แนะนำพอดคาสท์ (Podcast)

เขียนให้นิตยสาร Go Training (เดือนกุมภาพันธ์ ๕๒)

(<–สำหรับคนที่ติดตาม Blog นี้มาตั้งแต่ต้น เนื้อหาของ Entry นี้จะค่อนข้างซ้ำกับ Entry ต้นที่เคยเขียนเมื่อประมาณสองปีที่แล้วนะครับ —>)

รู้ไหมครับว่า มีคนทำวิดีโอสอนการใช้งาน Excel ให้ดูกันฟรีๆ ทำเป็นวิดีโอ 2 นาที บันทึกหน้าจอ การใช้สูตรต่างๆ ทำมาให้ดูทุกอาทิตย์ สามารถโหลดดูได้ที่คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือนำลง iPod ก็ได้ ลองไปดูได้ที่ www.MrExcel.com ปัจจุบัน เจ้าของเว็บแห่งนี้ คุณ Bill Jelen ไม่ได้เป็นพนักงานประจำที่ไหนแล้ว เขาออกมาตั้งบริษัท เพื่อรับสอนเรื่องการใช้ Excel อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จัดสัมมนาทั่วสหรัฐอเมริกา

และทราบไหมครับว่า คุณ Jack Welch อดีต CEO ที่โด่งดังของ General Electric (หรือ GE) ตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 จนถึง 90ออกหนังสือมาสองเล่ม ก็ขายดิบขายดี ตอนนี้ เขามาบันทึกเสียง เป็นไฟล์ MP3 เล่าประสบการณ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แลกเปลี่ยนความเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิดเชิงธุรกิจ การจ้างงาน ประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทน และอื่นๆอีกมาก เขามาเล่าให้ฟัง โดยมีภรรยาคนปัจจุบันทำหน้าที่เป็นคนตั้งคำถาม หรืออ่านคำถามจากจดหมายจากผู้ฟังทั้งโลก ซึ่งมีมาแล้วที่เป็นคำถามจากนักศึกษาจากห้องเรียน MBA ในประเทศจีน ลองไปดูได้นะครับที่ www.welchway.com

นิตยสารรายสัปดาห์ที่โด่งดังระดับโลก อย่าง Business Week เอง ก็พบว่า ยังมีข้อมูลอีกมากมายที่เป็นเบื้องหลังบทความที่เป็นเรื่องเด่นประจำฉบับ นำขึ้นเป็นปก แต่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่ได้ไปเห็นมาระหว่างเก็บข้อมูล ไม่ได้รับการถ่ายทอด หรือนำลงตีพิมพ์ที่ไหน ทางบรรณาธิการJohn Byrne ก็เลยนำนักข่าวที่เป็นผู้เขียนบทความเหล่านี้ มาเล่าให้ฟังว่า แต่ละเรื่องไปทำมาได้อย่างไร มีวิธีการอย่างไร ถึงไปได้ข้อมูลนี้มา และบางที่บางแห่งที่น่าประทับใจ เป็นอย่างไรบ้าง ทำเป็นไฟล์ MP3ให้โหลดไปฟังกันฟรีๆ ทำไป ทำมา สามารถหาสปอนเซอร์ได้ด้วย เช่นกัน ลองไปหาฟังกันได้ที่ www.businessweek.com

เว็บไซด์ www.Digg.Com เป็นเว็บไซด์ที่เริ่มต้นจากให้ผู้อ่านนำบทความทางเทคโนโลยีจากเว็บต่างๆที่ชอบมาให้คะแนนใน Digg.Com โดยคนอ่านสามารถกดอ่านจากลิงค์ที่หน้าเว็บ Diggได้ และถ้าชอบ ก็มากดให้คะแนนที่ Digg ต่อ ต่อมาคุณ Kevin Rose ผู้ก่อตั้ง Digg นี่แหละ ก็เกิดความคิดบรรเจิด ชวนเพื่อนสนิท Alex Albrech มาชวนกันคุยข่าว โดยนำข่าวที่แฟนๆเว็บ Digg กดให้คะแนนนี่แหละ เลือกที่สนุกๆมานั่งอ่านขำๆกัน ทำเป็นวิดีโอด้วย เพื่อที่จะได้แสดงภาพ และด้วยความที่การทำรายการวิดีโอทางอินเตอร์เน็ท ไม่ได้มีการเซ็นเซอร์อย่างเป็นทางการ ทั้งสองคนก็เลยเล่นกันเต็มที่ โดยการดื่มไปด้วย จัดรายการไปด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นเบียร์ (เคยมีการชิมเบียร์ไทยด้วยนะครับ) รายการนี้สนุกทั้งเนื้อหา บางครั้งก็สนุก เพราะคนจัดเมา และหลายๆครั้ง สนุกทั้งเนื้อหาและบรรยากาศแบบเมาๆ และแน่นอน บางครั้ง เขาก็ได้ผู้ผลิตเบียร์มาเป็นสปอนเซอร์ และหลายๆครั้ง เป็นเบียร์ที่ส่งมาจากผู้ชมทางบ้าน

