คนรุ่นใหม่

เขียนให้นิตยสาร Go Training ฉบับเดือนตุลาคม ๕๒

ประมาณ ๑๕ ปีที่แล้ว คุณกิติศักดิ์ สุวรรณโภคิณ (นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดัง) เคยกล่าวไว้ในหอประชุมเอยูเอ ในเวทีของชมรมวิจารณ์บันเทิง พูดถึงหนังไทยเรื่องหนึ่งว่า เป็นหนังที่แย่มาก ไม่น่าเชื่อว่า ในพ.ศ.นั้น ยังมีคนทำหนังอย่างนี้ออกมาอีก ทั้งๆที่ผู้กำกับท่านนี้ เป็นผู้กำกับภาพในวงการภาพยนตร์ที่มีประวัติการทำงานที่ยาวนานมาก แล้วคุณกิติศักด์ก็มาสรุปตอนท้ายว่า คนเรานี่ก็แปลก ผู้กำกับภาพที่เก่งมากๆ ก็อยากจะมาเป็นผู้กำกับ ทั้งๆที่มันอาจจะไม่ใช่ความถนัดของตน ก็เลยกลายเป็นว่า วงการภาพยนตร์ก็จะได้ผู้กำกับแย่ๆออกมาคนหนึ่ง พร้อมกับสูญเสียผู้กำกับภาพที่ยอดเยี่ยมมากไปคนหนึ่งในเวลาเดียวกัน

คุณ สุจินต์ จันทร์นวลก็เคยเขียนไว้ในหนังสือ เขาว่าผมเป็นมืออาชีพ บอกไว้ว่ามีคนมาบ่นกันนักต่อนักว่า เมื่อมอบหมายคนที่ตัวเองปั้นขึ้นมาให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ หรือทำหน้าที่ดูแลคน ปรากฏว่า หลายๆคนดีแตก ไม่เห็นเก่งเหมือนตอนสมัยเป็นลูกทีมเลย แล้วท่านก็สรุปว่า ก็ไม่เห็นแปลกนี่ เพราะส่วนใหญ่เล่นพิจารณาเงื่อนไขการโปรโมทคนจากยอดขาย ความเก่งในการแก้ปัญหาเทคนิค ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกับการบริหารงานบุคคล ซึ่งเน้นการตัดสิน การทำงานเป็นทีม ภาวะการเป็นผู้นำ จะว่าไปแล้ว การเป็นหัวหน้าทีมที่ดี ก็ได้แตกต่างจากการเป็นโค้ชเลย ทำอย่างไรถึงจะหาทางผสมผสานความสามารถของคนในทีม ให้มีผลลัพธ์โดยรวมมากกว่าผลลัพธ์แต่ละบุคคลรวมกัน

แนวคิดนี้ได้รับ การพิสูจน์ให้เห็นในวงการกีฬาอาชีพ มีนักกีฬาอาชีพที่ประสบความสำเร็จสูงมากๆไม่กี่คนที่สามารถผันตัวเองมาเป็น ผู้ฝึกสอน หรือโค้ชที่ดีได้ นักเทนนิสระดับโลกที่เลื่องลือในอดีตอย่าง Jimmy Connors  ที่พอจะแสดงความสนใจที่มาเป็นผู้ฝึกสอนอยู่บ้าง ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับที่ทุกคนต้องหันกลับมามอง นักบาสเกตบอลสุดยอดของโลกอย่างไมเคิล จอร์แดน ก็ไปได้ไม่ดีนัก เมื่อมาเป็นผู้บริหารทีมบาสเกตบอล ทั้งสองทีมที่เขาได้มีโอกาสได้เข้าไปมีส่วนร่วมหลังจากที่เลิกเล่นไปแล้ว ก็ไม่ได้มีผลงานที่น่าประทับใจเท่าไร และที่เห็นกันจนชิน คือนักฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นลีกระดับโลกอย่างฟุตบอลอังกฤษ หรือทีมชาติ มีอยู่ไม่กี่คนที่จะไปได้ในระดับของฟรานซ์ เบคเคนบราวน์ และแม้ว่า มาราโดนากำลังพิสูจน์ตัวเอง กับโอกาสที่ได้รับ แต่ผลงานในตอนต้น ก็ไม่ได้ดูดีเท่าไรนัก

