ข้อสังเกตในการซื้อหนังสือ ๒

เขียนแล้ว ยังรู้สึกว่า ยังไม่จบดี ขอต่ออีกหน่อยเถอะ (แถมมีคนอ่านด้วย)

ผมมานึกได้ว่า เขียนร้านหนังสือตกไปหนึ่งร้าน คือร้าน B2S ซึ่งมีอยู่ทั่วๆไปในห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน ในบรรดา ๓ ร้านใหญ่ Asia Book, Kinokuniya และ B2S   ผมมีความรู้สึกว่า คุณภาพและปริมาณหนังสือใน Kinokuniya และ Asia Book มาในระดับใกล้เคียงกัน และมี B2S ตามหลังอยู่ห่างๆ (ไม่นับ Bookazine เพราะดูจะวางตัวเองเป็นตลาด casual reader มากกว่า) ทั้งๆที่ร้าน B2S ในห้าง Central World เซ็นทรัลชิดลม และที่ Esplanade ถือว่า ไม่เลวเลย แต่โดยรวมๆแล้ว ผมเจอหนังสือที่ผมอยากอ่านมากกว่าใน Kinokuniya และ Asia Book อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวเลยนะ

ผมเดินเข้าไปใน B2S ที่ Central World ทีไร รู้สึกเหมือนมันขาดอะไรบางอย่างบอกไม่ถูก เหมือนจะพยายามเป็นทุกอย่าง ทั้งร้านหนังสือไทย หนังสือภาษาอังกฤษ นิตยสาร ร้านขายเครื่องเขียน และร้านขายซีดีเพลง ซึ่งสามรายการหลังนี่ ผมว่า เขาทำได้ดีทีเดียว แต่ร้านหนังสือยังไม่ถูกใจ แม้จะถูกต้องก็ตาม จะพยายามเข้าไปดูเรื่อยๆ แต่ที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบอยู่ลึก คงเป็นเพราะ B2S แต่ละสาขาวางจำนวนหนังสือต่างประเทศไม่เท่ากัน สาขาที่เป็นแหล่งคนมีเงินมาเดิน หรืออยู่ในห้างเซ็นทรัลเอง โดยเฉพาะที่ชิดลม จะมีหนังสือต่างประเทศมากหน่อย แต่ถ้าอยู่ในห้างโรบินสัน หรือชานเมือง ก็จะไม่เท่าไร ดูจะเด่นในด้านหนังสือภาษาไทยมากกว่า ทำให้ลึกๆแล้วก็ยังชอบ 2 ร้านแรกมากกว่า

ในชีวิต ผมเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาสองครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๐ ขวบ ไปเยี่ยมลุงที่ทำงานอยู่ที่นั่น ไปเที่ยวอยู่ ๑ เดือน พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย มีแต่เรื่องเที่ยว จำได้แต่ Disney World จนกระทั่งได้ไปอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี ๒๕๔๘ ตอนที่ไปเรียนคอร์สสั้นๆที่ Kellogg Business School ที่ Chicago แล้วก็ไปอยู่ต่ออีก ๑ อาทิตย์ที่บ้านเพื่อน ทำให้มีโอกาสได้แวะร้านหนังสือที่ตัวเองเคยได้ยินมาที่ชื่อ Barnes and Noble และ Borders ความใหญ่ของร้าน และปริมาณหนังสือเป็นไปตามคาด แต่ที่สะกิดใจมากๆ คือ Best Sellers List ของทั้งสองร้าน โดยเฉพาะในส่วนของ Non-fiction (ไม่ใช่เรื่องแต่ง)

