คิดต่าง ไม่เห็นจะผิด

เขียนให้นิตยสาร Go Training  ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒

ได้มีโอกาสได้รับฟังรายการ Buzz Out Loud ของเว็บ CNET (CENT.com) ซึ่งเป็นรายการข่าวสารทางเทคโนโลยีรายวันของทางฝั่งสหรัฐอเมริกา ตอนที่ ๑๐๓๓ (วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒, http://www.cnet.com/8301-19709_1-10302978-10.html?tag=mncol;title) แล้วให้สะดุดใจ เพราะว่า วันนั้นเป็นวันที่เชิญผู้ดำรงตำแหน่ง Chief Technology Officer ของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน (ของคุณ Barack Obama นี่แหละ) มาให้สัมภาษณ์ในรายการ ทั้งคำถามและคำตอบแต่ละอย่าง ฟังแล้วทำให้นึกถึงรัฐบาลบ้านเราไม่ได้ เพราะดูแล้วนอกจากจะให้ความหวังหรือความเห็นในทางลึกแล้ว ยังแสดงถึงความเชี่ยวชาญ หรือรู้จริง ของคนตอบอยู่ในที แม้จะมีการกรรเชียงถอยบ้างในหลายๆคำถาม แต่ก็เป็นแบบมีเชิง ฟังแล้วรู้ว่า คนตอบรู้จริง แต่เลือกที่จะไม่ตอบในบางเรื่อง

อย่างหนึ่งที่ทำให้ทึ่งคือ คนตอบแกชื่อ Aneesh Chopra ครับ ฟังแล้วให้ฉงน จนไปโหลดรายการที่เป็นเวอร์ชันวิดีโอมาดู แกเป็นแขกจริงๆด้วย แม้ accent จะไม่ใช่ แต่ชื่อก็บอกอยู่  พอดูไปดูมา อีกตำแหน่งหนึ่งในรัฐบาลของ Obama คือ Chief Information Officer  ชื่อ Vivek Kundra ใช่ครับ เขาก็เป็นแขกเหมือนกันครับ อายุเพิ่งจะ ๓๕ ปีเท่านั้นเอง แล้วก็เป็น first generation ด้วย เพราะว่า พอไปดูประวัติ ปรากฏว่า แกเกิดที่อินเดียครับ แล้วก็ย้ายมาอยู่อเมริกา พร้อมครอบครัว ตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ

รายละเอียดการแต่งตั้ง อยู่ที่

ผมไม่สามารถหาข้อมูลของคุณ Aneesh ได้จริงๆว่า เป็นเชื้อชาติไหน และเป็น First Generation ในอเมริกาหรือเปล่า แต่ของคุณ Vivek นี่ ข้อมูลตรงกันจากหลายๆที่ เป็นเรื่องที่น่าทึ่งทีเดียว ที่บุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของเขาจะมาจากเชื้้อชาติอื่นได้

แต่จะว่าไป บ้านเราในอดีตก็มีนะครับ ในสมัยอยุธยา เราก็มีเจ้าพระยาวิชาเยนต์ ซึ่งเป็นชาวโปรตุเกส และออกญาเสนาภิมุข ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ในพศ.นี้ ผมยังนึกไม่ออกว่า ถ้ามีการแต่งตั้งตำแหน่งที่เป็นหัวหน้าในเชิงนโยบายแบบนี้ในรัฐบาล จะได้รับแรงต่อต้านขนาดไหน ถ้าจำไม่ผิดในรัฐบาลของคุณทักษิณ ก็เคยมีการแต่งตั้งทำนองนี้เหมือนกัน ก็ยังโดนกระแสต่อต้านมาในระดับหนึ่งเลย ว่าแต่ว่า เราจะนับคนคนหนึ่งว่าเป็นคนไทย จากอะไรดี

  • เกิดต่างแดน ก็น่าจะพอนับเป็นคนไทยได้ (พ่อไทย แม่ไทย แต่เกิดในต่างแดน)
  • เกิด เรียน และเติบโตในเมืองไทย ก็ยังไม่แน่ว่าจะใช่ ดูอย่างกรณีคนที่เกิดชายแดนไทย
  • อยู่เมืองไทยมานาน จนไม่กลับไปบ้านตัวเองแล้ว ก็ยังมีหลายๆคน ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนไทยอยู่ดี

