Decision Points โดย George W. Bush

ตั้งแต่มี iPad และ Kindle ทำให้ผมลดการฟังลงไปเยอะมาก พยายามหาส่วนผสมที่ลงตัวว่า อะไรควรอ่าน ผ่านสื่อไหน ผมพบว่า ผมชอบอ่านนิยายผ่านการฟังและผ่าน Kindle ส่วน iPad นั้น เหมาะกับ Magazine และเว็บมากๆ แต่ที่แน่ๆ credit ของผมที่ค้างอยู่ใน Audible.com มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ได้ฟังเลย จนกลัวจะหมดอายุการสะสม ก็เลยเข้าไปเลือกมาสักเล่มใน Audible เพื่อจะได้ฟังบ้าง

ก็เจอเล่มนี้แหละครับ Decision Points โดยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แถมเจ้าตัวยังมาอ่านเองเสียด้วย น่าจะได้อารมณ์แบบที่ผมชอบ ไม่ผิดหวังครับ

ดูจะเป็นธรรมเนียมของผู้นำสหรัฐฯไปเสียแล้ว เมื่อผ่านวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว ก็จะเขียนหนังสือออกมา จะกี่เล่ม ก็สุดแล้วแต่ บางคนก็กลายเป็นนักเขียนไปเลยก็มี แต่ส่วนใหญ่คงเป็นบันทึกความทรงจำในช่วงดำรงตำแหน่ง ผมเคยเล็งๆบางเล่มไว้ แต่พอเห็นเสียงวิจารณ์ใน Amazon.com แล้ว ก็ชะงักไป เช่น My Life ของคุณ Bill Clinton เพราะเสียงส่วนใหญ่จะออกมาในแง่ว่า จืดชืด ขาดสีสันในการเล่า แต่พอมาลองๆดูของคุณ Bush เข้า ก็พบว่า เสียงส่วนใหญ่จะออกไปในทางบวก แม้ว่าหลายๆคนจะไม่ชอบผลงานในระหว่างการดำรงตำแหน่งของเขา ถึงขนาดว่า ผู้กำกับหนังฝีปากกล้าอย่าง Michael Moore ยังสร้างหนังต่อต้านเขา ในระหว่างที่เขากำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในวาระที่สอง แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่า คุณ Bush เล่าเรื่องได้ดี และตรงไปตรงมา จะชอบหรือไม่ชอบ ตัดสินกันเอาเอง

ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องของคุณ Bush นะครับ มันแปลกไปอีกแบบ เขาเริ่มต้นเรื่องด้วยการแนะนำประวัติของเขาพอเป็นสังเขป ตั้งแต่วัยเด็ก การเรียนหนังสือที่ค่อนข้างแย่ แม้แต่การเข้ามหาวิทยาลัย Yale ได้ ก็น่าจะเป็นที่อิทธิพลของพ่อเขามากกว่า การติดสุราในช่วงหนุ่มๆ การโดนตำรวจจับระหว่างขับรถ ความซุกซนหลายๆอย่างที่ปรากฏตามสื่อ แกก็เล่าตรงๆอย่างนั้นจริงๆ แต่ที่ว่ามานี้ ไม่แปลกครับ หนังสือแนวนี้ จะเริ่มด้วยการเล่าประวัติทั้งนั้น

ที่แปลกคือ คุณ Bush เลือกที่จะหยิบเหตุการณ์สำคัญๆในระหว่างดำรงตำแหน่งมาขยายความ แทนที่จะเล่าไปตามลำดับเวลา แน่นอนว่า เขาเลือกที่จะเล่าเรื่องอย่างเหตุการณ์ 9/11 สงครามกับอิรัก อัฟกานิสถาน พายุ Katrina ที่ถล่มนิวออลินส์ และมีเหตุการณ์หลายๆเรื่องที่ผมเคยผ่านตาบ้าง แต่เป็นเรื่องภายในของสหรัฐฯพอสมควร ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกสนุกมากนัก แต่ก็ค่อนข้างประทับใจกับวิธีการเล่า คนระดับนี้ เมื่อเลือกเรื่องที่จะเล่าแล้ว ก็ต้องปูข้อมูลประกอบที่สมเหตุสมผลและแข็งแรง(solid)พอที่จะเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า ทำไมเขาถึงตัดสินใจเช่นนั้น ในเวลานั้น

