หนังสือธุรกิจจากเรื่องจริง

ในระยะสิบปีที่ผ่านมา ผมอ่านหนังสือแนวธุรกิจมากกว่านวนิยายมาก น่าจะเป็นเพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น ความสนใจในด้านนี้ก็มากขึ้น ต้องการความรู้ด้านนี้ไปใช้ในงานมากขึ้น ที่สำคัญ เรื่องจริงหลายๆเรื่องสนุกกว่าเรื่องแต่งอีก ก็เลยอยากมาเล่าเล่มที่ประทับใจจน่ะครับ เผื่อมีคนสนใจ

  1. Barbarians at the Gate (Bryan Burrough and John Helyar) เรื่องนี้แทบจะเป็นหนังสืออ่านประกอบการเรียน MBA ไปแล้ว เป็นตัวอย่างของรูปแบบธุรกิจที่นิยมทำกันมากในทศวรรษที่ ๘๐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Leveraged Buy-out เรื่องขั้นตอนการ Takeover บริษัทใหญ่ (การทำ Leveraged Buy-out:  การกู้เงิน เพื่อมาซื้อกิจการ โดยเมื่อซื้อแล้ว อาจจะนำกิจการมาแยกขายเป็นส่วนๆ หรือประกอบกิจการต่อ) มีการนำเรื่องนี้ไปทำรายการโทรทัศน์ เมื่อปี ๑๙๙๓ สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือธุรกิจ คุณต้องไปหาเล่มนี้มาอ่าน เพราะมีหนังสือ และคอลัมน์มากมายที่มักจะยกตัวอย่างจากหนังสือเล่มนี้ อ่านง่ายครับ แต่ควรมีพื้นด้านการเงินบ้าง จะเข้าใจได้ตลอด ผู้เขียนทั้งสองเขียนเรื่องนี้เกือบๆจะออกเป็นนิยายแล้ว เล่มหนาหน่อย แต่ก็สนุกดี
  2. When Genius Failed (Roger Lowenstein) เป็นเรื่องการค้าตลาดหุ้น หุ้นกู้ อนุพันธ์ โดยกลุ่มมืออาชีพระดับอัจฉริยะ(ตามชื่อเรื่องเลย)ของโลก บางคนเป็นเจ้าของทฤษฏีการเงินบางเรื่องด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายต้องจบลงด้วยความล่มจม จนธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาต้องยื่นมือเข้ามาช่วย โดยขอความช่วยเหลือจาก Warren Buffet ด้วย (เหตุเกิดราวๆปลายทศวรรษที่ ๙๐ แปลกดีเหมือนกัน ผ่านมาอีก ๑๐ ปี ก็มีเหตุการณ์ใหญ่ๆเกิดขึ้นอีก) เรื่องนี้ยากครับ ขอเตือนก่อน น่าจะไปหาความรู้เรื่องการค้าหุ้น การคิดมูลค่าหุ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประเมินทางเทคนิค ไม่ใช่การประเมินทางพื้นฐาน) ผมอ่านสมัยที่เรียน MBA ยังพบว่า เข้าใจไม่ได้ทั้งหมด แต่ตัวเนื้อเรื่องน่าสนใจที่จะอ่านจนจบ แนะนำจริงๆว่า ให้ไปอ่านพื้นฐาน Financial Management (ไม่ใช่ Accounting นะครับ) มาอ่านก่อน
  3. Indecent Exposure (David Mcclintickเรื่องราวของ Management ในยุค ๗๐ โดยมีแวดวงฮอลลีวูดเป็นเบื้องหลัง เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่ Columbia Pictures เป็นการโกงหรือยักยอกเงินโดยผู้บริหารระดับสูง เริ่มต้นจากที่โดนจับจากการปลอมเช็ค ๑๐,๐๐๐ เหรียญ จนสืบสาวกันใหญ่โตไปเรื่อย และเห็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดในการควบคุมสถานะการณ์จนเรื่องบานปลาย กลายเป็นข้อขัดแย้งระหว่างบอร์ดกับ CEO สนุกครับ เข้าใจง่าย และการที่เป็นเรื่องในฮอลลีวูด ทำให้เรื่องดูเซ็กซี่ขึ้นมาก (เมื่อเทียบกับสองเรื่องแรก)
  4. เขาว่าผมเป็นมืออาชีพ (สุจินต์ จันทร์นวล) เป็นเรื่องประสบการณ์การเป็นผู้บริหารอาชีพของคุณสุจินต์ ที่ผ่านการทำงานในระดับ CEO หรือ GM ให้กับหลายองค์กร อาจจะเป็นประเพณีนิยม หรือวัฒนธรรมเกรงใจ ทำให้ผู้เขียนไม่ลงชื่อจริงตัวละคร หรือองค์กรจริง ทำให้งงอยู่บ้าง ไม่ได้ความสนุกสนานเต็มที่ (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสามเล่มแรก ที่ลงกันเต็มๆ และมี Reference กันยาวเหยียด) แต่ในการพิมพ์หลังๆ ทางสำนักพิมพ์ฯได้ลงประวัติย่อของคุณสุจินต์ไว้ ทำให้เราคาดเดาได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี Google เข้ามาช่วย เนื่องจากเป็นเรื่องในบ้านเราทั้งหมด ทำให้สนุกมาก แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นลักษณะการเขียนแบบไทยๆจริง (ผมเองก็เป็น) คือไม่นิยมอ้างอิงมากนัก เขียนตามความรู้สึกไปเรื่อยๆ ผมเข้าใจว่า บรรณาธิการเองก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในการ edit มากนัก (เมื่อนำมารวมเล่ม) ก็เลยขาดความเป็น”มืออาชีพ”ในแง่การเป็น non-fiction อยู่บ้าง แต่โดยรวมๆ ต้องบอกว่า สนุกมาก มีการชิงไหวชิงพริบ ทรยศหักหลังแบบเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันจริงๆ ประกอบด้วยคำเตือนจากผู้เขียนแบบจริงใจมากที่ให้รักษาสมดุลย์ระหว่างกับส่วนตัว เพราะผู้เขียนเองก็มีประสบการณ์หย่าร้าง เพราะไม่สามารถทำได้เอง มีหลายเล่มครับ สนุกทุกเล่ม
  5. Who Says Elephant Can’t Dance? (Louis V. Gerstner Jr.) เรื่องจริงในการกู้ชื่อ IBM กลับมา หลังจากที่ถอยหลังเข้าคลองไปเรื่อยๆ ในกลางทศวรรษที่ ๙๐ เขียนโดยคนที่ทำเรื่องนี้เองกับมือ ซึ่งเป็น CEO มืออาชีพจากภายนอก ที่ถูกดึงเข้ามาเพื่อสะสางเรื่องนี้โดยเฉพาะ วัฒนธรรมการทำงานของ IBM ในยุคนั้นทำให้ผมอดยิ้มไปไม่ได้ เพราะมันคล้ายบรรยากาศของการทำงานในที่ทำงานเก่าผมมาก (เนื่องด้วยเป็นองค์กรใหญ่ด้วยกระมัง) ที่ประทับใจมากคือ เมื่อเวลาคนดังๆเขียนหนังสือ มักจะนิยมเขียนประวัตของตัวเองในบทต้นๆ แต่คุณ Louis นี่เขียนเพียงสามประโยคเองมั้ง แล้วก็บอกว่า พอแล้ว เขาเขียนเล่มนี้ เพื่อถ่ายทอดว่า วิธีการแก้ปัญหาต้องทำอย่างไร ไม่ใช่มาเขียนความเก่งหรือประวัติของตัวเอง นานๆจะเจอแบบนี้ที สนุกครับ และอ่านง่าย โดยเฉพาะที่เป็นแวดวงที่ผมเองมีความรู้พื้นฐานอยู่แล้ว ยิ่งสนุกใหญ่