ในทางกลับกัน ผู้ฝึกสอนที่ประสบความสำเร็จในระดับที่ยอมรับกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น Phil Jackson ผู้ฝึกสอนที่นำทีมอย่าง Chicago Bulls คว้าแชมป์ ๖ สมัย และ LA Lakers อีก ๓ สมัย Alex Ferguson ผู้นำตัวจริงของทีม Manchester United ที่คว้าแชมป์มาหลายถ้วยจนเลิกนับกันได้แล้ว หรือบรรดาโค้ชนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกส่วนใหญ่ ต่างล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นในอดีตที่ไม่ได้มีประวัติการเล่นที่โดดเด่นมาก นัก เมื่อเทียบกับผู้เล่นในยุคเดียวกัน ความสามารถในการบริหารคน เป็นคนละเรื่องความเชี่ยวชาญทางเทคนิคจริงๆ

ที่ผมเขียนเรื่องนี้ เนื่องจากผมได้มีโอกาสสัมผัสคนรุ่นใหม่ๆหลายๆคนผ่านจากเว็บไซด์ที่ผมดูแล ผ่านทาง Twitter และช่องทางอินเตอร์เน็ทอื่นๆ ทำให้ได้เห็นแนวทางการดำเนินชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแปลกไปจากที่ผมคุ้นเคยมา ในอดีต เรามักจะคุ้นเคยกับค่านิยมในการทำงานในองค์กรใหญ่ และไต่เต้าไปตามสายงาน หรืออาจจะเปลี่ยนงานบ้าง แต่ก็เป็นการเติบโตไปในอุตสาหกรรมนั้นๆ แต่คนรุ่นใหม่ๆจำนวนไม่น้อย ที่เลือกจะออกมาประกอบธุรกิจของตัวเอง ไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหน ไม่ต้องใช้ทรานสคริปท์ หรือใบปริญญาเป็นใบเบิกทาง แต่เลือกที่จะรับงานเอง ทำเป็นอาชีพอิสระ เนื่องจากว่า ช่องทางที่ผมรู้จักคนเหล่านี้เป็นช่องทางของอินเตอร์เน็ท จึงทำให้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่ประกอบวิชาชีพทางด้านอินเตอร์เน็ท ไอที คอมพิวเตอร์ หลายๆคนได้ไปลองทำงานในกรอบขององค์กรมาสักระดับหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ว่า เห็นโอกาสที่ตัวเองก็น่าจะทำได้ ก็อึดอัดที่จะต้องรอกระบวนการตัดสินใจที่ต้องผ่านมาเป็นชั้น ตามธรรมชาติขององค์กร ก็เลยตัดสินใจออกมาประกอบอาชีพอิสระ หรือไม่อย่างนั้น หลายๆคนก็เลือกที่จะทำทั้งสองอย่างพร้อมๆกันไป

รู้จักแล้วนึกชอบ เหมือนกันครับ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเก่งจริง (เพราะไม่อย่างนั้นก็คงไม่รอด) และในขณะเดียวกันก็รู้ด้วยว่า จุดแข็งของตัวเอง (core competency) มีความรับผิดชอบ เพราะไม่อย่างนั้น ก็จะปิดงานไม่ได้ และที่สำคัญ ดูเหมือนว่า ในกลุ่มที่ออกมาทำธุรกิจของตัวเอง พวกเขาค่อนข้างที่จะพอใจที่จะอยู่รวมตัวกันหลวมๆ รับงานเท่าที่ทำได้ และไม่พยายามขยายกิจการให้ใหญ่จนเป็นภาระจนเกินไปนัก ถ้ามีงานที่นอกเหนือจากงานที่ตัวเองถนัด ก็จะไป outsource ต่อกับเพื่อนๆภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากกว่า ซึ่งก็ดูจะเหมาะสมกับงานทางด้านไอทีดี

