซอฟท์แวร์เฮาส์ทในไทย แล้วอยู่ที่บริษัทเดิม 6 ปี แล้วหลายกรณีก็ไปตรงกับใน PodCast ก็รู้สึกขำๆดีครับ
ตอนนี้ฟัง ช่างคุย ไม่หลับไม่นอน ช่างคุยกับหมอ
ผมตามดู 24 กับ Prison Break ซึ่งดูไปถึง Day 6 และ Season#2 แล้วมาเห็นเทปที่ว่าด้วย 24 และ Prison Break ในไม่หลับไม่นอนอันนี้โดนใจมาก คือดู 24 ก็จริง คือซีรีสแรกนี่ติดหนึบ นี่ผมดูกันทั้งบ้านจนตีหนึ่ง ที่ต้องหยุดนี่เพราะสิ้นตอนใน DVD แผ่นนั้น เลยได้สติว่ายามสามแล้ว เลยแยกย้ายสลายตัว แต่ไม่ทราบว่ามันสมจริงสมจังเยี่ยงนั่น อุๆ
ก็เลยมาแนะนำตัวประมาณนี้ก่อนเออ แล้วเสื้อฯ นี่ยังมีอยู่รึเปล่าครับ ถ้าอยากได้เนี่ย ต้องทำไงบ้างครับ เคยได้ยินตอนเทปแรกๆ
ตอนนี้ที่เว็บไม่เห็นข้อมูล/แบบ แต่สนใจอยากทราบข้อมูลนะครับ”
๘ มกราคม ๒๕๕๑

“Hello Khun Passakorn,

I listen to your Podcasts, “ChangKhui”. I think you have many geeks on your program and it is fun. I’ve
just finished the latest episode that you interviewed Koson about the media center. He mentioned about
watching Thai TV while he’s in the US. I just moved to the US and would like to know what is the best way to
watch Thai program in the US, FTA or satellite? What would you recommend? Did you come to the MacWorld Expo in SF this Jan.? I’m a Mac fan. If you will attend the MacWorld next year,
please let me know.”
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

“สวัสดีคร้าบ สมาชิกใหม่มารายงานตัวคร้าบ ได้ฟังช่างคุยมาหลายๆตอนแล้ว เหมือนทางพี่ๆจะกังวลว่าไม่มีคนฟังส่ง feedback มาเลย ก็เลยตัดสินใจส่งมาเนี่ยแหละครับ ผมชื่อ— อายุ 18 ปี ตอนนี้เพิ่งขึ้นปี 1 อยู่ที่ EPFL, โลซานน์,สวิตเซอร์แลนด์ ตอนแรกก็ไม่รู้จักเลยว่า podcast คืออะไร ก็มีเพื่อนที่เป็นฝรั่งเค้าสอนมา พอเริ่มเข้าใจใช้เป็นแล้วก็๋เลยลองหา podcast ของคนไทยดู ก็เลยมาพบเว็บของพวกพี่ๆเข้า ดีมากๆครับ ชอบฟังรายการ”ช่างคุย” เพราะเป็นเนื้อหา IT ที่ฟังไปได้เรื่อยๆสบายๆ ไหลไปเรื่อยๆและก็เป็นกันเอง มีสาระแบบไม่ซีเรียสดีครับ จะคอยติดตามผลงานไปเรื่อยๆนะครับ นับเป็นหนึ่ง podcast ดีๆเพื่อคนไทยครับ”
๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

“ผมติดตามรายการช่างคุยมาสักพักแล้วครับ  ชอบมากที่มีพี่ๆ มาเล่าประสบการณ์ต่างๆ ให้ฟัง
ผมว่าได้อะไรเยอะแยะเลยครับ อยากให้พี่ๆ ทำรายการนี้ต่อไปนะครับ   อยากให้พี่พูดเรื่อง skype หน่อยครับ คือ อยากรู้ว่ามันคืออะไร ใช้ไงครับ ขอบคุณครับ”
๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

“Hi Passakorn,

First thing I like to do is to briefly introduce myself: My name is —- and I live in the South of Thailand since about five years. I came across your podcasts while searching for Thai audio on the internet in order to improve my Thai listening skills. By now I am a BIG fan of your program and am extremely grateful to you and all the efforts you put into the program. I understand that your main audience are the Thais but for foreigners like myself and also some of my friends, you provide an excellent opportunity to work on our language skills and learn a lot about Thailand, its culture and people at the same time. So thank you very much for that……………….. You are doing a fantastic job. Thanks very much again.”
๒๐ เมษายน ๒๕๕๑

“ผมทำงานอยู่ใน field telecom เหมือนกัน และชอบฟัง podcast พวก twit, securitynow, dltv, diggnation, engadget อยู่ประจำโดยเฉพาะ securitynow ที่ให้ความรู้ได้ดีมาก และคิดมาตลอดว่าอยากให้มี podcasts ดีๆแบบนี้จากคนไทยบ้าง เพิ่งจะได้มาเจอ changkhui โดยบังเอิญ ขอบอกว่าชอบมากครับ แถมคนจัดคนหนึ่งยังเป็นรุ่นพี่ของผมอีกต่างหาก ขอเป็นกำลังใจให้คุณหงส์และทีม และขอให้จัด content ดีๆอย่างนี้ไปอีกนานๆเลยนะครับโดยเฉพาะส่วนของ changkhui podcast”
๒๑ เมษายน ๒๕๕๑

“I’ve just happen to found your Podcast site recently, and enjoying the Stories very much! Good job!
I’ve got a little suggestion that it wouldn’t be nicer if a long Episode were divided into multiple parts? For an instance, make a 60 minute Episode into 2 or 3  parts.
In this way listeners benefit with shorter download time, easier FF(fast forward) to reach any points of story while listening in a MP3 player.
But surely you editors would get much more trouble editing episodes and organizing them on your Podcast site as you already have plenty of Episodes.
Thank you!”
๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑
“Passakorn – I recently discovered Changkhui and wanted to commend you on your work.  I think you are providing a great service to people who want to listen to Thai language content on the internet.  Running Changkhui as a non-profit while working full time must also be challenging…..”
๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑

“ผมเพิ่งสมัครผ่าน podcastเหมือนกันครับ กำลังไล่ฟังของเก่าอยู่ ไม่คิดว่าจะมี podcastดีๆ แบบนี้ พอดีเป็นเพื่อนกับคุณ illford3200 แนะนำมาครับ มาจาก Los Angeles, CA ตอนนี้โหลดเข้า iphone เอาไปฟังบนรถสบายๆ เลยครับ อยากจะบอกว่าเป็นรายการที่เยี่ยมจริงๆ ครับ (โดยปกติไม่ใช่คนชอบฟังวิทยุ) แต่รายการเป็นกันเองอย่างชอบ ชอบที่คุณภาสกร คุยเฮฮาเป็นกันเองแบบไม่ formal มากกว่า ฟังๆอยู่ยังขำอยู่คนเดียวเลยบางที ดีใจครับที่มีรายการดีๆ ฟังอยู่เมืองนอก รายการดีไม่ซีเรียสเกินไป เอา technology มาคุย เรื่องต่างๆ มาคุย เช่นเรื่อง pizza อะไรแบบนั้น แปลกดีครับ ทำให้รู้มุมมองคนอื่นเหมือนกันอยากจะขอ comment นึดนึงครับ กว่าผมจะโหลดเข้าหน้า web แต่ละหน้าได้ มันช้า ถึงช้ามากเลยครับ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร หรือเป็นเพราะผมอยู่เมืองนอกด้วย ยิ่งเข้า webboard เนี่ย รอนานมากครับ”
๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

“หวัดดีค่ะ
เราเพิ่งมาเป็นแฟนรายการช่างคุย เราเรียนเตรียมฯรุ่นเดียวกันทีมงานด้วย
เราก็อยู่ห้องข้าง ๆ กัน กับห้องวิดวะมาตลอด 3 ปีน่ะ (คงพอเดาได้นะว่าเราอยู่ห้องอะไร) เคยคุยกับคุณหนิง แล้วก็อีก 2 คน ลืมชื่อไปแล้ว ตอนนั้นห้องวิดวะมีผู้หญิง 3 คน ส่วนผู้ชายก็พอจำได้คุ้น ๆ อยู่ในทีมงานก็หลายคน
เราเป็นคนทำงานด้าน IT เป็นแฟนรายการ “ช่างคุย” ส่วน”ไม่หลับไม่นอน” กับ “เรื่องบ้านบ้าน” ก็ฟังเฉพาะบางหัวข้อ
เพิ่งเริ่มฟังอย่างจริงจังก็ตอนที่ใช้ iPhone น่ะค่ะ คือได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์มานี้เอง แต่เคยมาเยียมชมบ้างได้ประมาณปีกว่าแล้ว เพราะเพื่อนเราชื่อ “มิ๊กกี้” แนะนำ ก็ชอบมาก ๆ ได้ทั้งสาระ ความรู้ สนุกสนาน บันเทิงดี มีหลากหลาย ครบเรื่อง ครบรส
แล้วก็ขอขอบคุณมากนะคะที่ทำให้เราไม่ตกยุค ต้องขอยอมรับเลยว่าได้รู้อะไรใหม่ ๆ ทั้งในทางเทคนิค และเรื่องทั่วไป ก็จากที่นี่แหล่ะ
ใน ยุคสมัยนี้ หาได้ไม่ง่ายนะคะ ที่คนที่อายุขนาดคุณ (เป็นอายุที่คนส่วนใหญ่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อครอบครัวตัวเอง) และมีความรู้ ความสามารถมากขนาดนี้ จะลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อคนอื่น ตอบแทนสังคม คืนสิ่งดี ๆ อะไรกลับมาให้สังคมบ้าง
มีความหวังดีที่จะ share ความรู้และประสบการณ์ให้คนอื่น และที่สำคัญ ทำด้วยความตั้งใจด้วย
การนำเสนอก็นำเสนอได้อย่างอารมณ์ดี สนุกสนาน ทำให้หัวข้อที่เป็นวิชาการ กลับสนุกขึ้นมาได้
ฟัง จากรายการเก่า ๆ เห็นว่ามีเสื้อ กับแก้วกาแฟโลโก้ changkhui ทำออกมาด้วย ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะมีผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ ออกมาอีกหรือเปล่าคะ
คืออยากช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ทำอะไรดี ๆ เช่นนี้ต่อไปอีก พร้อมทั้งอยากได้โลโก้ changkhui เป็นที่ระลึกด้วยน่ะค่ะ Cute
ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุก ๆ คน ให้ทำสิ่งดี ๆ เช่นนี้ต่อไป ไม่ท้อถอยนะคะ ขอบคุณค่ะ”
๑๒ กรกฏาคม ๒๕๕๑  webboard

“ผม — ใน twitter นะครับ หรือคนที่เคย PM ไปหาพี่ใช้ชื่อ ——– ในบอร์ดช่างคุย แล้วเป็นแฟนรายการของพี่หงษ์ด้วยครับ เนื่องจากคุณ ——– แนะนำรายการของพี่หงษ์มา ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าจะมี podcast ภาษาไทยแบบนี้ด้วย (ปกติก็ไม่เคยใช้เลยดีกว่า) หลังจากเริ่มมี iphone ผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ผมใช้ podcast มากขึ้น รายการพี่หงษ์ก็เป็นประเภทที่ผมชอบฟังอยู่แล้ว พวก technology หรือ gadget ต่างๆ บางห้องก็ฟังเหมือนกันครับ แต่ฟังไม่หมดซักที 555  ผมจะฟังรายการพี่ขณะออกไปขับรถมากกว่า นั่งฟังไปเรื่อยๆ รายการมีตั้ง 2 ปีแล้ว ต้องค่อยๆ ทยอยฟัง ชอบหลายๆ topic ดีครับ ผมบางทีแนะนำให้ พ่อครัว หรือ เืพื่อนที่่ทำร้านอาหารที่นี่ให้ฟังด้วยเหมือนกัน (อ้อ ผมทำงานร้านอาหารครับ งาน part time) แต่เค้าจะฟังพวกเรื่องอื่นๆ มากกว่า ห้องช่างคุย ขับไปติดตั้ง podcast ให้ที่บ้านพวกพี่ๆ เค้าเลย กลัวเค้าใช้ itune กันไม่เป็น ……”

๔ สิงหาคม ๒๕๕๑

ไม่เยอะนะครับ แต่ดีใจทุกครั้งที่ได้รับ จะสองปีแล้ว เร็วจัง

๑๗. สื่อหลักเริ่มมอง

หลายๆคนคงได้เห็นงาน MacWorld 2008 เมื่อกลางเดือนมกราคม ๒๕๕๑ (ที่เพิ่งผ่านมา) เป็นงานที่ทุกคนจำได้ว่า เป็นการเปิดตัว MacBook Air โดยมีการเล่น gimmick โดยใส่เครื่อง MacBook Air ในซองเอกสารสีน้ำตาล แล้ว Steve Jobs ก็เทเครื่องนี้ออกมาจากซอง น่าประทับใจมาก

แต่เสียดายที่หลายๆคนอาจจะมองข้ามอีกช่วงหนึ่ง ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งช่วงดังกล่าว เป็นตอนที่แนะนำการให้เช่าหนัง (Video Rental) ซึ่งถ้าเป็นเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่า สตูดิโอใหญ่จะยอม แต่ก็เป็นไปแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น คนรับชมอาจจะหันไปหาทางเลือกอื่นๆ ที่ทางสตูดิโออาจจะไม่ได้เงิน เช่น ไปโหลดทาง BitTorrent

