๒๑. ปรากฏการณ์ iHear ที่วาวี อารีย์

ผมรู้จักพัชร (@iPattt) จากงาน Creative Common ที่ใช้ชื่อว่า CC Salon ซึ่งเป็นงานที่ผมตั้งใจเพียงแค่ไปขอบันทึกวิดีโอ เพื่อนำกลับมาออกในช่างคุย แต่ ๒ วันก่อนเริ่มงาน คุณอาร์ท (@Bact) (ผู้ประสานงานหลักในการจัดงานของ Cretive Commons Thailand) ติดต่อให้ผมช่วยดำเนินรายการให้ด้วย เนื่องจากติดภาระกิจของทางบ้านกระทันหัน

เมื่อต้องทำหน้าที่ดำเนินรายการ ทำให้ผมได้รู้จักผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนโดยปริยาย พัชรและเม่น (@iMenn) (คู่หูของพัชร) เคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในการพยายามเปิดค่ายเพลงเป็นของตัวเอง และนำประสบการณ์ช่วงนั้นมาเล่าให้ฟังกัน งานนั้นเป็นงานแรกที่ผมได้รู้จักพัชร เกิดศิริ แต่กับเม่นนั้น ผมเคยไปฟังเม่นพูดในงาน WordCamp ครั้งแรกอยู่แล้ว ทราบดีว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง WordPress และมาทราบในภายหลังว่า เม่นเคยฟังรายการในช่างคุยด้วย วันนั้นผมได้เพียงพูดคุยกับทั้งคู่ระหว่างดำเนินงาน ไม่ได้ทำความรู้จักเท่าไรนัก เมื่อเลิกงาน ก็แยกย้ายกันไป

จากนั้น เมื่อทั้งหมดเริ่มตามกันใน Twitter ทำให้ผมพอจะเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งคู่อยู่บ้าง และทำให้ทราบว่า พัชรยังคงเล่นดนตรีอยู่กับวงเฉพาะกิจที่ชื่อ iHear พร้อมๆกับทำงานในสายไอทีไปด้วย โดยพัชรไปเล่นคีย์บอร์ดที่ร้านกาแฟวาวี ที่ซอยอารีย์ ทุกเย็นวันอาทิตย์ แม้ผมไม่ได้ติดตามมากนัก แต่พอจะรู้สึกถึง”ความแรง”ของวงนี้ได้ รู้สึกสนใจอยู่นิดๆ เพราะมีกระแสที่แรงขึ้นเรื่อยๆใน Twitter โดยเฉพาะช่วงที่มีการแสดงในวันนั้นๆ เพราะผมจะเห็นหลายๆความเห็นของหลายๆคนที่แสดงบน Twitter และมีการใช้งาน hashtag #iHear และ #Wawee

หลังจากนั้น ไม่กี่อาทิตย์ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ผมก็ได้รับ Tweet จากพัชร ชวนมาบันทึกรายการ โดยมีวิทย์(@Simplywit) น้องคนที่ช่วยเหลือผมหลายๆครั้งในการบันทึกเสียง ได้รับ tweet นี้ด้วย ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพัชรและวิทย์รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี และวิทย์เป็นคนช่วยบันทึกวิดีโอแทนผมในงาน CC Salon ที่พัชรก็ไปด้วยนั่นเอง ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไปแบบมีอะไรทำด้วย เพราะถ้าไปฟังเพลงเฉยๆ ผมก็นึกไม่ออกว่า ผมจะนั่งได้นานขนาดไหน เพราะผมไม่รู้จักใคร และทำท่าว่า ทุกคนจะรู้จักกันอยู่แล้ว

จากนั้นประมาณ ๒ อาทิตย์ ผมก็ไปตามที่ได้นัดกันไว้ แม้ผมจะเตรียมอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ตัวเองมี แต่เมื่อเจองานที่ต้องใช้ความชำนาญทางด้าน audio กับมืออาชีพจริงๆ ก็ทำให้ผมอึ้งและพบว่า ตัวเองไม่มีความรู้มากพอ โชคดีที่วิทย์ก็มา และทำหน้าที่เป็น sound engineer ให้ โดยผมทำหน้าที่บันทึกวิดีโอไว้ และทางวิทย์กับฉัตร(@iChattt) (นักดนตรีอีกท่านหนึ่งในวง)ทำหน้าที่เซ็ทอุปกรณ์และบันทึกเสียง (ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมได้รู้จักผู้ฟังช่างคุยอีกท่าน ที่ปกติอยู่ภาคใต้ แต่วันนั้นอยู่กทม. นั่นคือโอม(@Ohm4U) และวันนั้น โอมก็มีส่วนช่วยในการเซ็ทอุปกรณ์ด้วย)

