ติดใจ audio book และดูหนังจาก iPod

ผมได้ลองใช้บริการ audio book จากเว็บ Audible.com มาประมาณ ๔ เดือนแล้ว โดยเลือกใช้ package ที่ต้องจ่ายเดือนละ ๒๐ เหรียญ และเราเลือกได้ ๒ เล่มทุกเดือน ฟังมา ๘ -๙ เล่มแล้ว สนุกจัง

แนะนำว่า ควรจะมีเครื่องเล่น MP3 แบบพกพกได้นะครับ ถึงจะรู้สึกว่า audio book มีประโยชน์ ที่จริงแล้ว สำหรับคนที่ฟัง podcast ต่างๆอยู่แล้ว คงเข้าใจถึงความสะดวกสบายและประโยขน์ในการฟังได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการฟังก่อนนอน ฟังระหว่างเดินทาง ฟังขณะนั่งรอตามที่ต่างๆ

จากที่ได้ฟังมา มีข้อสังเกตุในการใช้งานอยู่สองสามข้อ

  1. เหมาะกับการฟังนวนิยาย เพราะไม่ต้องมีภาพประกอบ หรือกราฟให้ต้องจินตนาการ แต่ผมพบว่า เราต้องจำตัวละครให้ได้มากกว่าการอ่าน อันนี้น่าจะเป็นเพราะเราใช้ประสาทคนละส่วนกัน เวลาอ่านเนี่ย หลายๆครั้ง ชื่อเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร หรือ สถานที่ ผมเพิ่งจะรู้ว่า ตัวเองจำลักษณะการสะกดของคำคำนั้นมากกว่าการอ่านออกเสียง พอเห็นตัวอักษรสองสามตัวแรก เราก็รู้แล้วว่า หมายถึงใคร สิ่งไหน หรือที่ไหน แต่พอมาฟัง  audio book ช่วงแรกๆ ผมพบว่า ตัวเองจะสับสนว่า ตัวละครตัวนี้คือใคร เพราะจำชื่อไม่ได้ และไม่ได้สะกดไว้ในหัว
  2. ต้องมีสมาธิในการฟังมากกว่าการฟัง podcast ทั่วไป เหมือนการอ่านหนังสือนั่นแหละครับ พอฟังผ่านๆ หรืออ่านผ่านๆ เรามักจะจำเรื่องที่มาก่อนหน้านั้นไม่ได้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจฟัง หรืออ่านดีๆ ข้อเสียของการฟังก็คือ บางครั้ง จะกลับไปหาว่า ตัวละครตัวนี้เคยพูดว่า อะไรก่อนหน้านี้นะ เราจะกลับไปฟังยากมากในการฟัง audio book เพราะต้องจำเวลาให้ได้ ซึ่งยากกว่าการกลับไปหาหน้านั้นๆหลายเท่า
  3. ณ เวลานี้ ผมยังชอบอ่านหนังสือแนวอื่นๆที่ไม่ใช่นิยาย เป็นเล่มๆ มากกว่าการใช้ audio book สำหรับเล่มที่ต้องการอ่านจริงๆ ส่วนเล่มอื่นๆที่”อยาก”อ่านเฉยๆ ผมเริ่มจะเลี่ยงมาใช้ audio book  แทน เพราะมั่นใจได้ว่า ผมคงได้”ฟัง”แน่ๆ เพราะตอนนี้ มีหนังสือหลายสิบเล่มในบ้าน ที่ซื้อไว้หลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้อ่านสักที โดนเล่มอื่นแซงหน้าไปหลายครั้งแล้ว หนังสือในกลุ่มนี้ี้ ผมเองก็ซื้อมาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Influence, The Art of Innovation, The Innovator’s Dilemma, Cutting Edge Advertising ซึ่งชาตินี้ ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้อ่านหรือไม่ ทั้งๆที่ตั้งอยู่ข้างๆโต๊ะทำงานที่บ้าน หนังสือในกลุ่มนี้ เวลาไปเจอที่ร้านหนังสือ ผมจะเริ่ม search ใน audible ว่ามีหรือไม่ แล้วก็เลือกลงใน Wish List