ในช่วงดังกล่าว ทางแอปเปิลก็ได้ไปเชิญ CEO ของ 20th Century Fox มากล่าวแนะนำบริการ ผมเองก็เพิ่งสะดุดใจหลังจากที่ได้ยินที่เขาพูด เพราะเป็นการให้เหตุผลที่เข้าท่ามาก เขาบอกว่า เนื้องานของการทำหนังนั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า ทำใ้เร็วที่สุด ใช้เงินให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วก็ฉายให้มีคนมาดูมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนจะทำอย่างไรให้คนมาดูเยอะนี่สิ ที่ต้องมาพิจารณา เขาบอกว่า หลักๆแล้ว ผู้ชมต้องการให้บริการเหล่านี้ทำให้ได้ตาม ๕ ข้อนี้

๑) มีให้เลือกเยอะ (A wide varieties of choices)

๒) เข้าถึงง่าย (Easy Access)

๓) ใช้งานง่าย (Convenience)

๔) สามารถรับชมได้ ทุกที่ทุกเวลาที่ต้อง (Able to control where, when and how they consume it)

๕) สามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้ (Portability)

และนั่นทำให้เขาต้องมามองหาสื่อใหม่ที่สามาถทำหน้าที่ดังกล่าวได้ แล้วก็คลายปมว่า สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า ต้องทำให้ใช้งานใน iPod ให้ได้ ฟังแล้วแน่นอนว่า เอียงไปทางแอปเปิล แต่เนื้อหาทั้ง ๕ ข้อนั้น ผมว่า เข้าท่ามาก ลองนึกถึงรายการพอดคาสท์ทั้งหลายที่เรารับชม หรือรับฟังกันสิครับ (แน่นอน รวมทั้งเว็บพอดคาสท์อย่างช่างคุยด้วย) ตรงตามคุณสมบัติหมดทั้ง ๕ ข้อเลย

คนที่พูดนั้นเป็น CEO ของสตูดิโอฮอลลีวูดที่เห็นแล้วมีการเปลี่ยนแปลง ต้องหานวัตกรรมใหม่ออกมาช่วย ผมจำได้ว่า เคยอ่านในหนังสือ Work in Progress ของ Michael Eisner ซึ่งเป็น CEO ของ Disney ได้ออกมากล่าวถึง เมื่อตอนต้องตัดสินใจปล่อยหนังของดิสนีย์ในรูปแบบวิดีโอ หรือดีวีดีเหมือนกัน เขาบอกว่า หลายๆเสียง ณ เวลานั้น ก็คัดค้าน เพราะนั่นหมายถึงรายได้จากการฉาย Rerun ตามโรงทุก ๕ ปี ๑๐ ปีจะหายไปเลย แต่เมื่อ CFO ออกมาคิดเลขให้เห็นถึง Time Value of Money แล้ว ทุกคนก็ต้องยอมรับ รายได้จากการขายจะดีกว่าจากการฉาย Rerun

ผ่านมาถึงยุค ๒๐๐๐ ทุกคนก็ต้องมาคิดใหม่อีกครั้งว่า จะทำอย่างไรกับปรากฏการณ์ของสื่อใหม่เหล่านี้ และเราก็ได้เห็นแล้วอย่างน้อยก็จากขยับของ 20th Century Fox คราวนี้ แล้วบ้านเราล่ะ เราได้เห็นบ้างหรือยัง

ทุกอย่างมันต้องมาด้วยกันมั้งครับ ถึงจะเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวหลายๆอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็น

๑) นายทุน – สตูดิโอหนัง ค่ายเพลง สถานีโทรทัศน์

๒) ผู้ผลิตผลงาน – ผู้สร้างหนัง นักดนตรี ผู้ผลิตรายการ

๓) สภาพแวดล้อม – กฏหมาย infrastructure (ระบบสื่อสาร ไฟฟ้า ฯลฯ) ลักษณะทางสังคม

๔)  ผู้รับชม

ดูๆแล้ว ข้อ ๑ กับ ข้อ ๓ กระมังที่ทำให้สื่อใหม่ ยังเป็นสิ่งที่สื่อใหญ่ยังเพียงแค่ “จับตาดูอยู่เงียบๆ”

๑๖. โอกาสเกิดของสื่อใหม่

สื่อมวลชนที่คนนึกถึงอันดับแรกๆ น่าจะได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร เหล่านี้เป็นสื่อที่เข้าถึงมวลชนได้มหาศาล และเป็นที่เข้าถึงได้ง่าย ทุกเพศ ทุกวัย และเนื่องจากเป็นสื่อใหญ่ โครงสร้างธุรกิจจึงออกแบบให้อยู่ได้โดยโฆษณา

พี่ตุ้ม(สรกล/หนุ่มเมืองจันท์)เคยบอกไว้ว่า ในบรรดาสิ่งพิมพ์ทั้งสามประเภทใหญ่ นิตยสารอยู่ได้ด้วยโฆษณา รายได้จากการขายไม่ได้ช่วย และเป็นต้นทุนที่เอาเรื่องอยู่ หนังสือพิมพ์อยู่ได้ด้วยโฆษณาเช่นกัน โดยมีรายได้จากการขายพอจะหักกลบลบหนี้ค่าพิมพ์ได้บ้าง ส่วนพอกเก็ตบุ๊ค มียอดขายเป็นรายได้ล้วนๆ และมีกำไรเป็นกอบเป็นกำ (ถ้าขายได้นะ)

แล้วพอดคาสท์​ล่ะ

เท่าที่เห็นจากของต่างประเทศ สื่อประเภทนี้ยังอยู่ในขั้นแบเบาะ ผู้คนจับตามอง ให้ความสนใจ แต่ยังไม่ให้เงิน (เศร้า) ได้มีโอกาสฟังบทสนทนาของผู้ก่อตั้ง Podshow.Com ในรายการ This Week in Tech เมื่อประมาณต้นปีนี้ ก็ได้แต่ทำใจเหมือนกัน ถ้าคิดจะหาเลี้ยงตัวด้วยสื่อแนวนี้ เพราะคุณ Ron Bloom ให้สัมภาษณ์ว่า เขามีรายการในมือหลายพัน (น่าจะประมาณ ๕ พัน ถ้าจำไม่ผิด) แต่ที่ทำเงินได้ มีเพียงร้อยละ ๑๐ (ถ้าผิดพลาด มาโทษผมได้ครับ อาศัยความจำอย่างเดียว ไม่ได้กลับไปหาฟังใหม่) นั่นก็แสดงว่า พอดคาสท์ในเวลานี้ อยู่ในขั้นทดลอง เท่านั้น และคุณ Leo Laporte เองก็ยังพูดว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักคำว่า Podcast หรอก นั่นขนาดในสหรัฐอเมริกานะ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาได้ ก็อาจจะเป็นเทอมที่ติดปากเร็วก็ได้ เหมือนอย่าง Blog, iPod, BitTorrent ก็ได้