วง iHear เป็นการรวมตัวแบบหลวมๆ รับเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรกแบบจริงจัง เพราะหลายๆคนทำงานประจำในช่วงเวลาทำการ และรับเล่นดนตรีตามงานต่างๆเป็นงานอดิเรก โดยสลับสับเปลี่ยนแล้วแต่ใครจะว่าง มีสถานที่เล่นประจำคือที่ร้านวาวี ซอยอารีย์ ทุกเย็นวันอาทิตย์ โดยเริ่มเล่นที่นี่ตั้งแต่เมื่อประมาณปี ๕๐ แต่ในช่วงแรกๆ ยังไม่เป็นที่รู้จัก และมีผู้เล่นประจำไม่กี่คน คนส่วนใหญ่ในร้าน ก็มักจะไปทานกาแฟ มากกว่าจะไปฟังการเล่นดนตรี

แต่ในวันที่ผมไป ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ มีเหตุการณ์ที่ผิดคาดเล็กน้อย ซึ่งทางวงทำใจไว้อยู่บ้างแล้ว นั่นคือมีฝนตก แม้จะแค่เล็กน้อย แต่ก็เป็นอันตราบต่อการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า (ทั้งเครื่องดนตรีและเครื่องบันทึก) ทางวงและเจ้าของร้าน (คุณจิรัฏฐ์) จึงตกลงกันว่า ให้ย้ายเข้าไปเล่นในอาคารชั้นสอง

ตลอดเวลากว่า ๔ ชั่วโมงที่ผมอยู่บันทึกวิดีโอในวันนั้น ผมพบว่า นี่ไม่ใช่การเล่นดนตรีแบบที่เราเคยพบเห็นตามร้านอาหาร หรือร้านเหล้า แต่ดูจะเป็นเป็นวงดนตรี 2.0 มากๆ

  • สามารถเล่นเพลงได้หลายรูปแบบ (Varieties of contents)
  • มีนักดนตรีที่มาร่วมเล่นเลยโดยไม่ต้องซ้อม (Open Source) และ
  • เชื้อเชิญให้ผู็ฟังเข้ามาร่วมร้องเพลงด้วย (User-participations) มีทั้งร้องผิดคีย์ ร้องเพี้ยน ไปจนถึงมืออาชีพ พกไมค์ส่วนตัวมาเอง (วันนั้นมีวง Mellow Motif มาร่วมด้วย) เป็นปาร์ตี้ในคอนเสิร์ท หรือคอนเสิร์ทปาร์ตี้ ก็สุดแล้วแต่จะมอง
  • สื่อสารกับผู้คนรอบนอกในทันที (Real-time participation) โดยผ่าน Twitter ทั้งส่งภาพและข้อความ

การที่มีคนชอบวงดนตรีและมาร่วมกันฟังเพลง ไม่ใช่้เรื่องใหม่ เห็นกันมานักต่อนักทั้งโลก แต่ที่น่าสนใจในกรณีนี้คือ

  • ทางวงไม่มีผลงานออกมาเป็นอัลบั้ม เล่นเพลงสนุกๆที่หลายๆคนสามารถร้องตามได้ และนักดนตรีก็”เซียน”พอที่จะเล่นได้ทุกรูปแบบ ทั้ง Rhythm & Blues, Soul, Rock, Jazz จนถึงโดราเอมอน
  • แต่ละคนทำงานมากกว่า ๑ อย่าง เช่น งานเทคนิคทางด้านไอที ออกแบบอัญมณี หรืออาจารย์สอนดนตรี
  • กระแสตอบรับ มาจากทางอินเตอร์เน็ททั้งสิ้น ทั้งอีเมล วิดีโอคลิปบน YouTube และที่สำคัญที่สุด คือ Twitter
  • ที่น่าทึ่งมากคือ เป็นการเมากาแฟกันล้วนๆ เพราะเป็นร้านกาแฟและที่ร้านไม่มีเครื่องดื่มผสมอัลกอฮอลล์ขาย