และด้วยความที่ต้องเดินทางบ่อยขึ้นในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมพบว่า ต้องใช้เวลาในการรอ หรือมี idle time มากขึ้น พกหนังสือก็หนักไป หรือไม่ก็ไม่สะดวก พกเจ้า iPod นี่คล่องตัวกว่าเยอะเลย ก็เลยลองขอยืมหนังจากเพื่อน (ซึ่งซื้อมาอย่างถูกลิขสิทธิ์) มาแปลงลงบน iPod เผื่อดูเวลาเดินทาง หรือก่อนนอนในโรงแรม

ผลปรากฏว่า ผมได้ดูหนังไปทั้งหมด ๑๐ เรื่องใน ๑ อาทิตย์!

นอกจากว่า มันจะสนุกแล้ว ผมพบว่า เราจะได้รับอรรถรสในการฟังเพิ่มขึ้นด้วย เพราะคุณภาพหูฟัง(ซึ่งดีกว่าการรับชมโทรทัศน์ที่บ้าน ที่เราไม่สามารถเปิดเสียงได้เต็มที่อยู่แล้ว)  ไปๆมาๆ ไม่ต้องเป็นระบบเสียง 5.1 ดีๆก็ได้ เพราะผมไม่สามารถจัดบ้านในอยู่สภาพที่จะสามารถรับชมระบบ 5.1 เต็มที่ดีๆได้สักที ขอเป็นระบบ 2.0 และมีหูฟังดีๆ ก็พอเแล้ว (ผมใช้ Sennheiser CX500)

ตอนนี้ ต้องบอกว่า นอกจากโทรศัพท์มือถึอแล้ว ก็มีเจ้า iPod นี่แหละที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นเยอะ (ไม่อยากลอง iPhone ครับ ถ้าทำทั้งสองอย่างในเครื่องเดียวกันแล้ว แบตตารียังเอาไม่อยู่น่ะครับ) ที่แน่ๆ ต้องรักษาสุขภาพหูด้วย ตอนนี้ ก็ได้ลำโพง docking ของ Altec Lansing ที่ทำให้การฟังง่ายขึ้น ไม่ต้องใช้ headphone ตลอดเวลา

ดูไปดูมา digital content ยังมีอนาคตอยู่อีกไกล แต่ปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์คงยังเป็นอุปสรรคอยู่ ถ้าผมสามารถเช่าหนังจาก iTunes ได้จริงๆ ตอนนี้ผมยอมจ่ายแล้วนะเนี่ย ติดใจ!

Advertisements

10 thoughts on “ติดใจ audio book และดูหนังจาก iPod

  1. audio book ผมไม่ค่อยได้ฟังเลยครับ ฟังแต่รายการช่างคุ้ย ถ้าเป็นหนังสือก็ชอบหนังสือเป็นเล่มมากกว่า อ่านในคอมลำบากอย่างไหรไม่รู้ แต่ข่าวอ่านตามเว็บ ประหยัดเงินไม่ต้องซื้อหนังสือพิมพิ์อ่าน ฮาๆ

    อ่านไปอ่านมานึกถึงยายซะงั้น เพราะยายชอบฟังวิทยุมากมายไปที่ไหรก็เปิดฟัง รวมถึงนิยายที่มีทางคลื่นวิทยุด้วย

    เห็นด้วยเลยครับลำโพง ซื้อมาไม่เคยเปิดได้เต็มที่เลยเพราะแกล้งใจชาวบ้านมากๆ แต่ ผมก็ไม่ค่อยชอบใสหูฟังเท่าไหรครับ

    ปล.พี่ หงษ์ เขียนบทความได้ยาวมากมายเลยครับ

  2. ถ้าหงษ์ไม่พูดเรื่่องจำชื่อคนหรือสถานที่เป็นตัวหนังสือ มากกว่าอ่านออกเสียง เราคงนึกว่าเราเป็นอยู่คนเดียวซะอีก เราสังเกตว่าจะเป็นมากกับชื่อที่เราไม่คุ้น อย่างตัวละครในหนังสือกำลังภายในเนี่ย บางทีอ่านไปจนจะจบแล้ว ยังออกเสียงตัวละครไม่ถูกเลย อิอิ

  3. ไม่เคยได้ฟัง Audio book จริงๆ จังๆ ซักทีครับ แต่อ่านที่พี่บอกแล้วอยากลองดูมั่งเลย