ผมเห็นด้วยกับที่หลายๆคนในวงการพอดคาสท์สหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นไว้ว่า แอปเปิลเป็นบริษัทที่มีส่วนร่วมมือ และผลักดันให้วงการพอดคาสท์เกิดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรองรับการทำงานพอดคาสท์ใน iPod/iTunes iPhone และที่น่าสนใจมากคือ Apple TV (แต่น่าเสียดายว่า เงียบเหลือเกินในเวลานี้)

จากเดิมที่สื่ออย่างพอดคาสท์ต้องรับชมทางคอมพิวเตอร์อย่างเดียว เราเริ่มมีตัวเลือกมากขึ้น สามารถรับชมทางเครื่อง iPod ได้ พกพาไปไหนต่อไหนได้ ฟังเมื่อไรก็ได้ ดูเป็นวิดีโอก็ได้ ต่อมาอยู่ในโทรศัพท์ด้วย พกง่ายเข้าไปอีก และเมื่อมาถึง Apple TV  ก็กลายเป็นว่า เรารับชมทางทีวีได้้ด้วย ปีนี้กลายเป็นปีแรกที่เราสามารถผลิตรายการวิดีโอในไทย แล้วนำไปฉายในทีวีได้ทั่วโลก(ที่มี AppleTV และอินเตอร์เน็ท) ดังนั้นผมจึงคิดว่า ผู้ทำรายการคงต้องทำรายการให้รองรับ Life Style ของคนรับชมมากขึ้น มีทางเลือกให้ทั้งเสียง วิดีโอ สามารถโหลดผ่านทาง iTunes ให้ไปอยู่ที่เครื่องไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น iPod, iPhone หรือ Apple TV ในขณะที่ต้องเตรียมหน้าเว็บไว้ด้วย content มีอย่างเดียวได้ แต่คงต้องเตรียมช่องรับชมไว้หลายทาง

ด้วย infrastructure ปัจจุบัน เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องเริ่มต้น แต่ความเป็นไปได้ทางเทคนิค เราได้เห็นแล้ว และไม่ต้องเป็นมืออาชีพ ก็สามารถทำได้ด้วย

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ผมว่าเราเริ่มเห็นความสามารถทาง supply แล้วล่ะว่ามาแน่ และง่ายขึ้นเรื่อยๆ แล้วเรื่อง Demand ล่ะ อันนี้จากสิ่งที่เราเห็นรอบตัว และจากประสบการณ์ที่ทำมา ผมว่า Demand สำหรับ content นั้นมีมานานแล้ว อย่างที่บอกเคยเขียนไปในตอนต้นๆน่ะครับ โทรทัศน์และวิทยุทำหน้าที่ป้อน content ที่เป็นที่ต้องการสำหรับคนหมู่มาก (เป็นหมื่น แสน ล้านคน)ไปแล้ว แต่โลกนี้ยังมีเรื่องอีกมากที่เป็นที่สนใจของคนในหมู่ที่เล็กลงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถโบราณ หนังทดลองแปลก ดนตรีแนวทางใหม่ๆ ผมเชื่อว่า เรื่องราวพวกนี้จะค่อยๆลงไปอยู่ในอินเตอร์เน็ท ในรูปแบบพอดคาสท์มากขึ้น ดูจากรายการของคนไทยเองที่ทำๆกันให้ได้เห็น ก็เริ่มเห็นแล้วว่า มีหลากหลายแนวทาง ต่างๆกันไป ไม่ว่าจะเป็น Dual Geek, DuoCore Tv, SukiFlix  หรือที่มาแรงอย่าง FukDuk TV หลายๆรายการทำ Production ได้ไม่แพ้รายการโทรทัศน์ทีเดียว

กลับมาเรื่องการแจ้งเกิดของพอดคาสท์บ้าง ดูเผินๆ Demand ก็มี Supply ก็พร้อม น่าจะเกิดได้ แต่พอดูในรายละเอียด คงต้องใช้เวลาในการหาจุดสมดุลย์อยู่บ้าง ลงโฆษณาโทรทัศน์ มีโอกาสให้คนได้ดูเป็นหมื่นเป็นแสน ลงโฆษณาในเว็บไซด์ก็ยังเป็นหมื่นๆ แต่ลงในพอดคาสท์ ยังอยู่ในหลักพัน คนลงโฆษณาคงคิดหนักหน่อย แม้จะมีข้อดีที่มี shelf life สูงมาก ตรงจุดกว่า วัดการรับชมได้แม่นกว่า ในขณะที่โทรทัศน์ วิทยุ นั้น ลงครั้งเดียว ผ่านแล้วก็ผ่านไป กลุ่มคนรับชมกว้าง(ไม่โฟกัส) วัดความนิยมจากการสำรวจ(มีความคลาดเคลื่อนสูง) แต่คนลงโฆษณาคงตอบเจ้าของเงินได้ง่ายกว่า เพราะอย่างน้อยๆ เรื่องนี้ใครๆเขาก็ทำกัน (เหมือนซื้อคอมพิวเตอร์ IBM จะอย่างไรก็ไม่โดนด่า เพราะซื้อของแพงไว้ก่อน)

คนทำพอดคาสท์เองก็คงปวดหัวกับเรื่องนี้กันทุกคน โดยเฉพาะคนที่ทำรายการวิดีโอ แม้ว่าต้นทุนในการออกอากาศไม่มีค้ำคอ เหมือนรายการโทรทัศน์ แต่ Production  Cost ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าการผลิตรายการโทรทัศน์เท่าไร  ก็ได้แต่ให้กำลังใจล่ะครับต้องทำใจ  ขอไปร้องไห้ก่อนนะ

๑๕. สถิติที่น่าสนใจ

(ผมเรียบเรียง ตอนที่ ๑๔ ใหม่นะครับถ้าใครได้อ่านมาก่อน อาจจะลองกลับไปดูใหม่ได้)

