iPod รุ่นใหม่ และเกมการตลาดของ Apple

เขียนให้ http://www.siampod.com

โดย ภาสกร หงษ์หยก
Passakorn@changkhui.com
๗ กันยายน ๒๕๕๐

แอปเปิลคงเป็นไม่กี่บริษัทในโลก ที่มีแฟนบริษัท ในความหมายที่ว่า ไม่ว่าจะมีสินค้าและบริการอะไรออกมา ก็มีคนคอยติดตาม วิจารณ์ และอุดหนุนสินค้าอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งนี้หมายถึงตลาดผู้บริโภคทั่วไป โดยยกตลาดธุรกิจแยกออกไป เห็นกันบ่อยๆ  คนที่ใช้เครื่องแมคอินทอช มักจะมี iPod และถ้าไม่มี iPhone ก็จะร่ำๆอยากได้ หรือไม่ก็มีอาการพูดถึงบ่อยโดยไม่ตั้งใจ ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงแค่คนไทย ที่ฟังๆจากรายการของอเมริกัน ก็พอจะเดาๆความรู้สึกได้ ลองนึกถึงแบรนด์อื่นๆที่สามารถเทียบเคียงได้บ้าง ก็พอจะได้แบบเป็น Product Line นั้นๆเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าคลาสสิคอย่างรถ Volkswagen Beetle ที่มีแฟนเหนียวแน่นมาก แต่ VW ในปัจจุบันก็ไม่ได้สามารถเก็บเกี่ยวตลาดนี้ได้เท่าไร เป็น segment ที่เป็นเอกเทศมาก หรือ อย่าง Sony ที่ปัจจุบันอยู่ในสถานะการณ์ลุ่มๆดอนๆ (คงเหมือนแอปเปิล ยุคทศวรรษ ๙๐) ก็มีหลาย Production Line มาก ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ ทีวี เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเล่นเกมส์ เครื่องเล่น MP3 และอีกหลายๆอย่าง เช่ือเหลือเกินว่า คงมีหลายๆคน หรือหลายๆบ้านเหมือนกันที่เป็น Sony ทั้งบ้าน แต่ Sony ก็ยังดูจะขาดเสน่ห์ลึกๆอย่าง Apple

ณ เวลานี้ ถ้า Apple จะขายทีวี ตู้เย็น พัดลม เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ รถ นาฬิกาข้อมือ หรือ แปรงสีฟันไฟฟ้า ก็เชื่อได้ว่า คงขายได้และมีคนชอบแน่ๆ แค่ออกมาปีละอย่าง ก็พอแล้ว แต่เมื่อออกครบหมดทุกอย่างแล้ว ความเป็น Apple ก็คงมีเสน่ห์น้อยลง (อดนึกถึงหนังสือการตลาดเก่าแก่ระดับคลาสสิค อย่าง Positioning ของ Al Ries และ Jack Trout ไม่ได้) แต่ลองอ่านดูต่อไป เพราะผู้เขียนเชื่อว่า Apple คงยังไม่ทำ

นอกเรื่องไปเยอะ ที่เขียนมาข้างต้น ก็เพราะทึ่งมากที่ทุกครั้ง เวลา Steve Jobs ออกมาแนะนำสิินค้าใหม่ คนทั้งโลกก็จะเฝ้าดูและบอกข่าวต่อๆกัน โดยไม่ต้องลงทุนประชาสัมพันธ์เลย อย่างน้อยๆที่เห็นในบ้านเรา ในระยะปีสองปีที่ผ่านมา เห็นคนเฝ้าอ่านรายงานข่าวบรรทัดต่อบรรทัด (จากการรายงานสดในห้องแถลงข่าว) แล้วก็มากระจายข่าวแล้ว อดชื่นชมความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ไม่ได้ และถึงแม้บางครั้ง สินค้านั้นๆอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจ หรือประสบความสำเร็จมากนัก แต่ความที่ตัวข่าวยังมีคนพูดถึง หรือให้ความสำคัญ ก็น่าจะพอใจแล้ว เว็บบอร์ดของช่างคุยเอง (Changkhui.Com) ก็ยังมีคนมาเขียนข่าวเลย

