The Long Tail และ ตลาด podcast เมืองไทย

เขียนให้นิตยสาร Go Training ฉบับเมษายน ๕๒

เมื่อประมาณกลางปี ๒๕๔๙ มีหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นงานเขียนของ Chris Anderson ใช้ชื่อหนังสือว่าThe Long Tail ในหนังสือเป็นความพยายามอธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เกิดจากผลกระทบของการเข้ามาของสื่อใหม่อย่างอินเตอร์เน็ท โดยหนึ่งในตัวอย่างที่ใช้ก็คือ เดิมทีร้านหนังสือ หรือร้านขายแผ่นซีดีจะมีพื้นที่จำกัดในการเก็บและแสดงสินค้า ทำให้ร้านค้าเหล่านี้ต้องขายของที่มั่นใจแน่ๆว่า ขายได้จริงเท่านั้น ดังนั้นเราก็จะเห็นหนังสือหรือแผ่นซีดีเหมือนๆกันทุกร้าน เพราะทุกคนย่อมจะขายแต่ของฮิตติดอันดับเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อมีร้านขายของบนอินเตอร์เน็ทขึ้น เราก็จะเริ่มเห็นปรากฏการณ์ใหม่ ของที่ว่าขายไม่ได้ กลายเป็นของที่ขายได้ แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่เมื่อมีจำนวนมากเข้า ก็เป็นรายได้ที่ไม่น้อยเลย ประกอบกับการขายของบนอินเตอร์เน็ทไม่มีต้นทุนในการเก็บสินค้า ผู้ขายสามารถเก็บสินค้าไว้ได้เต็มที่ ทำให้การขายสินค้าที่ดูเหมือนจะมีคนสนใจน้อย กลับเป็นเกิดเป็นผลรวมที่ให้ผลมากกว่าที่คาดเดาเอาไว้ สรุปว่า เมื่อมี unlimited supply ก็มี unlimited demand เหมือนกัน ซึ่งกลายเป็นที่มาของวลี The Long Tail เปรียบเหมือนกับ demand ของสินค้าจะมีอยู่ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบที่ยังมี supply อยู่

จะว่าไปแล้ว เราได้เห็นปรากฏการณ์ The Long Tail เกิดขึ้นแล้วในบ้านเรา หลายๆคนในวงการทีวีบ้านเราออกมาพูดกันตรงกัันว่า ในอดีต ช่วงสามทุ่มหลังข่าว โดยทั่วไป คนทั้งบ้านจะมาดูทีวีกัน ไม่ว่าจะเป็นละคร หรือเกมโชว์ แล้วทุกคนก็มาคุยกันตอนเช้า ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน หรือโรงเรียน แต่ภาพนี้ไม่มีแล้วในปัจจุบัน โดยเฉพาะบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ ทานข้าวเสร็จ หลายๆคนแยกกันไปเปิดคอมพิวเตอร์ เข้าอินเตอร์เน็ท หรือทำงาน หรือโช้โทรศัพท์มือถือคุยกับเพื่อน (ไม่ต้องมาคอยแย่งโทรศัพท์บ้าน เหมือนในอดีต) ปริมาณคนที่ดูทีวีจริงๆลดลง ทางเลือกในการทำกิจกรรมต่างๆในบ้านมีมากขึ้นมาก ทุกคนไม่ได้โดนข้อจำกัดโดยสื่อที่มีอยู่เหมือนในอดีต

สื่อในบ้านเราขยายตัวออกไปทุกสื่อทุกสาขา รายการโทรทัศน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่อง ๓ – ๕ – ๗ – ๙ – NBT – Thai PBS อีกต่อไป จากเดิมที่เคเบิลทีวีดูเหมือนว่าจะทำหน้าที่เติมเต็มในส่วนที่ Free TV ขาด กลับกลายเป็นว่า YouTube กลายเป็นทางเลือกในการรับชมข่าวสาร on-demand ได้อย่างน่าทึ่ง สำหรับผมแล้ว มันเป็นเครื่องมือที่ใช้หาสิ่งที่เราต้องการได้ดีในระดับใกล้ๆ Google และเท่าที่ทราบ YouTube ได้เริ่มเข้ามาแทนที่วิดีโอไทยให้เช่าในต่างประเทศไปแล้ว คนไทยในต่างแดนสามารถรับชมละครไทยที่ปล่อยลง YouTube เป็น Playlist ทำให้ดูได้ต่อเนื่องไปแล้ว และก็ไม่ใช่เฉพาะละครใหม่ชนทีวีนะครับ ละครไทยเก่าๆก็มีให้เลือกเหมือนกัน ขนาดละครไทยในดวงใจของผมอย่าง”เคหาสน์ดาว” ซึ่งฉายในปี ๒๕๓๖ ยังมีให้ดูทั้งหมดในYouTube หลายๆคนอาจจะบอกว่า YouTube ไม่เห็นจะแทนที่ทีวีได้ตรงไหน แต่สำหรับบ้านผมที่มีทีวีเครื่องเดียว เมื่อผมแย่งลูกดูข่าว เด็กๆจะมาขอให้เปิด YouTube เพื่อเลือกดูการ์ตูนที่ตัวเองอยากดู ดังนั้นไม่มากก็น้อย สองอย่างนี้แทนที่กันอยู่ในที อินเตอร์เน็ทเริ่มเป็นตัวเลือกที่มาแทนที่กิจกรรมดูโทรทัศน์ด้วยกัน เพราะตอบสนองความสนใจที่อยู่ใน Long Tail ของแต่ละบุคคลได้ดีกว่า มีหลายๆคนที่ผมรู้จักเลือกจะไม่มีโทรทัศน์ที่้บ้าน แต่รับชมทางอินเตอร์เน็ทผ่านคอมพิวเตอร์แทน Demand ที่เคยถูกบังคับใน channel แคบๆ ก็เริ่มทะลักออกไปทางสื่อทางอินเตอร์เน็ทมากขึ้นเรื่อยๆ Demand เหล่านี้แหละครับที่เป็น The Long Tail

