วิ่ง… (๑)

อุปกรณ์ FitBitแว่บแรกที่เห็นใน recommended list ใน Amazon.com ผมก็นึกสงสัยว่า เจ้า FitBit มันคืออะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก แต่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า มีเพื่อนคนหนึ่งน่าจะใช้งานอยู่ เพราะเห็นใน Facebook แต่ผมก็จำไม่ได้ว่า เพื่อนคนไหนกันแน่ จากนั้น ผ่านมาหลายเดือน ผมก็เห็นเพื่อนคนที่ว่า คือ อุลิต มีสถิติรายวันลงใน Facebook ก็เลยเมล์ไปถาม ได้ว่าความว่า ใช้งานอยู่ แล้วก็ชวนให้ผมใช้ ผมสองจิตสองใจอยู่นาน ตัดใจไม่เอา แต่อุลิตก็เสริมว่า น่าสนใจนะ ผมไปลองดูวิดีโอของ FitBit ดู คิดไปคิดว่า ก็ลองแล้วกัน

Image

ภาพจาก endgadget

ก่อนจะไปถึงว่า ผมมาวิ่งได้อย่างไร ก็คงต้องแนะนำเจ้า FitBit นี่เสียก่อน เจ้า FitBit ที่ว่านี่ มันทำหน้าที่เป็น Pedometer ครับ มันทำหน้าที่นับการเดินของเรา อุปกรณ์แบบนี้ มีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น แต่ที่ทำให้เจ้า FitBit แตกต่างจากคนอื่น คือ มันสามารถบันทึกข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ท ทำให้เราได้เห็นสถิติว่า แต่ละวัน เราเดินไปกี่ก้าว หรือประมาณกี่กิโลเมตร (ในชุดที่ให้มา จะมีแท่นชาร์จที่ทำหน้าที่ชาร์จต่อผ่าน USB  และส่งข้อมูลขึ้น http://www.FitBit.com ) เราสามารถเลือกที่จะเปิดให้คนอื่นมาดูได้แค่ไหน หรือปิด และเลือกได้ว่า จะแชร์ข้อมูลผ่าน social network (ตามสมัยนิยม) ทั้งทาง Facebook หรือ Twitter ก็ได้ ดูจากรูป ก็จะเห็นได้ว่า มันมีขนาดเล็กครับ พกพาง่าย ไม่ต้องชาร์จทุกวัน เก็บข้อมูลได้ประมาณ ๑ สัปดาห์ (ถ้าเราเดินทางและไม่สามารถเข้าอินเตอร์เน็ทได้) นอกจากนี้แล้ว ในรุ่นปัจจุบัน มันยังมีฟังก์ชัน altimeter วัดระดับความสูงได้ ประเมินได้ว่า เราเดินขึ้นบันไดไปแล้วกี่ชั้น หน้าจอของมัน สามารถกดดูข้อมูลได้ตลอดเวลา เราสามารถดูได้ว่า วันนี้ เราเดินไปแล้วกี่ก้าว ขึ้นสูงไปแล้วเท่าไร นอกจากนี้ เราสามารถตั้งให้มันวัดคุณภาพการนอนของเราด้วย โดยใส่เจ้า FitBit เข้าไปในสายรัดข้อมือ และกดให้มันจับเวลาก่อนนอน เมื่อตื่นขึ้นมา ก็กดหยุดเวลา มันจะประมวลผลของการนอนทั้งหมดว่า ใช้เวลาเท่าไร และขยับตัวมากน้อยขนาดไหน จากเวลาที่เราเข้านอน ๗ ชั่วโมง เราได้นอนนิ่งๆจริงๆ ประมาณเท่าไร (จากการใช้งานเจ้า FitBit มาสี่เดือน ผมเห็นว่า เจ้า FitBit เป็นตัวประเมินที่ดีนะครับ แต่ไม่ได้แม่นยำถึงขนาดว่า เอาไปอ้างอิงได้ แต่เมื่อมีข้อมูลติดต่อกันมาระยะหนึ่ง เราก็พอจะเห็น Pattern ของพฤติกรรมของเราได้อยู่) ข้อเสียอีกอย่างของมัน คือ ถ้าเราอยู่ในสถานะการณ์ที่กระเทือนเยอะ เช่น นั่งรถตู้ทางไกล เจ้า FitBit นับเพี้ยน เกินเลยไปเยอะเลยครับ ทั้งจำนวนก้าวและจำนวนชั้น