ตอนแรกที่ทำรายการ ก็ตั้งใจจะทำเป็นรายการเสียงอย่างเดียว แต่ด้วยความอยากลอง (อย่างที่เขียนในตอนก่อน) ก็เลยทำรายการวิดีโอด้วย แต่ด้วยความขึ้เกียจ ประกอบกับเกรงใจคนฟัง ก็เลยทำลิงค์ดาวน์โหลด และ iTunes ลิงค์ ให้โหลดเสียง แล้วก็ใช้ Google Video เป็นตัวเล่น Flash Video หน้าเว็บ เผื่อจะมีคนอยากดูวิดีโอ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมทำพลาด เผลอกดอัพโหลดไฟล์วิดีโอ ไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่อเมริกาด้วย ด้วยความเสียดายเวลาที่ทำไปแล้ว ก็เลยทำลิงค์หน้าเว็บให้ทั้งสองไฟล์เลย โดยที่ไฟล์วิดีโอใหญ่กว่าเสียงหลายเท่า เป็นรายการคุยคุ้ยเต่านี่แหละ ปรากฏว่า ยอดดาวน์โหลดเป็นวิดีโอสูงกว่าเสียงหลายเท่ามาก แปลกดี ทั้งๆที่มีคนบ่นว่า ไฟล์ใหญ่โหลดลำบาก แต่เมื่อให้เลือกเสียงและวิดีโอ ส่วนใหญ่ก็ยังเลือกวิดีโออยู่ดี

จากนั้นไม่นานก็ได้ไปฟังเสวนาของพี่ตุ้มและเฮีอฮ้อ ก็ได้ยินเฮียฮ้อพูดว่า ดูความสำเร็จของ YouTube ดูสิ มันแสดงให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ชอบดูทั้งภาพและเสียง มากกว่าเสียงอย่างเดียว ก็คงจริงล่ะครับ แต่ที่แน่ๆ content ต้องโดนพอสมควร เคยลองโพสท์ถามในเว็บบอร์ดคุยคุ้ยเต่าดู ว่า ถ้าเป็นไฟล์ใหญ่ๆจะโหลดไหม ก็ได้รับคำตอบทำนองว่า โหลดข้ามวันก็ยังทำมาแล้ว ขอให่้ทำออกมาเถอะ อื้อ! พลังของ content นี่แรงจริงๆ

นอกจาก content จะแรงแล้ว แรงเชียร์จาก Opinion Leader ก็สำคัญไม่น้อย แน่นอนว่า content ที่เราทำกับหนุ่มเมืองจันท์ ไม่มากก็น้อย ต้องมีคนอยากรับชม แต่ใครจะไปนึกว่า รายการที่คุณ Indies’ Girl ไปชวนคนดังจากห้องก้นครัวของ Pantip.Com จะมีแรงกระเพื่อมสูง ในตอนแรก ก็คาดอยู่แหละว่า จะมีคนมาเยอะจากการที่นกไปสัมภาษณ์คุณ Triny และคุณ Guzzie มาคุย แฟนๆของทั้งสองคนคงไม่น้อยทีเดียว แต่ที่งงกว่า คือคุณย่าดา เพราะท่านนำไปแนะนำใน Blog ของท่านด้วย (ที่เรียกว่าท่าน เพราะท่านอาวุโสกว่าผมมาก ใกล้ๆรุ่นแม่ผมเลยแหละ) แล้วปรากฏว่า ผ่านไปหลายเดือนๆ Blog นี้ก็ยังส่งลิงค์มาที่ช่างคุยอยู่อย่างสม่ำเสมอ น่าทึ่งจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าบทสัมภาษณ์ของทั้ง Triny และที่ Guzzie มาเล่าเรื่อง Delia Smith และ Martha Stewart ติดอันดับยอดโหลด Top5 มานานมากแล้ว

สถิติของเว็บไซด์เป็นเรื่องของการคาดคะเนในระดับหนึ่ง ผมนำ Log ไฟล์ของ Hosting Server มาวิเคราะห์ผ่านโปรแกรมไม่ต่ำกว่า ๕ โปรแกรม นอกจากผลจะไม่เท่ากันแล้ว มันยังต่างกันมาก อย่างมีนัยสำคัญเลยล่ะ คุยคุ้ยเต่ามียอด Request หลายๆพัน แต่มียอด Incomplete สูงมากพอๆกัน รายการอื่นมียอดลดลงมา แต่ก็มีสัดส่วน Request และ Incomplete พอๆกันกับคุยคุ้ยเต่า สุดท้ายผมเลือกจะเชื่อโปรแกรมที่ให้ค่าต่ำสุด เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจว่า ไม่เกินเหตุ และไม่หลอกตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ไม่น่าสนใจไปเหมือนกัน เวลาหาสปอนเซอร์

หลายๆคนแนะนำให้ใช้ Google Adsense ผมก็ลองนะครับ แต่่ด้วยประสบการณ์ส่วนตัว ผมแทบไม่ไปหน้าเว็บของรายการที่ตัวเองรับชมเป็นประจำ เพราะเรารับไฟล์ผ่าน RSS หรือ iTunes อยู่แล้ว ทำให้โฆษณาหน้าเว็บดูไม่น่าสนใจไปเลย เมื่อมาดูสถิติ RSS แล้วก็สอดคล้องกับที่เราเดาไว้ เพราะยอดคนเข้ามาผ่าน RSS สูงขึ้นเรื่อยๆ และเกินครึ่งหนึ่งของคนที่มาทั้งหมด จากนั้น ผมก็ลองใช้สถิติของ Alexa มาลองดู ก็ใจเสียไปเหมือนกัน เพราะอันดับล่อเข้าไปที่กว่าสองล้านของโลก  แต่เมื่อเวลาผ่านไป อันดับของเราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ไม่ทราบจริงๆว่า Alexa นี่ทำงานอย่างไร ดูทั้ง http visits และ XML ด้วยหรือไม่ แต่ก็ดูเป็นกลางดี และเป็นไซด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก เช่นกันก็มีคนแนะนำให้ใช้ True Hits แต่เมื่อต้องเสียเงิน ผมก็ต้องขอผ่านไปก่อน ไม่มีรายได้ ก็เลยไม่อยากเพิ่มรายจ่าย

ดังนั้นรายการพอดคาสท์จะใช้โฆษณาในรายการเป็นหลัก และก็เป็นข้อดีด้วย เพราะมันจะอยู่อย่างนั้นตลอดไป ไม่ว่าคนฟังจะมาฟังเมื่อไร เราสัมภาษณ์คุณวนิษา เรซไปตั้งหลายเดือน ก่อนที่เธอจะไปปรากฏตัวในรายการจับเข่าคุยของคุณสรยุทธ ยอดดาวน์ก่อนหน้านั้น ก็ธรรมดา แต่เมื่อรายการจับเข่าคุยออกอากาศไป ทำให้คนไปค้นชื่อเธอใน Google กันใหญ่ ทำให้มาเจอเว็บเรา ทำให้ยอดดาวน์โหลดและยอดรับชมทะลุไปหลายพันในช่วงนั้น และเทปนี้เป็นเทปที่เราได้ DTAC เป็นสปอนเซอร์ เราใส่โลโก้ DTAC ไว้ที่มุมจอ ก็เลยทำให้ผมรู้สึกดีไปด้วย เพราะอย่างน้อย เราก็ทำให้ DTAC ได้รับ Exposure ไปด้วย ที่จริงก็ต้องขอบคุณคุณหนูดีด้วย เพราะวันนั้นเธอมาที่บ้าน เพื่อบันทึกรายการของนก (คุยเฟื่องเรื่องฝึกอบรม) แต่ผมไปขอบันทึกเทปต่อ ซึ่งเธอก็ยินดี แถมเธอยังซื้อเสื้อช่างคุยไปด้วย ๒ ตัวแน่ะ (มาถึงที่แล้วยังเสียเงินอีก)