ยังมีตัวอย่างอีกมากนะครับ ถ้ายกกันมาเล่า คงจะเล่าได้ไม่มีที่สิ้นสุด มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยสองท่านที่สอนทางด้านภาพยนตร์ ก็เลยบันทึกเสียงวิจารณ์หนังทางด้าน Film Noir มาไว้บนเว็บ ก็ปรากฏว่า มีแฟนรายการมากันทั้งโลก เพราะไม่ค่อยมีคนทำกัน

โอ๊ย พอแล้ว ไม่ยกตัวอย่างแล้ว ทั้งหลายทั้งปวงที่ยกมานี้ เรียกรวมๆกันว่า podcast ครับ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เสียงหรือไฟล์วิดีโอ คุณ Adam Curry เป็นคนบัญญัติศัพท์คำนี้ขึ้นมา โดยนำคำว่า iPod กับ Broadcast มารวมกัน ที่จริงเนี่ย การที่คนนำไฟล์ MP3 หรือวิดีโอ ไปวางไว้ในเว็บให้คนโหลดกันฟรีๆ ไม่ใช้เรื่องน่าตื่นเต้นเท่าไรหรอกนะครับ แต่พอมีเหตุการณ์ประมาณสามเหตุการณ์มาเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็เลยทำให้ podcast กลายเป็นกระแสที่มาแรงในโลกดิจิตอล เมื่อประมาณสามสี่ปีที่แล้ว แต่ในบ้านเรา น่าจะเริ่มพูดกันเมื่อสองปีที่ผ่านมามากขึ้น เจ้าปัจจัยทั้งสามอย่างที่ว่านี่ ผมรวบรวมเอาเองนะครับ ไม่ได้อ้างอิงเล่มไหนเป็นหลัก โดยรวมจากประสบการณ์ที่ได้ลองทำ podcast ในสองปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยที่ว่านี้ คือ

  1. สาธารณูปโภคด้านอินเตอร์เน็ท (Infrastructure) น่าจะรู้สึกกันได้นะครับว่า ตั้งแต่หลังค.ศ. 2000 มานี่ ราคาและความเร็วของเน็ทความเร็วสูงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก อินเตอร์เน็ทต่างจังหวัดบางแห่งยังเร็วกว่าในกรุงเทพอีก ทำให้ผู้บริโภคสามารถโหลดไฟล์เสียงและหนังกันได้อย่างไม่เป็นภาระจนเกินไป
  2. การผลิตง่ายขึ้น (content provider) ลองหาดูนะครับ เดี๋ยวนี้ โปรแกรมบันทึกเสียงหรือตัดต่อวิดีโอขั้นพื้นฐานนี่ มีแถมมาทั้ง Windows และ Mac แล้ว หรือถ้าไม่แถมมา เราก็พอจะหาของฟรีจากกลุ่ม Open Source ได้ไม่ยาก ทำให้คนที่”มีของ”ทั้งหลาย เริ่มอยากปล่อยของกันมาเป็นแถบ ลองไปดูที่เว็บช่างคุยดูก็ได้ครับ รายการ”คุยคุ้ยเต่า”ของเรา กลายเป็นรายการขวัญใจคนเล่นรถเต่าไปเลย
  3. ความดังของipod (consumer acceptance)อันนี้เป็นJigsaw ตัวสุดท้ายจริงๆ เพราะเมื่อผู้บริโภคสามารถพกพา ไปไหน มาไหนได้ ดูเมื่อไรก็ได้ ดูซ้ำก็ได้ ไม่ต้องเข้าเน็ทก็ดูได้​ (โดยโหลดมาก่อน) ก็เลยทำให้ podcast เกิดเลย ที่จริงแล้ว เจ้า podcast นี่เกิดก่อน iTunes U (ที่แนะนำไปเมื่อฉบับที่แล้วอีกนะครับ) โดยทาง Apple เพิ่งจะรองรับให้เจ้า iPod รับข้อมูล podcast เมื่อประมาณปี 2005 นี่เอง

จากนั้นตลาด podcast ก็โตพรวด มีผู้ทำรายการให้โหลดกันฟรี กันเป็นแถบ จากเดิมที่มีวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ต่างๆ เราก็มีตัวเลือกเพิ่มอีกอย่าง ก็คือเจ้าสื่อแนวใหม่ที่เป็น podcast นั่นเอง และเจ้าตัวนี้แหละที่เปิดโอกาสให้เราได้เห็น content ดีๆอีกเยอะมาก เพราะผู้ผลิต content กลายเป็นสื่อเสียเอง ไม่ต้องผ่านตัวแปรอื่นๆ เช่น เจ้าของสถานีโทรทัศน์ วิทยุ หรือกองบรรณาธิการ