มีบางช่วงเหมือนกันในคืนนั้น ที่ผมรู้สึก “ฉันมาทำอะไรที่นี่(เนี่ย)” เพราะแทบจะไม่รู้จักใคร อาศัยว่าใช้กล้องวิดีโอเป็นเครื่องมือในการเดินและขอทางเดินไปเดินมา แต่ก็รู้สึกชอบบรรยากาศและที่สำคัญ ผมได้รู้จักเพลงใหม่ๆหลายเพลง (ชอบจนไปหาซื้อในภายหลัง) วันนั้นมีเครื่องเป่าถึง ๓ ชิ้น Saxophone, Trumpet และ Flute ทำให้ภาพรวมดูดีมาก ที่สำคัญ ผมรู้สึกเหมือนมีส่วนร่วมในปรากฏการณ์พิเศษอย่างหนึ่ง น่าสนุก

คืนนั้นกลับมาแบบทั้งเหนื่อยและหิว แต่ก็ต้องรีบกลับ เพราะวันจันทร์ต้องไปทำงาน แต่ก็มีหลายๆความคิดผุดขึ้นในหัว ปรากฏการณ์แบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยนัก มีความน่าสนใจโดยตัว content แต่ยังเป็นกลุ่มเล็กเกินไปกว่าที่สื่อกระแสหลักจะหันมาจับ คงน่าสนุกไม่น้อยถ้าเราสามารถขยาย exposure ในใหญ่ขึ้นได้ เพราะตัว content ดูน่าสนใจอยู่แล้ว เป็นความรู้สึกอยากลองในแง่ของ Producer

จากวันนั้น ผมก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พัชร เพื่อนำมาออกช่างคุย (ตอนที่ ๑๔๖) ทำให้ทราบที่มาที่ไปและแนวทางชัดขึ้น และพัชรก็แนะนำให้ผมสัมภาษณ์คุณปลาทอง (@Plajazz) มือทรัมเป็ต ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มเล่นดนตรีที่วาวี เป็นคนแรก (ช่างคุย ตอน ๑๔๘) ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ผมคันในความรู้สึกอยากเป็น Producer ขึ้นมาอีกมาก แทนที่เราจะเป็นเพียงมีส่วนร่วม เราน่าจะเป็นคนทำปรากฏการณ์นั้นเอง น่าจะสนุกไม่ใช่น้อย

ผมลองปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในบริษัท เพื่อหาทางทดลองถ่ายทอดสดวงนี้จากที่วาวีดู ทางบริษัทก็สามารถใช้เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์การขายอินเตอร์เน็ท โดยไม่ได้เป็นการลงทุนมากมายนัก ทางวงและร้านก็สามารถใช้เป็น gimmick และประชาสัมพันธ์ได้ ส่วนตัวผมเอง ก็ได้ทดลองทำในสิ่งที่อยากทำ

ทุกฝ่ายตอบตกลงในเวลาอันสั้น ไม่มีใครเรียกร้องอะไรเลย รวมทั้งเจ้าของร้าน (คุณจิรัฏฐ์)ที่ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเป็นเรื่องใหม่ของทุกฝ่าย พอผมติดต่อไปพร้อมขอคำตอบโดยเร็ว ทุกคนก็ตอบตกลงแบบงงๆ เพราะนึกไม่ออกว่าต้องทำอย่างไรต่อ ผู้ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบจริงๆ

งานถ่ายทอดมีส่วนประกอบทั้งหมด ๕ ส่วน คือ

  1. งานเสียง (เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดคอนเสิร์ต งานเสียงจึงประณีตและแยกออกมาเป็น production ต่างหาก)
  2. งานวิดีโอ
  3. สัญญาณอินเตอร์เน็ท
  4. การทำ Streaming
  5. การทำหน้าเว็บถ่ายทอด