ดังนั้นทุกครั้งที่ Apple มีสินค้าใหม่ทีไร ทั้งโลกก็อดจับตามองไม่ได้ เพราะไม่มากก็น้อย นี่คือก้าวย่างการตลาดของผู้นำ มีผลต่อทิศทางการตลาด และการปล่อยสินค้าตระกูล iPod เมื่อวันที่ ๕ กันยายนที่ผ่านมา ก็ทำให้นึกถึงคำพูดในวงเสวนาของเฮียฮ้อกับหนุ่มเมืองจันท์ (ที่ประชาชาติธุรกิจ) ไม่ได้ ที่ว่า ความสำเร็จของ YouTube ทำให้เห็นได้ว่า ผู้บริโภคไม่ได้นิยมแค่เสียงแล้ว ตอนนี้ผู้บริโภคชอบภาพด้วย

ถ้าจะเสริมก็คงต้องเพิ่มว่า เทคโนโลยีและราคาในการให้ได้ content ที่เป็นภาพและเสียงคงเพิ่งมาถึงจุดที่ยอมรับได้เมื่อไม่กี่ปีนี้ิเอง เชื่อว่า คงมีคนเคยลองทำเว็บคล้ายๆ YouTube บ้างในอดีต แต่เนื่องจากราคาและพื้นที่ให้บริการ  Broadband ในระยะต้นๆ คงทำให้มีคนที่สามารถใช้บริการได้น้อย ยังไม่ต้องพูดถึงฝั่งผู้ให้บริการ ที่ต้องเตรียมถังข้อมูลที่ใหญ่มหาศาล และมีราคาสูงมากในอดีต บ้านเราเองก็เพิ่งจะสองสามปีหลังนี่เองที่ราคา broadband อยู่ในเกณท์ที่ผู้บริโภคทั่วไปรับได้ และทำให้เรารับชมวิดีโอทางอินเตอร์เน็ทในระดับคุณภาพภาพที่พอรับได้ และใช้เวลาในการโหลดไม่นานนัก

Apple คงเห็นสถิติจาก iTunes มากพอที่จะเดาทิศทางของตลาดได้ เพราะจะเห็นได้ว่า ตอนนี้นอกจากเจ้า iPod Shuffle ซึ่งเป็นตัวเล็กสุดแล้ว ที่เหลือสามารถรับชมวิดีโอได้หมด ทำให้ตอนนี้ ปัจจัยในการขาย Content ออนไลน์แบบวิดีโอ ครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ๑) การยอมรับของผู้บริโภค (market acceptance) ๒) ความพร้อมและบริการของอุปกรณ์ปลายทาง (Device) ๓) สื่อ (Medium)  และ ๔) Content (เพลง ภาพ และวิดีโอ)

พอมองจากมุมนี้ ก็จะเห็นได้ว่า Apple คุมเกมการตลาดของตัวเองอยู่จริงๆ ทั้งในส่วนของ Device ที่ผ่านอินเตอร์เน็ท (iPod ทั้งหมด) ทีวี (ผ่าน Apple TV) และ โทรศัพท์ (ผ่าน iPhone) โดยออกแบบให้ทุกชิ้น ต้องผ่าน Content Aggregator ของตัวเอง คือ iTunes Store และ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าที่ iPod ไม่สามารถรับวิทยุได้นั้น เป็นเพราะ Apple ไม่มีโอกาสได้อะไรเลยจากการให้ content วิทยุหรือเปล่า ก็เลยตัดการทำงานนี้ออกไป แต่ก็จะเป็นการมอง Apple ในแง่ร้ายมากเกินไปกระมัง