๑๔. คุณสมบัติเด่นของพอดคาสท์

จากที่ได้ลองๆทำพอดคาสท์มาเป็นปี ผมพอจะสรุปประสบการณ์ของตัวเองได้ว่า สื่อแนวใหม่มาทางสายอินเตอร์เน็ทในแนวที่เราทำอยู่นี่ มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนโทรทัศน์ วิทยุ อยู่พอสมควร ที่พอจะยกเป็นตัวอย่างได้บ้าง ได้แก่

๑) รับชมได้ เมื่อต้องการ และพกพาได้

อันนี้ดูเผินๆ ไม่น่าตื่นเต้น เพราะหลายๆคนนึกถึงเครื่องบันทึกวิดีโอ เมื่อก่อนสมัย iPod ยังไม่เกิด ผมก็เข้าใจว่า มันไม่น่าตื่นเต้นเหมือนกัน จนเมื่ออุปกรณ์ที่เราสามารถพกพาได้ เช่น มือถือ หรือ iPod มีความสามารถมากขึ้น นอกจากจะเล่นเสียงได้แล้ว ยังเล่นวิดีโอได้อีก ผมมาบรรลุสัจธรรมตอนที่ลูกสองคนหัวเราะชอบใจที่ได้เห็นเจ้า Elmo ในพอดคาสท์ของ Sesame Street ซึ่งผมเปิดให้ดูในขณะที่ผมขับรถในต่างจังหวัด อันนี้เป็นคุณลักษณะเด่นเลยของพอดคาสท์ คือ แม้ว่าเราจะต้อง online เพื่อให้ได้ content แต่เราก็ยังสามารถรับชมได้ เมื่อเรา off-line และ บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการด้วย

คุณสมบัติเรื่องพกพาได้นี่ ถ้าไม่มี iPod คงไม่รู้สึกเท่าไร เพราะเมื่อก่อน ตอนที่ยังไม่มี ผมก็เฉยๆ จนเมื่อมี ก็ติดจนได้ เพราะมันช่วยได้ในหลายสถานการณ์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเดินทาง รอนัดหมาย ก่อนนอน มันช่วยให้ไม่น่าเบื่อไปเยอะมากเลย

ต้องขอบคุณ Apple จริงๆ ที่ทำให้ iPod เกิด พอๆกับนึกเสียดายเว็บไซด์ดีๆ หรือความตั้งใจดีๆของคนไทยหลายๆแห่ง ที่ไม่ได้ทำ RSS feed หรือ ลิงค์ให้เก็บไฟล์ไปไว้ดู off-line ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่โทรทัศน์ หรือวิทยุไม่สามารถทำได้นะครับ นอกจากว่า เขาจะยอมให้ดาวน์โหลดไปรับชมกัน ซึ่งสื่อบ้านเรา ไม่ยอม แต่เราได้เห็นแล้วว่า สื่อต่างประเทศเริ่มให้การยอมรับมากข้ึนเรื่อยๆ ทั้ง NBC, ABC และ CBS ของสหรัฐอเมริกา สำหรับคนที่เดินทางในกรุงเทพ ไม่ว่าจะขับรถ หรือใช้รถโดยสารทั่วไป เราสามารถรับฟังพอดคาสท์ได้เมื่อเราต้องการ ที่จริงเราฟังวิทยุก็ได้ด้วยนะครับ ซึ่งผมเองก็ฟังเหมือนกัน แต่บางครั้ง เราก็มีเรื่องที่อยากฟังจริงๆในพอดคาสท์มากกว่า

๒) เนื้อหาตรงใจ

เรื่องนี้เป็นผลของ The Long Tail เต็มๆ คนที่มาทำรายการพอดคาสท์ส่วนใหญ่ น่าจะมาจากการที่ต้องการเสนอเนื้อหาอื่นๆบ้าง ที่ไม่อยู่ในสื่อใหญ่ ดังนั้นเนื้อหาและรูปแบบมักจะฉีกออกไป เพราะตอบสนองคนกลุ่มที่เล็กกว่า เล่นรายละเอียดได้มากกว่า ลองกลับมาที่คุยคุ้ยเต่าดูสิครับ รายการแบบนี้ ถ้าไปอยู่ในโทรทัศน์ ก็จะต้องไปเล่นเรื่องที่ใหญ่ข้ึ่นมา เพื่อให้อยู่รอดได้ พอมาเป็นเรื่องเฉพาะทางแบบนี้ ในรูปแบบเล็กๆอย่างพอดคาสท์ ก็ทำให้เราเล่นเนื้อหาได้ลึกกว่าเยอะ หลายๆรายการของคนไทยที่ทำกันมา ก็เป็นทำนองนี้ทั้งนั้น เช่น DuoCore ซึ่งเป็นรายการที่ดีมาก ทำการบ้านมาดี ลงรายละเอียดได้ลึกกว่ารายการโทรทัศน์ ทำให้คนในกลุ่มเป้าหมายชอบใจมากกว่า ที่จะไปรอดูในสื่อหลัก DualGeek ก็เช่นกัน เล่นเรื่องเดียวไปเลย ลงกันลึกๆแบบสะใจ

ผมคิดเอาเองว่า เนื้อหาที่ลงลึกๆพวกนี้แหละ ที่จะทำให้พอดคาสท์น่าสนใจ โดยไม่ต้องไปดูรูปแบบของโทรทัศน์หรือวิทยุ เพราะขนาดกลุ่มเป้าหมายต่างกัน

๓) ไม่จำกัดความยาว

ข้อนี้ไม่ต้องอธิบายมาก เป็นเรื่องดีทัั้งคนฟังและคนทำ ถ้าเนื้อหาดี โดนใจ ชั่วโมงเดียวยังไม่พอเลย แต่ถ้าลากยาว น่าเบื่อ ครึ่งชั่วโมงก็ทรมานแล้ว ซึ่งก่อนจะไปถึงคนฟัง ผู้จัดก็สามารถเลือกได้ว่าจะตัดต่อให้เหลือเท่าไร จัดๆไป ก็พอรู้ทางครับ ว่า อันไหนควรปล่อยไป หรืออันไหนควรตัดออก ข้อดีข้อนี้นี่เป้นข้อดีที่สื่อใหญ่ไม่มีจริงๆ เพราะเงื่อนไขทางธุรกิจบีบอยู่