หลายๆคนอาจจะนึกว่า podcast เป็นเรื่องใหม่ แต่ที่จริงแล้ว ถ้ามองจากขั้นตอนการผลิตแล้ว podcastก็เหมือนกับการผลิตรายการวิทยุ โทรทัศน์ทั่วๆไปนั่นเอง เพียงแต่ช่องทางการรับชมนั้น จะผ่านทางอินเตอร์เน็ท แทนที่จะต้องผ่านโทรทัศน์ หรือเครื่องรับวิทยุทั่วๆไป และเนื่องจากต้นทุนในการเผยแพร่ ไม่สูงมากนัก เราจึงได้เห็น content ดีหลายๆอย่าง ที่เดิมที ผู้ผลิตไม่สามารถหาสปอนเซอร์ได้ เพราะมีผู้สนใจไม่มากนัก ก็สามารถใช้ podcast เป็นช่องทางการเผยแพร่ได้ดี

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมชอบคือ Swinecast ซึ่งเป็นรายการพอดคาสท์ของผู้ผลิตสุกรในสหรัฐอเมริกา ผู้จัดรายการเป็นผู้ที่อยู่ในวงการคนเลี้ยงสุกรจริงๆ ที่ต้องการสื่อสารกับผู้เลี้ยงสุกรทั่วๆไป ก็เลยลุกขึ้นมาจัดรายการ ซึ่งปรากฏว่า ผู้ฟังทั้งหมดประมาณห้าพันราย ซึ่งผู้จัดรายการก็บอกว่า นั่นก็ใกล้เคียงกับจำนวนผู้เลี้ยงสุกรทั้งหมดอยู่แล้ว ตัวอย่างนี้ ชัดเจนดีครับ กลุ่มคนฟังเป็นกลุ่มก้อนที่ชัดเจน แต่ไม่มากพอ หรือไม่เป็นที่น่าสนใจสำหรับบุคคลนอกวงการมากพอ ที่จะจัดเป็นรายการโทรทัศน์ (ปัญหาสปอนเซอร์) หรือรายการวิทยุ (ซึ่งจำกัดอยู่ในพื้นที่) พอดคาสท์กลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

เคยรู้สึกไหมครับว่า เมื่อความรู้และประสบการณ์ของเรามาถึงจุดหนึ่ง เราอยากจะถ่ายทอดบ้าง หรือบางหน่วยงานที่อยากจะบันทึกองค์ความรู้ที่มีอยู่ แทนที่จะเก็บเป็นวิดีโอ หรือ ดีวีดี ลองมาแปลงเป็นไฟล์ MP3 หรือ MP4 ดูสิครับ แล้วก็ลองแจกจ่ายให้พนักงานกลับไปฝึกฝน หาความรู้เพิ่มเติมที่บ้านก็ได้ ลองมาลองทำเป็นพอดคาสท์ก็ได้ ลองดูทีเว็บช่างคุย (www.changkhui.com) ก็ได้ ผมทำเป็นสไลด์เกี่ยวกับแนวทาง และวิธิการผลิตรายการสั้นๆให้โหลดกันไปดูเล่นๆ ชักจะติดลม ตอนหน้าลองมาดูเรื่องตลาดพอดคาสท์ในเมืองไทย และคำศัพท์ใหม่อีกเทอมหนึ่ง The Long Tail ครับ

Advertisements

3 thoughts on “แนะนำพอดคาสท์ (Podcast)

  1. ผมพอทราบในเชิงว่า มีใครทำบ้างแค่นั้นแหละครับ นอกนั้นก็ไม่รู้หรอก
    จะไปตั้งสมาคม ชมรม อะไร ก็มีทาง DuoCore กับ FukDuk ก็ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว

    แต่ตลาดโดยรวม ไม่เยอะหรอกครับ คนรู้จักคำนี้ (podcast)ในเมืองไทย ไม่น่าเกินสองแสนคน หรือไม่ก็ไม่เกินจำนวนคนที่มี iPod รวมกับ iPhone นั่นแหละครับ เพราะทุกคนต้องเห็นคำนี้ แต่จะรู้จักแค่ไหน ก็ต้องทอนลงอีกที

  2. เรารู้จักพ็อดคาสต์โดยที่ไม่มีทั้ง iPod และ iPhone นะ แถมรู้จักพ็อดคาสต์ก่อนที่จะใช้แม็คด้วย แต่ถ้าพี่หนิงไม่มาบอก ก็คงจะแค่รู้จักว่ามันคืออะไรแต่ไม่เคยฟัง 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s