ผมเองก็เพิ่งทราบว่า เขาโดนต่อว่าอย่างมากในกรณีการให้ความช่วยเหลือกรณี Katrina จนการเป็นวิกฤติศรัทธาของเขาในช่วงปลายสมัยไปในที่สุด ฟังแล้ว ก็งงเหมือนกันนะครับ เมื่อโดย Protocol แล้ว ประธานาธิบดีจะให้ทางผู้ว่าการรัฐฯพิจารณาว่า ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือไม่ ก่อนจะเข้าไปช่วย เดาว่าอันนี้เป็น judgment call ของประธานาธิบดี จะ overrule หรือตามกฏ ก็ได้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่า ตัดสินใจผิดในหลายเรื่องในกรณีนี้ แต่ที่ดูแล้วเขาไม่คิดว่าตัวเองตัดสินใจผิดเลย คือกรณีอิรัก การเข้าไปยึดอิรัก เพราะเชื่อตามข้อมูลทางลับว่า อิรักมี Weapons of Mass Destruction (ขี้เกียจแปล) แม้ว่า (ผมเข้าใจเอาเอง) ปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่เจอเจ้า WMD เลยก็ตาม แต่เขาก็ยืนยันว่า ตามหลักฐาน ณ เวลานั้น ส่อไปว่ามีอยู่จริง

หนังสือเล่มนี้ ค่อนข้างสั้นในความรู้สึกผม เพราะกินเวลาฟังแค่ ๖ ชั่วโมงเท่านั้นเอง ตอนท้ายๆ เขาก็เอ่ยถึงหลายๆเรื่องที่เขาเลือกที่จะข้ามไป ด้วยข้อจำกัดของการทำหนังสือ แต่ผมก็ยังเสียดายอยู่เหมือนกัน แต่คิดว่า ถ้าเสียงตอบรับดี เขาอาจจะเลือกมาเขียนใหม่ก็ได้ เพราะอายุก็ยังไม่มากนัก ลองไปหาอ่านคำวิจารณ์จาก Wikipedia ก็พบว่า นักวิจารณ์หลายคน ไม่เชื่อเรื่องที่เล่าในส่วนที่เป็นรายละเอียดในหลายๆจุด อันนี้ สำหรับผู้ที่สนใจจริงๆ คงจะสนุก ถ้าได้ไปตามเรื่องต่อ และเรื่องที่เลือกที่จะ”ไม่เล่า” ก็ดูน่าสงสัยว่า เลี่ยงไปแบบดื้อๆเกินไป

อ่านเล่มนี้แล้ว ยิ่งนึกอยากเห็นผู้นำในบ้านเราออกมาเล่าบ้าง ในแถบนี้ ก็มีคุณลีกวนยู เล่าออกมาแล้ว ๒ เล่ม ผมอ่านเล่มแรกไป เมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่จบ แต่ก็ยังนึกชอบอยู่ เพราะเล่าได้ละเอียดมาก ถ้าผู้นำบ้านเรามาเล่าบ้าง แบบไม่กั๊ก คงสนุกมาก ผมคิดว่าเคยเห็นหนังสือของคุณอานันท์ ปัญยารชุน แต่คิดว่า ของคุณชวน หลีกภัย ยังไม่มี ของพลเอกเปรม ก็น่าจะยังไม่มีเช่นกัน บางท่านอย่างคุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯที่ผมต้องพูดตรงๆ ด้วยความเคารพว่า ผมไม่ชอบ แต่ผมก็อยากอ่าน เพราะช่วงเวลาที่เป็นผู้นำนั้น เป็นช่วงที่เป็นวิกฤติบ้านเมืองจริงๆ (และปัจจุบัน ก็ยังเป็นอยู่) ด้วยบุคคลิกที่โผงผางอย่างคุณสมัคร น่าจะเล่าเรื่องได้สนุกมาก แต่เสียดาย ชีวิตนี้ เราก็ไม่ได้เห็นหนังสือเล่มนี้แล้ว จะว่าไป ถ้าคุณทักษิณเขียนหนังสือขึ้นมาจริงๆ โดยมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษขึ้นมา ก็น่าจะเป็น Bestseller ได้ไม่ยาก เพราะไหนๆ ก็เข้าประเทศไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปเซ็นเซอร์อะไรมากเลย จะว่าไป ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองมานี่ แทบจะหาอ่านอย่างเป็นทางการได้ยากมาก เหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดทัน แม้จะยังจำความไม่ได้ ก็ไม่มีให้อ่าน ทุกวันนี้ ไปหาอ่านประวัติผู้นำชาติต่างๆจาก Wikipedia ดูจะง่ายกว่าหาอ่านเรื่องไทยๆอยู่มาก ก็ต้องค่อยๆบันทึกกันต่อไป

เขียนไปเขียนมา เข้ามาการเมืองในประเทศเฉยเลย เอาเป็นว่า ถ้าชอบหนังสือในแนวนี้ ก็ลองหาอ่านดูนะครับ ไม่ได้สนุกสนาน เฮฮา แบบของ Larry King หรือ Ted Turner แต่ก็ได้เห็นมุมมองในแบบสูง ชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง และเหตุผลในการตัดสินใจที่น่าสนใจดีครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s