ปกติ ผมก็เคยเห็นลิสต์พวกนี้ผ่านตามาบ้างแหละครับ พวก Business Week Book Recommendations, New York Times และอื่นๆ แต่ร้านพวก Borders หรือ B & N นี่ (ตามที่ผมเข้าใจ) เป็นร้านที่กระจายอยู่ตามเมืองต่าง ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับร้านซี-เอ็ด นายอินทร์ และดอกหญ้าในบ้านเรา ที่ว่าสะกิดใจก็เพราะทั้งลิสต์และหนังสือที่กองอยู่หน้าร้าน เพื่อแสดงให้เห็นว่า เป็นหนังสือขายดีเหล่านี้ เป็นหนังสือที่ไม่มากก็น้อยเป็นหนังสือที่คุ้นๆตา บางเล่มก็เคยอ่าน บางเล่มก็เคยได้ยินชื่อเสียงอยู่บ้าง หลายๆเล่มเป็นหนังสือชวนให้คิดต่อ หรือเปิดประเด็นสังคม เช่น The World is Flat, Freakonomic บางเล่มก็เป็นหนังสือตีแผ่ความจริง (หรืออ้างว่าจริง) เช่น Confession of an Economic Hit Man และหลายๆเล่มก็เป็นหนังสือที่ออกมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังขายดีอยู่ มันบอกคุณภาพคนอ่านโดยรวมในระดับหนึ่ง ถ้าเรามองว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลจากคนที่อ่านหนังสือจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่า น่าสนใจไม่น้อย ยิ่งถ้าเทียบกับหนังสือที่ติดอันดับในบ้านเรา หนังสือที่มีคุณภาพยังมีจำนวนน้อยกว่ามาก และที่มีอยู่ ก็เป็นหนังสือแปลไม่น้อยเลย ซึ่งจะว่าไป ก็เป็นเรื่องดี แต่หนังสือไทยที่เขียนโดยคนไทยจริงๆและติดอันดับหนังสือขายดี ยังไม่หลากหลาย รวมตัวกันอยู่ไม่กีี่ประเภท

หนังสือเชิงวิเคราะห์ หรืองานวิจัยที่ขายได้ในบ้านเราคงน้อยอยู่ และนักเขียนบ้านเราก็คงไม่ได้มีรายได้จากการเขียนหนังสือหนึ่งเล่มมากพอที่จะสามารถให้เวลารวบรวมข้อมูลเป็นปีๆ เพื่อออกมาหนึ่งเล่มได้ อันนี้เป็นกันหมดทั้งทุกตลาด content ในบ้านเรา ทั้งนักเขียน นักแปล นักเขียนบท นักแต่งเพลง นักออกแบบ เราก็เลยอยู่กันแบบไทยไทยกันต่อไป

นึกๆแล้วน่าเสียดายที่หนังสือไทยดีๆที่ไม่ได้รับการแปลให้เป็นภาษาอังกฤษบ้าง ผมไม่ได้หมายถึงงานวรรณกรรมนะครับ แต่เป็นหนังสือธุรกิจของไทยนี่แหละ เชื่อว่าคนที่มาทำธุรกิจบ้านเราต้องอยากรู้กันบ้าง ต่างประเทศยังมี Liar’s Poker (Michael Lewis), Barbarians at the Gate (Bryan Burrough and John Helyar), When Genius Failed (Roger Lowenstein)  ทำไมหนังสือของคุณสุจินต์ นวลจันทร์ (เขาว่าผมเป็นมืออาชีพ ทั้งสามเล่ม) หนังสือของคุณธนา (คนพลิกแบรนด์) ทำไมไม่ได้รับการแปลบ้าง (หรือว่า เขาทำแล้ว แต่ผมไม่ทราบเอง) เวลาคุยกับชาวต่างชาติทีไร อยากแนะนำให้เขาไปหาอ่านหนังสือเหล่านี้ เพื่อจะได้เข้าใจวิธีคิดจากด้านเราบ้าง

เสียดายที่วัฒนธรรมความเกรงใจของเราทำให้หลายๆคนเวลาเขียนหนังสือ มักจะละการวิจารณ์หรือลงชื่อผู้เกี่ยวข้องไว้ ทำให้ขาดอรรถรสในการอ่านไปมาก ผมจำได้ถึงความอึดอัดในการอ่าน “เขาว่าผมเป็นมืออาชีพ”ได้ดี เพราะผู้เขียนละการลงชื่อผู้เกี่ยวข้องเอาไว้ เราต้องไป search หาข้อมูลเอาเอง จนพอปะติดปะต่อได้ว่า ใครเป็นใคร เวลาอ่านหนังสือต่างประเทศทีไร นึกชอบใจในการที่เขากล้าวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาดีจัง แม้หลายๆท่านจะเสียชีวิตไปแล้ว เขาก็ยังกล้าเขียนดี ของบ้านเรานี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า หรือการเมือง มักจะมีเสียงคัดค้านจากทางด้านครอบครัวหรือผู้เกี่ยวข้องพอสมควร ทำให้หนังสือที่ออกมา ไม่ค่อยครบด้านเท่าไร

ถ้ามีโอกาส จะลองเขียนประสบการณ์ตัวเองบ้างเป็นภาษาอังกฤษ น่าจะสนุกดี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s