เห็นแล้วก็อดนึกถึง Nokia และ Sony ไม่ได้ ที่ Apple ได้เข้าไปรุกตลาดของทั้งสองแบรนด์ ซึ่งทั้งสองก็คงพยายามที่จะสร้างนวัตกรรมด้าน Device มาสู้ แต่ก็ยังขาดในสิ่งที่ Apple นำหน้าไปไกลแล้วที่ iTunes Store ในส่วนของ Content Aggregator

และในอีกฝั่งหนึ่ง เจ้าพ่อ Content ในตลาดโลก ทั้งค่ายหนังและค่ายเพลง ก็เริ่มหาทางสร้างทางเลือกอื่นที่อยู่นอก iTunes Store บ้าง เพราะการเร็วในการเติบโตของ iTunes Store คงเริ่มสร้างความอึดอัดในกับผู้สร้าง Content พอสมควร เชื่อว่า ทุกคนก็เห็นแน่ว่า ตลาดจะต้องไปในทิศทางที่ต้องการซื้อ-ขายวิดีโอทางอินเตอร์เน็ท แต่คงไม่มีคนคาดว่า ตลาดผู้บริโภคที่รับได้กับคุณภาพภาพที่เล็กขนาด iPod จะมีขนาดที่ใหญ่และโตเร็วขนาดนี้  จนเมื่อทุกคนเริ่มเห็นตลาดนี้ในมุมของ Apple ทุกคนก็ดูเหมือนจะตามหลังผู้นำไปแล้วก้าวใหญ่ๆเลยทีเดียว

ผู้เขียนเองก็ไม่นึกเช่นกันว่า ปัจจุบันจะมานั่งดูรายการ Diggnation ผ่าน iPod และตัวเองก็มานั่งทำ video podcast กับเพื่อนๆที่ ช่างคุย.คอม เพราะในทางหนึ่ง เราเห็นวิวัฒนาการและการต่อสู้ของรูปแบบดีวีดี ทั้ง HD-DVD และ BluRay ซึ่งเป็นที่เข้าใจและคาดเดากันได้ว่า เป็นตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพมาก แต่เมื่อมามองอีกทางหนึ่งในเครื่องเล่นตระกูล iPod ซึ่งเทียบคุณภาพไม่ได้กับอีกทางที่กล่าวข้างต้น แต่ก็น่าสนใจเหมือนกันว่า ตลาดนี้โตเอาโตเอา ว่ากันด้วยเรื่อง content ล้วนๆ โดยมี Apple เป็นผู้ควบคุมสเป็คโดยปริยาย ทั้งรูปแบบเสียง และขนาดวิดีโอ โดยกำหนดให้เป็นคุณสมบัติที่ต้องมีเพื่อเล่นในเครื่อง iPod, iPhone และ Apple TV ที่ตัวเองผลิต และถ้าจะให้ดี ก็ควรใช้อุปกรณ์เครื่องแมคอินทอช และซอฟท์แวร์ของ Apple ด้วยจะดีมาก (ซึ่งผู้เขียนก็ประสบกับตัวเองอยู่ในปัจจุบัน)

ผลกระทบของ iPod ตระกูลใหม่คงได้เห็นกันไม่นานนี้ ในเรื่องของแรงเหวี่ยงที่ทำให้เกิด Content ใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มของพวกที่อยู่ใน Long Tail (อยากแนะนำให้คนที่สนใจเรื่องสื่อแนวใหม่ และการตลาดในโลกดิจิตอลให้ได้อ่าน The Long Tail ของ Chris Anderson) สำหรับคนทำ podcast คนไทย คงได้มีโอกาสได้เห็นอะไรอีกมาก (ถ้าไม่หมดกำลังใจ และกำลังเงินกันไปก่อน) เอาไว้ว่างๆ จะเขียนมาให้อ่านกันอีก โดยเฉพาะเมื่อนำเรื่อง The Long Tail มาประยุกต์ใช้กับสถิติ Podcast ที่ช่างคุย.คอม ยังมีเรื่องให้เล่าได้อีกพอสมควร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s