นิยายที่ชอบอ่าน ๑

นิยายภาษาอังกฤษเล่มแรกๆที่ผมอ่านจบ น่าจะเป็น To Kill a Mocking Bird และ The Crucible พอพ้นก้าวแรกไปได้ ก้าวต่อๆไปก็ไม่ยากแล้ว จำได้ว่า ไปหาอ่าน The Animal Farm (George Orwell), Kiss Kiss (Ronald Dahl), How Green was My Valley (Richard Llewellyn) และอื่นๆ ในแนวทางของนิยาย Classic เรื่อยมาจนถึงนิยายที่นำมาทำหนัง เช่น The Godfather (Mario Puzo) เรื่องนี้สนุกจริงๆ สนุกมากๆจนวางไม่ลง, A Room with a View (E. M. Forster) ภาษาเก่าและอ่านยากมากในความรู้สีึกผม

จากนั้นก็มาลองอ่านนิยายในเชิงที่เป็น Best Sellers ทั้งหลาย โดยเริ่มจากของ Jeffrey Archer เรื่อง Kane and Abel  แล้วก็ตามอ่านของ Archer อยู่หลายเล่ม เพราะอ่านง่ายและสนุก (มาทราบชื่อเสียของเขาในภายหลังจากคนอังกฤษหลายๆคน และจากอินเตอร์เน็ท แต่ก็ต้องยอมรับว่า เขาเป็นคนที่เขียนนิยายสนุกมากคนหนึ่ง) โดยรวมๆแล้ว ผมชอบสองเรื่องที่เป็นตอนต่อกันอย่าง  Kane and Abel และ The Prodigal Daughter มาก และดูเหมือนแกจะพยายามซ้ำรอบเดิมที่ As the Crow Flies

สำหรับคนที่ต้องการรู้ระบบการเมืองของอังกฤษ คงต้องแนะนำให้อ่าน First Among Equals เพราะมีเรื่องการเมืองอังกฤษเป็นพื้นหลังทั้งเรื่อง สนุกดี และคนที่พอมืพื้นฐานวงการหนังสือพิมพ์ในอังกฤษ จะสนุกยิ่งขึ้นถ้าได้อ่าน The Fourth Estate อ่านๆแล้วยังสงสัยอยู่ว่า นี่มันเลียนแบบเรื่องจริงของ Rupert Murdoch หรือเปล่า (มาค้นเจอในอินเตอร์เน็ทในภายหลังว่าใช่) ผมได้อ่านของ Archer อีกหลายเรื่อง เหมือนเป็นการฝึกภาษาก่อนที่จะไปอ่านของนักเขียนอื่น เพราะ archer ใช้ภาษาง่ายมาก

แล้วก็มาลอง John Grisham ซึ่งผมค่อนข้างชอบ แต่ผมพบว่า ความสนุกของแต่ละเล่มของ Grisham ต่างกันมาก หลายๆเล่มที่เป็น Thriller เลย เช่น The Firm, The Pelican Brief จะมีความเร็วในการเดินเรื่อง (pace) ที่น่าติดตาม แต่หลายๆเล่ม ออกจะน่าเบื่อในตอนกลางๆ ผมเลยไม่ค่อยจะเลือกอ่านของ Grisham มากนัก แต่ก็ต้องเป็นตัวเลือกหนึ่งเวลาหาอะไรอ่านไม่ได้

ผมมาสนุกมากๆเมื่อได้เจอกับ Tom Clancy โดยที่ผมดันไปอ่านสลับ sequence ในการอ่าน ทำให้งงๆพอสมควร ในตอนแรกๆ สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับนิยายของ Tom Clancy คงต้องท้าวความว่า เขาเป็นคนเขียนเรื่อง The Hunt for Red October, Patriot Game, Clear and Present Danger และ The Sum of All Fears สรุปสั้นๆก็ต้องบอกว่า แกเขียนในแนว Techno Thriller มีเรื่องจริงบ้างโม้บ้าง เกี่ยวกับหน่วยงานทางราชการลับของสหรัฐฯอย่าง NSA, CIA และ FBI โดยรวมๆแล้ว ผมว่า ๗-๘ เล่มแรกของ Clancy ที่เป็นเรื่องของ Jack Ryan ทั้งหมดนั้น สนุกมากๆ โดยผมชอบ The Cardinal of the Kremlin และ Clear and Present Danger มากกว่าเล่มอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่อง The Cardinal of the Kremlin นี่ ตัว Jack Ryan ไม่ได้เป็นตัวเอกสักเท่าไรเลย เหมือนเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์คนหนึ่งเท่านั้นเอง โดยมีตัวละครอื่นๆเป็นตัวเดินเรื่อง สนุกดี ส่วน Clear and Present Danger ผมชอบทั้งหนังและหนังสือ ทั้งๆที่ในหนังสือและหนังนั้น ไปกันคนละเรื่องในครึ่งหลัง แต่ผมก็ว่า คนเขียนบทเก่งมาก ที่สามารถดัดแปลงได้ขนาดนั้น เพราะถ้าทำตามหนังสือ มันจะซับซ้อนมาก

