๑๙. หารายได้จากการทำพอดคาสท์

มีคนถามผมเรื่องนี้หลายต่อหลายคนว่า มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่เราจะสามารถหารายได้จากการทำรายการแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในรูปแบบวิดีโอ หรือเสียง

เท่าที่พอจะนึกได้ และเห็นจากต่างประเทศ จะมีรูปแบบการหารายได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ ๓ รูปแบบใหญ่ๆ คือ

  1. สปอนเซอร์ ในรายการ ในรูปแบบเดียวกับวิทยุและโทรทัศน์ พ่วงการวางแบนเนอร์ Ads ที่เว็บ
  2. รับบริจาคผ่าน PayPal หรือ PaysBuys หรือ
  3. การจ่ายเพื่อฟัง ไม่ว่าจะเป็นแบบจ่ายต่อตอน หรือค่าสมาชิกรายเดือน

ผมยอมรับตรงๆว่า ณ เวลานี้ ผมยังไม่เห็นความเป็นไปได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างเท่าไรนัก จำนวนผู้ฟังรายการพอดคาสท์ไทยทั้งหมด รวมทั้งในและนอกประเทศ ทุกรายการที่มีมา ไม่น่าจะเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ผมเดาเองเล่นๆว่า เรามีเว็บไซด์ที่ทำรายการพอดคาสท์ Internet TV ทั้งหมด ตั้งแต่รายดังๆอย่าง Fukduk TV, DuoCore, ประชาไท และอื่นๆทั้งหมด ก็ไม่น่าจะเกิน ๑๐๐ เว็บ แต่ละเว็บก็มีอย่างน้อย ๑ รายการ ต้นทุนในการผลิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นในแง่เนื้อหา หรือรูปแบบ (เสียงอย่างเดียว หรือวิดีโอ)

เท่าที่ผมทราบมา ต้นทุนในการผลิตรายการแบบเสียงให้เป็นรูปแบบที่เป็นมืออาชีพชัดเจน อย่างน้อยๆ ก็เป็นหลักพัน ส่วนรายการที่เป็นวิดีโอนั้น ต้องเป็นหลักหมื่น และไม่ใช่หมื่นเดียว เพราะฉะนั้น ทุกๆคนคงคาดหวังว่า จะสามารถตั้งราคาได้อย่างน้อยๆตอนละหลายพัน จนถึงหลายหมื่น พูดกันกลางๆว่า ถ้าเป็นเสียง น่าจะต้องได้อย่างน้อยๆ ตอนละ ๕ พันบาท และตอนที่เป็นวิดีโอ ก็ต้องได้อย่างน้อยๆ ตอนละ ๒ หมื่นบาท ทั้งนี้ เราต้องมองในแง่พาณิชย์จริงๆ เพื่อให้รายการ หรือ เว็บอยู่รอดได้ ไม่ใช่ในกรณีที่เป็นเว็ปสมัครเล่นอย่างช่างคุย ซึ่งต้นทุนต่อตอน แทบจะไม่มี (แต่ทั้งนี้ เพราะรายได้ก็ไม่มีเช่นกัน)

เมื่อตัวเลขเป็นอย่างนี้ โอกาสที่จะได้สปอนเซอร์ ก็จะยากแล้ว เพราะเพื่อให้เข้าไปให้ถึงคนเป็นแสนๆ หรือ หมื่นๆคน ผู้ลงเงิน ไม่ว่าจะมาจาก Agency หรือเจ้าของสินค้าจริงๆ ก็ต้องลงหลายๆเว็บ เพื่อให้ส่งข้อความไปถึง หรือเลือกลงสื่ออื่นๆที่สามารถส่งไปได้เร็วกว่า ในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ นิตยสาร แบนเนอร์ในเว็บที่มี Hit rate สูง ซึ่งจะว่าไป การโฆษณาในพอทคาสท์ ก็ยังมีทางให้ลงอยู่บ้าง สำหรับการโฆษณาที่เป็นการสร้าง Brand Awareness มากกว่าที่จะเป็น Event Marketing เพราะรายการพอดคาสท์นั้น มีอายุนานมาก ไม่ได้มาแล้วหายไป เมื่อเทียบกับสื่ออื่น เช่น หนังสือพิมพ์ หรือวิทยุ คงต้องยอมรับว่า คงยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้ผู้ลงโฆษณา บริหารการใช้สื่อได้เหมาะสม