แต่จะว่าไปแล้ว การเป็นคนไทยโดยเชื้อชาติ ยังเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ในบ้านเรา ดูได้จากสิทธิในทรัพย์สิน (การซื้อครองที่ดิน การถือทรัพย์สิน สิทธิ์ในทางนิติกรรม) หรือสิทธิทางการเมือง (สิทธิ์ในการเลือกตั้ง สิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง) ในขณะที่หลายๆแห่ง เรื่องนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ประเทศใกล้ๆตัวเราอย่างสิงคโปร์ ก็ดูจะเปิดรับเรื่องนี้มากขึ้น ยิ่งพอเห็นตัวอย่างของ CIO และ CTO ของสหรัฐอเมริกาแล้ว ทำให้ผมเริ่มเห็นแนวคิดหรือแนวทางปฏิบัติใหม่ๆมากขึ้น ในขณะที่เมืองไทย เมื่อไม่เกิน ๑๕ ปีมานี้ เรายังนำเรื่องชาติกำเนิดของคุณบรรหาร ศิลปอาชามาคุยกันอยู่เลย

พออ่านมามาถึง สองตำแหน่งของรัฐบาลสหรัฐฯดังกล่าว ก็นึกถึงอีกองค์กรหนึ่งประเทศออสเตรเลีย ชื่อว่า Macquarie Infrastructure Group (http://www.macquarie.com.au/au/mig/index.html) ที่อยู่ในเครือ Macquarie Bank จำได้ว่า เคยอ่านเจอในนิตยสารฟอร์จูนเมื่อหลายปีก่อนแล้ว องค์กรนี้เป็นเอกชนครับ เขาทำหน้าที่ไปประมูลงานบริหาร สาธารณูปโภคในประเทศต่างๆที่ทางรัฐนั้นๆ ประสบปัญหาในการบริหาร ตอนแรกที่อ่านเรื่องนี้ ผมเองก็รู้สึกแปลกมากๆ ลองดูตัวอย่างของงานที่ทาง Macquarie Infrastructure Group ได้มานะครับ

  1. M6 Toll (ด่านผ่านทางมอเตอร์เวย์) ของประเทศอังกฤษ ด่านผ่านทางแห่งนี้ขาดทุนมาตั้งแต่ปีแรกที่เปิดทำการ (เปิดเมื่อปีคศ. ๒๐๐๔ นี่เอง) ปีแรกก็ขาดทุนทางบัญชีเข้าไป ๒๖.๕ ล้านปอนด์ แม้จะกำไรจากการดำเนินงานอยู่ ๑๖ ล้านปอนด์ แต่เมื่อเจอค่าดอกเบี้ยเงินกู้ ๔๓ ล้านปอนด์ ก็เลยทำให้ขาดทุนเข้า ๒๖.๕ ล้านปอนด์เลยทีเดียว เรื่องนี้ ผมเคยอ่านนานมากแล้ว แต่ไม่ได้จดไว้ว่า อ่านมาจากที่ไหน ข้อมูลนี้เลยขอยกมาจาก Wikipedia นะครับ อาจจะดูชุ่ยหน่อย แต่ผมค่อนข้างเชื่อข้อมูลนี้ ลองไปหาอ่านได้ที่นี่นะครับ http://en.wikipedia.org/wiki/M6_Toll แล้วก็ใช่ว่า ให้เอกชนมาดูแล้วจะไปได้นะครับ เท่าที่อ่านมานี่ โครงงานนี้ ก็ยังย่ำแย่อยู่ ถ้านึกภาพไม่ออก ก็นึกถึงด่านผ่านทางมอเตอร์เวย์ของเราที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพกับพัทยาน่ะครับ ลักษณะเดียวกัน
  2. Chicago Skyway Tollbridge โครงการนี้ ก็เป็นโครงการเกี่ยวกับถนนเช่นกัน โดยเป็นการบริหารค่าผ่านทางโครงการนี้ โดยเป็นการเช่าใช้สิทธิ เป็นระยะเวลา ๙๙ ปี โดยเป็นการร่วมทุนกันระหว่างกลุ่ม Macquarie ที่ว่านี้ กับกลุ่มเงินทุนจากสเปน ที่ชื่อ Cintra Concesiones de Infraestructuras de Transporte S.A. รายละเอียดของโครงการนี้ มีอยู่ใน Wikipedia เช่นกันครับ อยู่ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Chicago_Skyway หรือจะดูเว็ปอย่างเป็นทางการของโครงการได้ที่ http://www.chicagoskyway.org

นอกจากนี้ แล้วกลุ่ม Macquarie ยังมีโครงการด้่านพลังงานที่ Canada ด้านถนนที่ฝรั่งเศส และด้านถนนที่ Virginia อีก