Jack Ryan เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ (ถ้าจำไม่ผิด)ที่ quantico (ผมจำไม่ได้ว่าเป็นโรงเรียนของทาง FBI หรือ CIA) และมีหน้าที่รายงาน หรือทำข่าวกรองให้กับทางราชการ ดวงบังเอิญให้ได้ไปช่วยชีวิตฟ้าชายชาร์ลส์และคู่สมรสจากการลอบปลงพระชนม์ ทำให้ดังขึ้นมา และโดนหมายหัวจากกลุ่มที่ดำเนินการดังกล่าว จากนั้น ก็ได้ไปทำงานในสายงานข่าวกรองจริงๆของ CIA (ถ้าจำไม่ผิด ก็เพื่อแลกกับข้อมูลที่ต้องการ เพื่อล้างแค้นให้กับลูกและภรรยา ที่โดนกลุ่มดังกล่าวมาลอบทำร้าย) ด้วยความที่เป็นเจ้าหน้าที่สายบุ๋น ทำให้แม่นในข้อมูลเชิงลึก จนถูกส่งไปช่วยงาน กรณีที่มีเรื่อดำน้ำจากรัสเชียที่เข้ามาในน่านน้ำสหรัฐฯ อย่างน่าสงสัย จนในที่สุด ก็พบว่าเป็นการลี้ภัย และโดนไล่ล่าจากทางรัสเชียเข้ามาในน่านน้ำสากล และเป็นเหตุให้ Jack เข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำไส้สึกของสหรัฐที่เป็นชาวรัสเซียในกรุงมอสโคว์กลับมายังสหรัฐฯ จนถึงขนาดสามารถนำหัวหน้าใหญ่ของ KGB ให้แปรพักต์มาอยู่สหรัฐฯได้ แต่ด้วยความซวยทำให้เจ้าตัวตกจากเครื่องบิน และโดนคุมตัว ไปพบกับประธานาธิบดีรัสเชีย และเอาตัวรอดมาได้ด้วยการคุ้มครองทางการฑูต จากนั้น ก็ให้ต้องไปเหยียบตีนผู้ใหญ่ในสายงาน (ที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่เป็นทางการ จากประธานาธิบดี ให้ปฏิบัติการลับอันมิชอบ) จนเจ้าตัวต้องดำเนินการขัดขวาง เพื่อไม่ให้เป็นกรณีพิพาทระดับโลก จนไปสะดุดตานักการเมืองระดับชาติ ที่ขอให้มาเป็นรองประธานาธิบดี (ชั่วคราว ระหว่างสมัย) แต่ก็ให้เกิดเหตุวินาศกรรม จนประธานาธิบดีตัวจริงตายไป ในวันสาบานตัวของ Jack และทำให้ Jack กลายเป็นประธานาธิบดีไปในที่สุด ทั้งย่อหน้านี้ เป็นเนื้อเรื่องของนิยายประมาณ ๖ เล่มที่สนุกมาก

แต่นับตั้งแต่ Clancy แต่งเรื่องให้ Jack Ryan ได้เป็นประธานาธิบดีในท้ายเรื่อง Debt of Honour ผมว่า Clancy ออกทะเลจนไม่น่าอ่านไปแล้ว อันนี้เท่าที่ได้ติดตามอ่านจากแฟนๆหนังสือแกหลายๆคน ก็รู้สึกเหมือนๆกันทั้งนั้น นิยายสามเรื่องหลังของ Tom Clancy ที่เป็นซีรียส์ของ Jack Ryan ผมก็ไม่ได้อ่าน และไม่รู้สึกอยากอ่านอีกเลย เพราะเบื่อมากๆกับ Rainbow Six ส่วนเรื่องอื่นๆที่ Tom Clancy แต่งร่วมกับคนอื่น อย่างในซีรียส์ของ Op Center ผมก็ไม่พบว่า มันน่าติดตามเท่าไร