ถ้าได้อ่านเรื่องที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด จะพบว่า มีตัวละครคาบเกี่ยวกันอย่างน่าทึ่ง เพราะ สองสามบริษัทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการประมูลซื้อขายบริษัท NJR Nabisco (ตัวละครกลางเรื่องของ Barbarians at the Gate) นั้น มีอยู่หนึ่งบริษัทที่ตัวละครที่บทบาทสูงมากในเรื่อง When Genius Failed ทำงานอยู่ และมีการเอ่ยชื่อถึงเขาด้วย  และต่อมาเมื่อ NJR Nabisco โดน Takeover ไปแล้ว ก็ตกเป็นของเจ้าของใหม่ ซึ่งก็ไปจ้างคุณ Louis Gerstner มาบริหาร ก่อนที่สุดท้ายแกจะลาออกมาทำงานที่ IBM นี่แหละ ส่วนใน Indecent Exposure นั้น มีตัวละครหนึ่งซึ่งมีบทบาทสูงในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ผมมาจำชื่อบริษัทได้อีกที เมื่อ Apple มาบอกว่า บริษัทนี้ตัดสินใจร่วมลงทุนในธุรกิจซอฟ์ทแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ iPhone

อ่านไปอ่านมา ก็พบว่าโลกใบนี้เล็กจัง หวังว่าคงสนุกนะครับ

ยังมีสองสามเล่มที่ทั้งซื้อแล้วกับตั้งใจซื้อ เช่น Liars’ Pokers, The Smartest Guys in the Room แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้อ่านเมื่อไร

Advertisements

One thought on “หนังสือธุรกิจจากเรื่องจริง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s