    พี่เขียนให้อยากทำตามพี่ได้เก่งมากเลยนะครับ มีศิลปะในการชักจูงมากๆ เลย แต่คงเป็นเพราะว่าพี่เขียนจากความรู้สึกชอบจริงๆ ด้วย

    เรื่องหนังสือที่ซื้อมาแล้วอ่านไม่จบ หรือไม่ได้อ่านนี่ผมก็มีเยอะอยู่ ตั้งใจว่าจะไม่ซื้อใหม่ถ้ายังอ่านไม่หมด แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงกิเลสได้ซักที

  4. ยังคงทำใจไม่ได้กับจอขนาดเล็กครับ เคยแปลง VCD กันดัมมาดูใน pocket pc นานมาแล้ว ก็สนุกดีครับ แต่ยังรู้สึกว่าจอมันเล็กไปอยู่ดี 😀 ผมดูติดดูหนังจอใหญ่ ๆ จากโทรทัศน์อยู่เลยครับ

    เวลาเดินทางก็ยังติดพกหนังสืออยู่ครับ ตอนนี้ดีขึ้นก็ตรงที่หนังสือบางเล่มมีในรูปแบบของ ebook ก็ทุ่นน้ำหนักไปได้จากการพกโทรศัพท์แครื่องเดียวครับ (ที่จริงก็ฟัง podcast ผ่านเจ้าเครื่องเดียวกันนีล่ะ)

  5. ผมมี audio book ที่เป็นนิทานของเด็กสำหรับลูกๆเอาไว้ใน mobile phone อยู่ตลอดเวลาเลยครับ ลูกๆชอบมาก โดยเฉพาะคนโต เวลา อยู่ในรถแล้วเขางอแงก็เปิดนิทานให้ฟัง เงียบไปเลยครับ ก่อนนอนบางทีก็เปิดให้ฟัง ภาษาไทยบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ชอบมากเลยครับ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ผมก็แปลภาษาไทยสดตามให้ฟังครับ สนุกกันมาก

  6. ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาให้ความเห็น ดีใจมากครับ
    และแน่นอนสำหรับคำชม (จาก doggoy) ขอบคุณมากครับ

    ดูหนังจากจอ iPod Classic นี่มันก็เล็กจริงๆแหละ แต่เริ่มรับได้แล้ว
    ดูไปเพิ่มอีก ๒ เรื่องแล้ว

  7. I like Audible. I got a lot of free book from Leo’s promotion codes (with my different accounts).

    Fortunately, I got some audio book on CDs from library, so I didn’t have to pay monthly. (Too bad, it’s not popular in Thailand.)

    I would recommend you to get a microphone for your iPod, in case you have to interview someone for your podcast.

  8. คุณ Lek ครับ

    ผมใช้ไมโครโฟนของ SAMSON ที่เป็น USB อยู่ครับ คงไม่ต่างกับ BLU ที่แนะนำมาในเมล์น่ะครับ แต่พอพูดกันเกิน ๒ คน ต้องใช้มิกเซอร์เข้าช่วยมากกว่า แต่ยังไม่อยากเสียเงินซื้อไมค์ครับ รอทำเสีือขายก่อน

  9. เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้ software “HandBrake” rip DVD ลงไปใน Nokia 5800 เครื่องใหม่ของผม เอาไปดูที่ SabaideeResort สมุทรสงครามนะครับ ดูกับภรรยาตอนลูกหลับแล้ว ใช้งานได้ดีเลย เพราะ Nokia 5800 ต่อ TV out ได้ ไม่ต้องดูจอเล็กๆนะครับ

    ได้ลอง google map จากมือถือโดยใช้จอ output เป็นทีวีด้วย
    รู้สึกว่า โทรศัพท์ผมมันกลายเป็น คอมพิวเตอร์ไปแล้วนะครับ

  10. เพิ่งสั่งซื้อสายต่อของ iPod Classic ให้ออกทีวีมาเหมือนกัน ไปๆมาๆ แล้วเราจะซื้อทีวี 30+นิ้ว กับเครื่องเสียง Home Theatre ไปทำไมหว่า ถ้าดูกันแค่นี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s