ลึกๆแล้ว ผมเชื่อว่า ผู้จัดรายการต้องสร้างเนื้อหาของรายการให้น่าสนใจอย่างสม่ำเสมอเสียก่อน เพื่อสร้างกลุ่มคนฟัง หรือ community ให้เป็นปึกแผ่นมากพอที่จะเป็นจุดสนใจ ทั้งนี้ คงต้องกลับไปที่ Long Tail ก่อน ซึ่งเคยเขียนไปแล้วนะครับ

ที่จะดูน่าสนใจกว่า น่าจะเป็นแนวทางในการจัดงาน เพื่อให้คนที่ฟังรายการเหล่านี้ ได้มาเจอกัน โดยจัดกันคล้ายๆงานอย่าง Wordcamp Bangkok 2008 ก็ได้ อย่างน้อยๆ ก็เป็นการแสดงการรวมตัวของคนจัดรายการที่รู้จักกันอยู่ในระดับหนึ่ง และยังพอจะดึงผู้ให้การสนับสนุนมาดูด้วยว่า กลุ่มคนฟังเป็นกลุ่มไหน ฐานคนฟังอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นกลุ่มเป้่าหมายตรง ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย

ถ้าดูจากรายการต่างประเทศที่ผมฟังอยู่เป็นประจำ รูปแบบการหาเงินส่วนใหญ่จะเป็นแบบการหาสปอนเซอร์ประจำรายการมากกว่า เรื่องการบริจาคนั้น น่าจะได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการจ่ายค่าฟัง ไม่ว่าจะต่อตอน หรือรายเดือนนั้น แทบไม่เคยได้ยินว่า มีใครประสบความสำเร็จจากรูปแบบดังกล่าว ขนาด Revision3 ที่ว่าแน่ ก็ยังต้องปลดบางรายการทิ้งไปเหมือนกัน เมื่อไม่สามารถหาผู้สนับสนุนได้

ก็ได้แต่ให้กำลังใจกันต่อไป เรื่องพวกนี้ มันต้องมีคนทำได้สักคนล่ะน่ะ

Advertisements

3 thoughts on “๑๙. หารายได้จากการทำพอดคาสท์

  1. ผมมีตัวอย่าง Podcast นึงที่เค้าไม่ได้อาศัยรายได้จากสปอนเซอร์เป็นหลัก

    2 ปีที่แล้ว ผมเคยฟัง Podcast นึงชื่อ The Bob and Rob show (http://www.thebobandrobshow.com) เป็นฝรั่งสองคนที่ทำ Podcast ไว้สอนภาษาอังกฤษ เค้าใช้วิธีว่า ทุกคนสามารถฟังเสียงการสนทนาได้ฟรี แต่ถ้าอยากได้บทสนทนาในรายการเป็นแบบตัวหนังสือเพื่อนำไปอ่านควบคู่กันไป (กรณีฟังไม่ทันแล้วอยากรู้ว่าเค้าพูดอะไร) ก็สามารถทำได้โดยจ่ายเงินต่อเดือน (ช่วงแรกๆ เค้าให้โหลดฟรี) ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดจะเสีย $2 ต่อเดือน ผมคิดว่าเค้าคงกะไว้แล้วว่า ให้จ่ายน้อยๆ เข้าไว้เพื่อให้มีจำนวนคนที่พร้อมที่จะจ่ายเยอะ

    การนำบทสนทนามาพิมพ์เป็นตัวหนังสือก็ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งจะมีบางคนต้องการและบางคนไม่ต้องการ ซึ่งปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะฟังกันอย่างเดียวไม่ค่อยจะต้องการอ่านซักเท่าไหร่ เค้าเลยนำ content ส่วนนี้มาสร้างเป็นรายได้ ผมว่ามันก็ fair ดีนะครับ คือถ้าอยากได้อะไรที่มากกว่าปกติก็ยอมจ่ายเงินเล็กน้อยเพื่อแลกกัน

    ปล. ที่จริงผมเห็น model นี้ใช้กันเยอะมากกับ podcast ที่เป็นการเรียนการสอนนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s