งานในส่วนที่ 3, 4 และ 5 ผมรับหน้าที่ไปประสานในบริษัท (http://www.Beenets.com/Live) งานที่ ๑ นั้น ทางวงรับไปจัดการเอง เพราะมีความสามารถเป็น sound engineer กันหลายคน แต่สุดท้าย ก็มาลงที่น้องวิทย์คนเดิม (เจ้าตัวเขียนประสบการณ์ในครั้งนั้น ไว้ที่ http://www.polypink.com/2009/11/live-broadcasting-with-presonus-studiolive ) ส่วนงานวิดีโอ ทางพัชรได้รับความร่วมมืออย่างดีมากจากคุณเดฟ (http://www.dawcomm.blogspot.com/) รายละเอียดของการถ่ายทอดครั้งแรก ผมยังอยากแยกออกมาเป็นอีกบทความหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องที่มีหลายๆท่านถามมา และเป็นเรื่องเทคนิคที่ต้องอธิบายในระดับหนึ่ง

แม้ว่าเสียงตอบรับจะยังไม่มากนัก แต่ก็ดูจะเป็นที่ถูกใจในบรรดาแวดวงคนไอทีที่รู้จักกัน หลายๆคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับงานแบบนี้บ้าง ในขณะที่ผมเองก็พบว่า งาน production หน้างาน ก็ไม่ได้มากเกินไปนัก มิหนำซ้ำแรงงานหน้างานมีให้เห็นอยู่มากมาย เพียงแค่เอ่ยปาก ก็มีหลายๆคนพร้อมจะหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ทันที

สำหรับหลายๆท่านที่ติดตามช่างคุยมา คงพอจะเห็นตัวตนของผมอยู่บ้าง และน่าจะเห็นทางหรือแนวทางที่ผมพยายามจะไป แต่กับหลายๆคนที่เพิ่งจะรู้จัก คงมองผมด้วยสายตาแปลกๆอยู่เหมือนกันว่า ผมเข้ามาทำอะไร มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ เรื่องแบบนี้อธิบายไปก็เท่านั้น การกระทำน่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดี บทความนี้เขียนเพื่อเป็นที่ระลึกใน series ของช่างคุย อย่างน้อย ก็ได้ลองทำอะไรที่อยากทำอีกอย่างหนึ่งแล้ว

Advertisements

13 thoughts on “๒๑. ปรากฏการณ์ iHear ที่วาวี อารีย์

  1. ขอบคุณพี่หงษ์มากครับ เวที #wawee เป็นอะไรที่ให้ลองอะไรใหม่ๆ ครับ ทั้งดนตรี เพลง community twitter streaming และต่างๆ นานา เท่าที่จะนึกกันครับ

  2. เจ๋งมากเลยครับพี่

    ผมกลับรู้สึกว่า พี่เป็นคนที่อยากจะเรียนรู้ และอยากจะลองในทุกๆ เรื่องมากกว่า

    เหตุการณ์ที่เอามืออาชีพทั้งหลายไปทำงานร่วมกันฟรีเป็นครั้งคราวเพื่อทดสอบไอเดียบางอย่าง ก็เป็นแนวทางของ Opensource อย่างหนึ่งเหมือนกันครับ ใครจะคิดว่าเราสามารถ Live วงดนตรี ฮาๆ ป่วงๆ โต้ตอบ 2 ทางได้อย่างสบายๆ ไปทั่วโลก ในขณะที่ทีมงานรัฐบาลแค่จะถ่ายทอดสดนายกยังมีปัญหา (อ้าว หาเรื่องอีกแระ :P)

  3. คนไป #Wawee เพื่อไปฟัง #iHear แล้วเกิดควมสนุกสนานเมากาแฟ ฮาๆ (เมาดนตรีโดยครับ)

    ขอบคุณพี่หงส์ด้วยเช่นกัน ทำให้คนบ้านไกลดู live วง #iHear ได้

  4. ขอบคุณที่ช่วยถ่ายทอดสดวง #iHear นะคะ
    ทำให้แม้วันที่ไม่ได้ไป ก็ยังได้รับรู้ถึงความสนุกเหมือนอยู่ตรงนั้นด้วยเลยค้า
    ปรีเปรมๆ ชื่นชมค้าๆ ^^

  5. Pingback: นิตยสาร Go Training ขึ้นปก วง iHear Band ที่ร้าน #Wawee | Plajazz

  6. Pingback: กำเนิด วาวี #wawee และวง #iHear | Plajazz

  7. Pingback: แบ่งปันวิธีคิดและกระบวนการในการพัฒนา iHearBand « iHear Band

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s