๔) ไร้พรมแดน

โทรทัศน์จำกัดอยู่ในประเทศ (อย่างน้อยในเมืองไทย) ถึงจะมีความพยายามออกนอกประเทศบ้าง แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก ส่วนวิทยุนั้นยิ่งแล้วใหญ่ จำกัดอยู่ในพื้นที่ที่เล็กกว่าโทรทัศน์มาก สถานีดังๆยังจำกัดอยู่ในกรุงเทพ ไม่น่าเชื่อว่า พอดคาสท์เล็กๆอย่างช่างคุยยังมีแฟนรายการจากทั่วโลก ทั้งจากเมล์ที่ได้รับ และจากสถิติของเว็บที่เห็นมา ในขณะเดียวกัน ผมก็ได้รับชมการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในอเมริกา โดยไม่ต้องเดินทางหรือเสียค่าใช้จ่าย รายการดีๆเฉพาะทางมีให้เลือกมากมาย จากทั่วโลก

ผมเองก็ได้รับฟัง content ดีๆเยอะมากจากรายการพอดคาสท์ เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องที่อยากฟังแล้ว ยังเลือกฟังได้เมื่อพร้อม แถมโฆษณายังไม่มากเท่ารายการวิทยุที่มีให้ฟังทั่วไป มีแฟนรายการไม่น้อยเลย ที่บอกผมว่า ฟังรายการของพวกเราขณะออกกำลังกาย ไม่ว่าจะวิ่งหรือใน fitness center แถมบางครั้งคนก็หันมามอง เพราะฟังไป หัวเราะไปอยู่คนเดียว แล้วผมว่า คงมีไม่น้อยเลยที่ฟังก่อนนอน พอเคลิ้มๆค่อยปิดเครื่อง (อันนี้ผมเป็นเอง) น่าสนใจนะครับ ถ้าไม่ปล่อยให้โหลดไปรับชมกัน เราคงไม่ได้แฟนกลุ่มนี้

ต้องนึกขอบคุณข้อดีเหล่านี้จริงๆ เพราะทุกวันนี้ ช่างคุยตอนที่หนึ่งยังมีคนโหลดไปฟังอยู่เลย เพราะข้อดีเหล่านี้รวมกันนี่แหละ เฮ้อ! เมื่อไรจะมีคนมาลงโฆษณาอีกหนอ?

๑๓. คุณธรรมน้ำมิตร

ช่างคุยจะเป็นช่างคุยไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้เพื่อนๆมาช่วยกัน มากันแบบไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร

เพื่อนๆกลุ่มแรกที่ชวน แน่นอนย่อมเป็นเพื่อนๆที่ผมเจอบ่อย กลุ่มที่เล่นสควอชด้วยกันนี่แหละ ฟังแล้วดูเป็นกลุ่มมีฐานะ เพราะเป็นกีฬาที่หาเล่นไม่ง่ายนัก แต่ในความเป็นจริง พวกเราตีกันฟรีครับ สนามที่คอนโดที่ผมอยู่เปิดให้เล่นฟรี เข้าใจว่าสมัยก่อสร้าง มีที่เหลือในที่จอดรถ ก็เลยสร้างสนามนี้เสียเลย ไม่มีติดแอร์อะไรทั้งสิ้น พวกเราก็มาเล่นกันประจำอยู่แล้ว (อย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อน)

นอกจากบอย และโกศล(อยู่ที่อเมริกา)แล้ว นอกนั้นในกลุ่มแรกนี่ ไม่มีใครรู้จักพอดคาสท์เลย ไม่ว่าจะเป็นนุ้ย(วิรุฬห์์) จ๊อบ หรือ วรวัฒน์ จนถึงทุกวันนี้ ผมว่า ทั้งสามคนก็ไม่ได้ฟังพอดคาสท์ไหนๆอยู่ดี (ผมว่านะ) แต่เมื่อชวนแล้ว ทุกคนก็ไม่ปฏิเสธ ท่าทางจะสนุกด้วย พวกเรารู้สึกตั้งแต่ต้นแล้วว่า ทำรายการเสียงสนุกและง่ายกว่าทำวิดีโอ สงสัยประสบการณ์ทำ Wikipedia เทปแรกทำให้หลายๆคนรู้สึกเขินๆ

ในกลุ่มนี้นี่ ยังมีคนที่เล่นสควอชด้วยอีกสองสามคน แต่ไม่อยู่ในสายงานไอทีหรือโทรคมนาคม เราก็เลยไม่ได้ชวนมาจัด แต่พอนานเข้า นานเข้า ไอเดียเริ่มบรรเจิด เอ๊ะ รายการนี้ เราก็น่าจะทำได้ ไอ้นี่ก็น่าสนใจ อ้าว ชั้ยมานั่งรออยู่ทำไม มาจัดรายการช่างคุยกับสถาปนิกซะ (ชื่อรายการในเวลานั้น) เดี๋ยวเราโทรไปตามต๊ะมาเอง เออ นั่นสิ กานกับอู๊ดชอบคุยกันเรื่องบันเทิง (แบบไร้สาระ) ก็ถ้าอย่างนั้นแล้ว ทำไมไม่จัดเป็นอีกรายการล่ะ กลายเป็น”ไม่หลับไม่นอน”แล้วเอ๋นั่นน่ะ นั่งอยู่เฉยๆทำไม ลองคิดมาสักรายการสิ กลายเป็นเรื่องรถไปเฉยเลย แถมไปชวนยุทธมาอีก (หลายๆครั้งผมก็ไปร่วมบันทึกรายการ โดยยุทธเป็นคนเลี้ยงขวดเขียวด้วย) โอ๊ะ นั่นเบ้ อยู่ซอยเอกมัยเหมือนกัน ว่างๆก็แวะมาทักทาย ถ้าอย่างนั้นแล้ว เรามาจัดรายการด้วยเล่นๆเป็นครั้งเป็นคราวก็แล้วกัน กลายเป็น”นอกเรื่อง” อู๊ดเองก็เพิ่งกลับจากดำน้ำ ทำไมไม่ชวนหนิงกับคุณจิงมาเล่าเรื่องด้วยล่ะ ก็กลายเป็น”ดำน้ำ”

มันเป็นการแตกหน่อออกมาทำนองนี้นะครับ ไม่ใช่ว่า เราคิดว่า คนฟังอยากฟังอะไร แต่เราคิดว่า เพื่อนๆเราที่มีอยู่สามารถคุยกันเรื่องอะไร โดยไม่เป็นภาระในการจัดจนเกินไป แล้วมันก็แปลกดีนะครับ ส่วนผสมหลายๆอย่างดูจะแบ่งกันลงตัวเหมือนกัน เราโชคดีมากที่มีบอยและกานเป็น Utilities (ไม่รู้จะใช้คำไทยคำไหนดี) ทั้งสองคนเป็นผู้ให้ความช่วยเหลืออยู่ข้างหลัง โดยที่หลายๆคนไม่ทราบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหาข้อมูล หรือประชาสัมพันธ์ เวลามาคุยกันหลายๆคน หน้าที่จะแบ่งกันโดยอัตโนมัติ ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายเสริม ฝ่ายกวน ฝ่ายพิธีกร ก็มีแฟนรายการบางท่านเหมือนกันที่ตั้งข้อสังเกตุนี้มาว่า มีส่วนผสมที่น่าสนใจ อันนี้ผมเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน

วันดีคืนดี คุณกั้งจาก Siampod.Com ก็เมล์มาอยากขอสัมภาษณ์ หลังจากที่เห็นผมประชาสัมพันธ์ที่นั่นอยู่สักพัก ก็เลยได้รู้จักและเจอตัวคุณกั้ง หลังจากนั้นไม่นาน กั้งก็ถามว่า พี่มีรายการกีฬาไหม มีคนสนใจลงโฆษณา ซึ่งตอนนั้น เราไม่มี แต่มันทำให้ผมได้คิดต่อ ก็เลยถามคุณเอ๋ เพราะเราก็รู้จักคุณเก๊กทั้งคู่ เป็นเพื่อนสนิทของเพื่อนเราในกลุ่มนี้เหมือนกัน คุณเอ๋ก็บอกว่า เคยชวนแล้ว แต่คุณเก๊กไม่ว่าง แต่หลังจากนั้น ไม่นาน ไม่ทราบว่าคุณเอ๋ไปชวนอย่างไร คุณเก๊กหนีบพี่ฟาห์มาที่คอนโดผม บันทึกสามเทปรวดในคืนนั้น ผมเองก็เพิ่งรู้จักพี่ฟาห์คืนนั้นเอง พวกนี้คุยกันเหมือนครูพละคุยกัน มีเฮฮาตามประสาคนเล่นกีฬา ไม่เครียด ไปๆมาๆ นี่เป็นอีกรายการที่ผมไม่ต้องดูแลการผลิต คนจัดเขาจัดการกันเองได้ และรู้สึกว่า จะสนุกมากที่ได้ทำรายการ

พี่ตุ้มก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่ผมประทับใจ แม้จะนับได้ว่า เป็นนักเขียนรุ่นใหญ่ ในสายงานข่าว แต่ตัวจริงพี่ท่านเหมือนตัวหนังสือที่พี่เขียน เฮฮา ใจดี อย่างมีหลักการ ผมประทับใจในความช่วยเหลืออย่างมาก แต่เนื่องจากผมเองก็ยังไม่ทราบ จะหารายได้มาเป็นเรื่องเป็นราวอย่างไร และประกอบกับระยะทางจากคอนโดผมไปยังมติชน ก็เป็นระยะทางไม่น้อย ความสนิทสนมคุ้นเคยยังผิวเผิน ผมพบว่า ผมผลิตรายการนี้ลำบากกว่าที่ประเมิณไว้ในตอนแรก ถ้าเรามีผู้สนับสนุนจริงจัง ผมคงสามารถจัดรายการได้อย่างมีคุณภาพ มีการเตรียมสคริปต์ หัวข้อเรื่อง เราคงทำรายการได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้ผมค่อยๆเพลาเรื่องช่างคุยกับหนุ่มเมืองจันท์ไป แม้จะเสียดายไม่น้อยไปกว่าคนฟัง แต่ดูแล้วจะฝืนกำลังตัวเองไปเปล่าๆ เสียดายครับ แต่ดีใจที่พบว่า นักเขียนที่เราพบเป็นคนเดียวกับที่เราคาดไว้ ยังประทับใจน้ำใจอยู่จนทุกวันนี้ เพราะพี่ตุ้มก็ไม่คิดเงินครับ

นอกจากเราจะมีคนจัดรายการที่ไม่คิดค่าตัวแล้ว เรายังมีคนจัดรายการที่เสียเงินด้วย หมอจิ๋วและหมอหนึ่งเป็นคนที่ช่วยซื้อเสื้อช่างคุยกันคนละสี่ห้าตัว ด้วยแรงสงสาร และอย่างที่เอ่ยไปแล้ว พี่จิ๋วยังเป็นคนหา MacBook Pro ให้ผมด้วย น้ำใจของทั้งสองท่าน ไม่ทราบว่าจะตอบแทนอย่างไร และเนื่องด้วยข้อจำกัดของจรรยาแพทย์ และระเบียบของแพทย์สภา ทำให้เราไม่สามารถเปิดเผยหรือโปรโมตได้มากกว่าที่เราทำอยู่

พอเริ่มมีหลายรายการ เริ่มเป็นภาระ ก็ให้บังเอิญ คุณเบ้ไปเจอคุณแพนกับหมอรัฐเข้า เพื่อนเก่าสมัยมัธยม ก็เลยมาช่วยๆกันเล่าเรื่องหน่อย และด้วยความเป็นคนที่อยู่ในวงการศิลปะ คุณแพนก็เลยเป็นธุระให้้ผมไปเจอท่านอังคาร กัลยาณพงษ์ ครูปยุต เงากระจ่าง และภิญโญ (OPEN) นี่ก็เป็นอีกคนที่มาช่วย เพราะเป็นเพื่อนกัน

จากนั้น เมื่อมีีแฟนรายการ หลายๆคนก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เมื่อมีเรื่องอยากเล่า เราก็ชวนมาเล่าซะเลย รู้ทางกันแล้วนี่ว่า ช่างคุยออกแนวไหน ทั้งเจ้าอุ้ม (ลูกกลมกลม) และฟอร์ด (เอาจริงเอาจัง) ก็เข้ามาร่วมขบวนกัน โดยไม่ต้องพูดกันเรื่องค่าตัว (เพราะรู้แน่ว่าไม่มี) ถ้าใครสนใจเข้าร่วม ก็ก้าวเข้ามาครับ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงไม่น่าสงสัยแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไมผมถึงบทนี้ว่า คุณธรรมน้ำมิตร ซึ้งใจจริงๆ ถ้าสุดท้ายแล้ว ช่างคุยมีอันต้องปิดตัวลง ผมว่า ทุกคนก็คงมีความทรงจำดีช่างคุยอยู่บ้าง สำหรับผมเอง อย่างน้อยมันก็เป็นบันทึกความทรงจำชั้นดี ที่ไม่มีวันลืมเลยจริงๆ

จากจุดนี้ไป คงจะเริ่มเล่าในเรื่อง New Media และ Long Tail แล้วครับ ที่เล่าเรื่องเบื้องหลังก็เพราะอยากให้เห็นว่า ช่างคุยมีที่มาที่ไปอย่างไร หวังว่า ไม่เบื่อกันไปก่อนนะครับ