ในอินเตอร์เน็ทนั้น ทุก supply มี demand รองรับหมด คุณคริส เขียนไว้ในหนังสือได้น่าสนใจ โดยกล่าวไว้ว่า

สิ่งที่น่าอัศจรรย์สำหรับสื่อในแนว broadcast คือมันสามารถทำให้คนเป็นล้าน รับชมรายการเดียวกันได้ แต่ที่มันทำไม่ได้ คือการทำให้รายการเป็นล้านมาหาคนคนเดียว และนั่นคือสิ่งที่อินเตอร์เน็ททำได้ และทำได้ดีด้วย

และสื่อที่เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบจับต้องได้มากที่สุด คือสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสารรายเดือน รายสัปดาห์ ที่ขยายตัวทุก vertical segment แม้จะมีรายเก่าเลิกไปเป็นระยะๆ แต่ก็มีหน่วยกล้าตายอาสามาลองของอยู่เป็นระยะๆเหมือนกัน สังเกตุได้ง่ายๆจากขนาดของแผงนิตยสารตามห้างสรรพสินค้า นิตยสารผู้ชายจากเดิมที่มีเพียง GM ก็มี FHM, Maxim, Esquire จนถึง A Day ทุกเล่มต้องพยายามยึดหัวหาด nicheของตัวเองอย่างเหนียวแน่น เพราะทุกครั้งที่มีรายใหม่เข้ามาในตลาด รายเก่าก็จะโดนเจาะฐาน niche ของตัวเองเข้าไปเรื่อยๆ

ในตลาดต่างประเทศอย่างในสหรัฐอเมริกา สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารอยู่ในสถานการณ์ถดถอย เพราะการเข้ามาแทนที่ของสื่ออินเตอร์เน็ท ซึ่งแม้ว่าเจ้าตลาดเหล่านี้จะหันมาขยับขยายบริการให้ออกมาทางอินเตอร์เน็ทด้วย แต่รายได้จากทางขายโฆษณาออนไลน์ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากสิ่งพิมพ์ได้ จนมีคำพังเพยว่า replacing analog dollar with digital cent แม้ว่าในบ้านเราอาจจะยังไม่เห็นผลกระทบด้านนี้ตรงๆนัก แต่แนวโน้มนี้น่าจะมาถึงบ้านเราแน่ๆ ทั้งนี้น่าจะเนื่องจากปริมาณผู้ใช้อินเตอร์เน็ทในประเทศยังไม่มากพอ แต่เมื่อถึง critical point เราคงเห็นได้เห็นแรงเหวี่ยงที่มากกว่านี้ ทั้งนี้ทุกคนก็เห็นภาพตรงกันทั้งในและต่างประเทศว่า อินเตอร์เน็ทเป็นสื่อใหม่ที่ยังไม่มีใครคิดรูปแบบการหาเงินได้เป็นเรื่องเป็นราวนัก

เมื่อในฝั่งของ Demand มีแนวโน้มที่จะแตกแขนงออกเป็น Niche มากขึ้น ก็เป็นความท้าทายของวงการสื่อและวงการโฆษณาว่าจะบริหารต้นทุนในการซื้อสื่ออย่างไรดี ครั้นพอมามองด้าน Supply ก็เห็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะยังเป็นการเคลื่อนไหวของคลื่นลูกเล็ก ๆ และยังไม่มีผลกระทบไปยังสื่อรายใหญ่นัก เราได้เห็นรายการที่ทำคล้ายรายการโทรทัศน์และรายการวิทยุที่มีให้ฟังกันบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น และรายการเหล่านี้นี่แหละที่ค่อย ๆ แทรกตัวเองเข้าไปตามส่วนที่เป็น Long Tail ต่าง ๆ ในแต่ละตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ

ชักสนุกแล้วใช่ไหมครับ แต่เสียดายเนื้อที่มีจำกัด ต่อกันฉบับหน้าครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s