ไม่ว่าจะเป็นการ เลือกที่รู้ตัว หรือไม่รู้ตัวก็ตาม พวกเขาก็ดูเหมือนจะรู้ข้อจำกัดของตัวเองในแง่ที่รู้จักตัวเอง พวกเก่งทางเทคนิคๆมักจะไม่ชอบบริหารงานบุคคล ไม่อยากคิดเรื่องการโปรโมทคนทุกๆปี ไม่อยากคิดเรื่องเงินเรื่องทองมากจนกินเวลาที่พวกเขาอยากจะทำอย่างอื่น ไปๆมาๆ หลายคนเลือกที่จะรับงานแบบพอดีคำ ทำให้อยู่ได้ โดยไม่ต้องรีบขยายตัวมากนัก จะว่าดีก็ใช่ จะว่าน่าเสียดายโอกาส ก็เป็นไปได้ แต่ที่แน่ๆ คนกลุ่มนี้ก้าวข้ามปิรามิดของ Maslow พรวดเดียวไปที่ยอดเลย ไม่ได้ไต่หรือปีนหาความต้องการเป็นขั้นๆ เหมือนคนรุ่นก่อนๆ ที่สำคัญ คนเหล่านี้ (ตั้งแต่ ๒๐ ปีไปจนถึง ๓๐ ต้นๆ) มักจะมีความสามารถหลายทาง ที่ใช้งานทั้งสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา

หลายๆคนคงจะแย้งในใจว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นกับพวกที่อยู่ในวงการไอที แต่ที่ผมเจอด้วยตัวเอง กลับพบว่า พวกนี้หลายๆคนอยู่นอกวงการไอที แต่มองเห็นเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือครับ มีน้องคนหนึ่งร่ำเรียนมาทางด้านบัญชี ชมชอบดนตรีเป็นงานอดิเรก ลองแจกเพลงในอินเตอร์เน็ท เจอคนแนวเดียวกัน เลยรวมตัวเป็นวงดนตรีเฉพาะกิจ งานขายได้ เลยเปิดร้านอาหาร เพื่อรองรับการรวมตัวของพวกเขา และสามารถทำเป็นที่ซ้อมดนตรีได้ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงในเมืองไทย ลอง search หาวงดนตรีโมโนโทนได้ ผมทั้งได้อ่านและเจอสมาชิกคนหนึ่งของวงแล้ว ทึ่งจริงๆ แล้วก็ยังมีน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งหารายได้เองมาตั้งแต่เรียนปริญญาตรี ปัจจุบันนี้ ก็ทำงานมา ๒ ปี ทำงานประจำ รับงานอิสระ และเปิดเว็บเอง โดยยังสามารถนำรายได้มาเป็นค่าผ่าตัดตาให้แม่ด้วย เก่งจริงๆ
คนรุ่นใกล้ๆกันนี้ เราจะได้ยิน success story มาหลายคนแล้วจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ลองนึกถึง YouTube ในช่วงแรก แม้จะดังเป็นพลุแตก แต่ก็ไม่มีรายได้ที่ชัดเจน อยู่ที่ทำงานเล็ก จำนวนคนนิดๆ เพียงเพื่อให้พออยู่ได้ จนกระทั่ง Google มาซื้อไป จะว่าไปเจ้าของ Google ทั้งสองคน คือ Sergey Brin และ Larry Page ก็เป็นตัวอย่างของคนรุ่นแรกๆของคนกลุ่มนี้ และเห็นไหมครับ ทั้งสองคนยังไปจ้าง Eric Schmidt ซึ่งมีอายุมากกว่าพวกเขาถึง ๑๘ ปี มาบริหารองค์กร เพื่อที่ทั้งสองจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่น่าสนุกกว่าดูงานบริหารบริษัท

จะ ว่าไปแล้ว ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เหล่านี้คงเห็นบทเรียนจากยุคดอทคอมแตก เมื่อปี ๒๐๐๐ เลยทำให้ไม่มีใครที่คิดจะแสดงแผนว่าจะขยายตัวให้เป็นเท่าๆตัวในเวลาไม่กี่ปี (กรณีนี้ Google เป็นข้อยกเว้น) ดูแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่า ต้องทำตัวให้เล็ก ให้สามารถอยู่ได้ หรือไม่เช่นนั้น ก็จะรอวันที่องค์กรใหญ่จะมาทาบทามเข้าร่วมกิจการ