หลังจากที่ได้รับ FitBit มาใช้งานแล้ว (ผมฝากน้องสาวผมที่อยู่อเมริกาหิ้วกลับมาให้) ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ปีนี้เอง ผมคิดว่า สิ่งที่ผู้คิดค้น FitBit ตีโจทย์แตกละเอียดเลย คือการบันทึกลงในอินเตอร์เน็ทนี่แหละครับ ผมอ่านหนังสือเรื่อง The Power of Habit แล้ว ทำให้นึกถึงเจ้า FitBit เลย มนุษย์เรามักจะโดนกระตุ้นให้ทำอะไรสำเร็จได้ เมื่อเห็นตัววัดที่ชัดเจน จนนำไปก่อให้เกิดพฤติกรรมที่นำไปสู่การกระทำเป็นกิจวัตร พอเดินไปสักสัปดาห์หนึ่ง ผมก็พบว่า ตัวเองค่อนข้างติดการดูสถิติของมันอย่างจริงจัง เพราะมันเป็นสถิติของเราเองเลย คนทำ FitBit เขามีจิตวิทยาครับ เขาไม่ได้ตั้งตัววัดของเราเปล่าๆ เขาตั้งค่า Benchmark กลางๆไว้ครับว่า วันหนึ่ง เราน่าจะเดินได้ 10,000 ก้าว และขึ้นบันไดทั้งหมด 10 ชั้น ผมพบว่า ผมเดินอยู่ที่ประมาณ 4,000 ก้าวต่อวัน แต่ขึนบันได้อย่างมาก ก็ 1 ชั้นครับ ซึ่งก็นำมาสู่ข้อสงสัยต่อมาว่า ถ้าจะเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าวอย่างที่เขาตั้งไว้ มันจะยากมากไหม ว่าแล้วก็ใส่รองเท้าผ้าใบ ที่เราไม่ได้ใส่มานาน มาลองเดินดู หลังทานข้าวเย็นเสร็จ

ผมอยู่คอนโดมิเนียมครับ ในคอนโดฯ มีสองตึก ตึกละประมาณ ๓๐ ชั้น ผมเริ่มจากเดินในแนวราบ รอบๆสวนลอยที่เชื่อมสองตึกเข้าด้วยกัน พบว่า หนึ่งรอบ ใช้ประมาณ 400 ก้าว ถ้าจะเดินให้ได้ อีก 6,000 ก้าว ก็อีกหลายรอบอยู่ ก็เลยลองเดินไปตามชั้นต่างๆของตึกด้วย ระหว่างที่เดิน ก็ฟังพอดคาสท์ที่เราฟังประจำอยู่แล้วไปด้วย

จากการลองเล่นๆ ก็เริ่มเป็นกิจวัตร พบว่า เราทำได้ 10,000 ก้าว ไม่ได้ยากอย่างที่คิด จากที่เดินในแนวราบ เห็นทิวทัศน์เดิมๆ ก็กลายเป็นเดินตามลานจอดรถ สะสมชั้นที่เดินขึนด้วย จากจุดนี้ 10 ชั้น ก็ไม่เห็นจะยากตรงไหน อย่ากระนั้นเลย ลองเดินทั้งตึกดูดีไหม เอ๊ะ 30 ชั้น ก็ไม่ยากนี่หว่า แต่ที่สำคัญ อย่าเดินลง เพราะน้ำหนักจะลงเข่าเต็มๆ ทำให้พังง่ายขึ้น เดินขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ทั้งจำนวนก้าว จำนวนชั้น และเห็นว่า คอนโดเรา ก็มีห้องที่มีเลย์เอาท์จากภายนอกที่แปลกตาออกไปเหมือนกันนี่หว่า แถมมีคนลักลอบเลี้ยง สุนัขไว้ด้วยวุ้ย เนืื่องจากคอนโดที่อยู่เป็นคอนโดแรกของเมืองไทย ทางเดินหนีไฟ และทางเดินบันไดธรรมดา มีแยกกัน แถมมีบันไดหนีไฟถึง 2 ด้านต่อตึก ทำให้แต่ละชั้น มีบันไดให้เดินถึง 3 ทาง ผมเดินอย่างมีความสุข จากพอดคาสท์ที่ดองมา ไม่ได้ฟังหลายรายการ ก็ทยอยฟังจนหมด จนต้องมาฟังเพลงทั้งใหม่และเก่า ปนกันไป มารู้ตัวอีกที 1 เดือนผ่านไป ผมเดินเฉลี่ยวันละ 10,000 ก้าว 60 ชั้น สบายๆ ใช้เวลาวันละ 1 ชั่วโมง เมื่อเดินเสร็จ ก็ไปจัดรายการ ช่างคุยรายวัน กับกั้ง อย่างสบายๆ ทั้งหมดนี้ ก็ยังเป็นการเดิน โดยมีเจ้า FitBit และ iPod Touch + หูฟัง เป็นอุปกรณ์พกพา ทั้งลูกและภรรยา เริ่มทำใจรับได้กับพฤติกรรมของคุณพ่อและสามี ที่ต้องออกไปเดินไหนต่อไหน หลังมื้อเย็น สุขภาพไม่ได้ดีขึ้นเท่าไรนัก น้ำหนักก็เท่าเดิม แต่ที่เปลี่ยนไป คือ เหนื่อยน้อยลง แหงล่ะ เดินมาเดือนหนึ่งแล้วนี่ ร่างกายคงปรับตัวได้บ้างน่ะ

สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจไว้และเป็นความคิดที่มีมานานมากแล้วคือ ผมจะทำแค่เดินเท่านั้น เพราะผมเกลียดการวิ่งมาก มันน่าเบื่อและเสียเวลา คิดแบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เจอเพื่อนๆ ผมก็ชวนให้ลองใช้ FitBit แต่ก็บอกไปว่า ที่จะไม่ทำต่อไป คือวิ่ง เพราะ “กูไม่ชอบ”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s