อ่านแล้ว งงไหมครับว่า เขาทำกันได้อย่างไร ทั้งฝ่ายรัฐที่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาประมูลงาน และถือสิทธิในการบริหาร (รวมทั้งเก็บค่าบริการ) และฝ่ายผู้ไปบริหาร ที่แบกความเสี่ยงในการโดนยกเลิก หรือการดูแลโครงการ แนวคิดแบบนี้ มีมาได้อย่างไร ใครเป็นคนคิด ใครเป็นคนทำ และใครเป็นคนยอมให้ทำ ดูๆแล้ว คงเป็นไปได้ไม่ง่ายนักในเมืองไทย เอ หรือว่า ผมลืมเรื่องโฮปเวลล์ไปหว่า เสาก็ยังอยู่ แต่มันมีแค่นั้นจริงๆ มีแต่เสา

ที่ว่ามาทั้งสองเรื่องนี้ ก็เพราะมีการพูดถึงกระแสความมั่นคง ในการให้สัมปทานการให้บริการโทรคมนาคม 3G ซึ่งจุดประเด็นโดยทางกลุ่มทรู และได้รับการตอบรับในเชิงรับลูก จากทางด้านรัฐบาลด้วย ทำให้ผมเองต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่า การแข่งขันการค้าเสรีในธุรกิจโทรคมนาคม เป็นเรื่องที่ควรอยู่ในกิจการควบคุม หรือเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงในเรื่องความมั่นคงขนาดไหน แน่นอน ผมเป็นเพียงลูกจ้างรับเงินเดือนธรรมดา ไม่มีแนวคิดลึกซึ้ง หรือความสามารถในการตีความเรื่องนี้ได้ นอกจากนี้แล้ว เมื่อผมแสดงความเห็นของตัวเองใน Facebook ก็ยังได้รับความเห็นจากหลายๆท่าน ให้โน้มน้าวไปในทางรักชาติ ความมั่นคง และชี้ให้เห็นถึงเมื่อกิจการอื่นๆในต่างประเทศ ที่มีกา่รรณรงค์ไม่ให้ขายให้ต่างชาติเหมือนกัน

ในฐานะที่เป็นวิศวกร ผมกลับไม่รู้สึกเป็นห่วงเรื่องของ 3G ในเชิงการให้บริการที่จะไปกระทบต่อความมั่นคงมากนัก ทั้งนี้ ผมเองก็ไม่สามารถที่จะอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรได้ชัดเจน แต่ตัวอย่างข้างต้นที่ผมยกขึ้นมา น่าจะเป็นแนวคิดใหม่ๆที่ผมคิดว่า เราน่าจะนำมาประยุกต์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนของไทย หรือของต่างประเทศก็ดี เป็นการลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไร บนธุรกิจเสรี ด้วยกลไกการแข่งขัน และรัฐก็มีหน้าที่ควบคุมการดำเนินการนั้นในกฎกติกาสากล มีตัวอย่างมากมายทั้งโลก

ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าจริงๆ คือการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้งาน โดยไม่ได้พัฒนาคนของเราให้สามารถทำได้เองมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ผู้ให้บริการทุกรายจะทำเหมือนกันหมดเลย คือไปซื้อเทคโนโลยีจากต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทวีปไหน เรื่องนี้ก็สามารถมองได้หลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการไหลออกของเงินไทย เพื่อไปซื้อเทคโนโลยีต่างชาติ การพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งประเด็็นความมั่นคง

การสืบข้อมูล หรือการลักลอบดักฟัง โดยผ่านอุปกรณ์ที่ตัวเองเป็นผู้ผลิตเอง ทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่าการเข้าไปประมูลสัมปทานข้ามชาติเป็นไหนๆ สามารถทำได้เลย มิหนำซ้ำ ทำครั้งเดียว ยังสามารถนำไปใช้ได้ทั้งโลกเสียด้วยสิ แน่นอนว่า ไม่มีผู้ผลิต หรือ Supplier รายไหนในโลกจะทำแบบนั้น แต่คงห้ามคนคิดไม่ได้เหมือนกัน ถ้าถามถึงความน่าจะเป็น

เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีประเด็นในถกเถียงเยอะมาก สิ่งเดียวที่เราต้องยอมรับ คือการรับฟังความเห็นที่แตกต่างได้ แม้จะไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องเคารพสิทธิ์และความเห็นของผู้อื่น คนที่เห็นไม่เหมือนเรา ก็ได้หมายความว่า เขาผิด หลายๆคนที่ผมรู้จักรวมทั้งตัวผมเองด้วย เราออกจะมีแนวคิดไปในทางเปิดเสรีมากๆด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ได้รักชาติ เพราะจะว่าไป เราไม่ได้รู้สึกว่า มันเป็นเรื่องเดียวกัน

นับวัน ผมจะยิ่งชอบ Twitter มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันให้ความเห็นที่แตกต่างได้ดีเหลือเกิน เมื่อเราเลือกที่จะ Follow คนได้แตกต่างกันมากๆ ลองดูนะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s