หลายๆบริษัทในบ้านเรา ในแวดวงเทคโนโลยี ที่มาทางสายไอที (ไม่ใช่ทางโทรคมนาคม) ก็ออกมาในแนวนี้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นบุกเบิกอย่าง Pantip.com ที่ตามที่ได้ติดตามมา ก็อยู่เล็กๆ ไม่ได้มีแนวโน้มจะขยายใหญ่โตเป็นเท่าๆตัวในเร็ววัน หรือบริษัทซอฟท์แวร์เล็กๆ ระดับไม่เกิน ๑๕ คน รับงานให้พอดีตัว แล้วก็นำเงินมาแบ่งกัน ไม่ต้องโตมากนัก คงคนให้ได้เดิมๆ เพื่อไม่กดดันตัวเองจนเกินไป และแต่ละคนก็เก่งพอที่มีรายได้มากกว่าทางเดียว ดังนั้นถ้าไม่พอ ก็ไปลองหาทางเอาเองก็แล้วกัน ดูเจ้า Twitter ที่โด่งดังไปทั้งโลก มีคนใช้มากมายตั้งแต่เด็กนักเรียน จนถึงระดับผู้นำประเทศทั้งไทยและสหรัฐอเมริกา ก็มีพนักงานแค่ ๓๐ คนเท่านั้นเอง (เท่าที่ได้อ่านมานะครับ)

ผมเองอยู่ในองค์กรใหญ่เป็นส่วนใหญ่ การเดินไปข้างหน้าขององค์กรใหญ่แทบจะทำแบบนี้ไม่ได้เลย เพราะอย่างน้อยๆ พนักงานทุกคนก็คาดหวังจะได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้นทุกปี เมื่อฐานเงินสูงขึ้น ดังนั้นเป้าหมายในการขายก็แทบที่จะเลี่ยงไม่ได้เลย ที่จะต้องตั้งให้สูงขึ้นด้วย กงจักรหรือวงเวียนนี้ เราๆท่านๆคงคุ้นกันดี เห็นแล้วอิจฉาคนเก่งๆรุ่นนี้ไม่ได้ ในขณะเดียวกัน เมื่อเราได้มีโอกาสได้ทำงานกับคนรุ่นนี้ในที่ทำงานของเรา ในกลุ่มที่เป็นพวก High-caliber มา ผมอดทำใจไม่ได้ว่า อีกไม่นาน พวกเขาก็คงไปจากองค์กร คนเหล่านี้มักจะอยู่ไม่นาน มีไม่กี่คนนักที่อยากจะเป็น corporate man

เขียน เรื่องนี้แบบไม่มีข้อสรุปอะไรมาก เป็นเพียงข้อสังเกตที่นำมาเล่าสู่กันฟัง เชื่อว่า ในอดีต คนที่มีลักษณะขบถในสายเลือดแบบนี้ มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย แต่ในโลกอินเตอร์เน็ท เราจะเห็นพวกนี้ได้ง่ายขึ้น พอๆกับพวกนี้ก็มีเวทีแสดงออกมากกว่าแต่ก่อนเยอะมาก ผมชอบที่คุณธนินทร์ เจียรวนนท์เคยกล่าวไว้ว่า ท่านเลือกใช้คนจากความสามารถที่เขามี  ไม่ใช่ใส่เขาไปในกรอบที่เราเขียนไว้ ยิ่งคิด ผมก็ว่ายิ่งจริงนะ หรือคุณว่าอย่างไร

Advertisements

3 thoughts on “คนรุ่นใหม่

  1. คุณ สุจินต์ จันทร์นวล แล้วก็ Jimmy Connors นะ
    ตอนเอาไปลง Go Training มีคน proof ให้ใหม่ไหมอ่ะหงษ์ ตรงอื่นก็ยังที่คำผิดนะ

  2. ขอบคุณมาก บก.(ภรรยาเราเอง)คงจะดูให้แล้วมั้ง ที่นำมาโพสท์ เป็นต้นฉบับของเราเอง คงต้องกลับไปดู อ่านเร็วจัง

    ขอบคุณอีกที

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s