อย่างไรก็ดี ผมก็ว่า สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวในแนวนี้ ผมว่า ในซีรียส์ของ Jack Ryan ทั้งหมด ผมชอบ Without Remorse (1993) (John Clark, Jack’s father Emmett Ryan), Patriot Games (1987), The Hunt for Red October (1984) The Cardinal of the Kremlin (1988) Clear and Present Danger (1989) The Sum of All Fears (1991) Debt of Honor (1994) (ลอกมาจาก Wikipedia นะครับ) นอกนั้น ก็ลองเองแล้วกันครับ

จากนั้น ผมก็มาเจออีกแนวหนึ่ง แนวออกจะคล้าย James Bond แต่บู๊กว่ามาก เก่งมาก พ่อเป็นวุฒิสมาชิก ตัวเองหน้าตาดี เอาตัวรอดได้ทุกสถานะการณ์ และแน่นอน ต้องทำงานให้กับหน่วยงานราชการ(สมมติ) คนแต่งชื่อ Clive Cussler ครับ และตัวเอกชื่อ Dirk Pitt ทำงานในหน่วยสำรวจทางทะเล ผมอ่านครั้งแรกแล้ว ไม่ชอบเลย เพราะเขาเก่งไปหมด ทำอะไรก็รอดหมด ผู้หญิงก็ชอบเขาไปหมด แต่พอไม่มีอะไรอ่าน หรือไม่อยากคิดมาก ก็พอจะหยิบมาอ่านได้ ล่าสุด เมื่อสองปีก่อน ก็มีคนนำเรื่องหนึ่งใน series นี้มาทำหนัง ชื่อว่า Sahara ผมว่า เขาก็ทำสนุกใช้ได้ แต่ทำไมคนเขียนถึงไม่ชอบก็ไม่รู้ เห็นว่า มีเรื่องฟ้องร้องกันเละเลย สำหรับคนที่ชอบแนวตัวเอก โคตรเก่ง มหาเฮง (ระเบิดจนคนตายทั้งเกาะ แต่พ่อนี่รอดได้) ก็ลองไปหาอ่านดูนะครับ ออกไปในแนวลุยๆ เลอะๆ หน่อยๆ ไม่รู้ว่า จะแนะนำเรื่องไหน เพราะมันก็สนุกในระดับใกล้ๆกัน แต่ละตอนต่างกันที่สถานะการณ์ แต่เป็นเรื่องผจญภัยทั้งหมด ที่ได้อ่านเอง มีเรื่อง Treasure, Sahara, Inca Gold, Dragon และ Shock Wave

นี่ยังไปไม่ถึงเรื่องที่อยากจะเล่าเลยนะ แต่พอก่อนก็แล้วกัน เมื่อยแล้ว

Advertisements

3 thoughts on “นิยายที่ชอบอ่าน ๑

  1. ชอบครับ จำได้ว่า อ่านจบเร็วมาก เพราะเดินเรื่องได้สนุกมาก
    แต่พอลองไปอ่าน Digital Fortress แล้ว ผมว่า มันธรรมดามากเลยนะครับ

    เสียดายแต่ว่า ตัวเอกของ Da Vinci Code (ผมจำชื่อไม่ได้ เป็นอาจารย์นีืแหละ)เป็นตัวเอกที่จืดๆมาก และยังต้องเป็นตัวเดินเรื่องด้วย ทำให้ขาดเสน่ห์บางอย่างไป

    แต่จะว่า ไปแล้ว ตัวเอกของนิยายส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะแบนๆแบบนี้หมดมั้งครับ character พระเอกก็อย่างนี้แหละ น่าเบื่อนิดๆ เดาได้ว่า จะต้องคิดแบบไหน

  2. พระเอก ชื่อโรเบิร์ต แลงดอน ผมเพิ่งซื้อเรื่องแองเจิลแอนดีมอนมาอ่านนะครับ เพราะเห็นหนังมันจะเข้าแล้ว และเป็นเรื่องเกี่ยวกับ CERN ที่เพิ่งมีข่าวไปเมื่อปลายปีที่แล้วด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s