๑๓. คุณธรรมน้ำมิตร

ช่างคุยจะเป็นช่างคุยไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้เพื่อนๆมาช่วยกัน มากันแบบไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร

เพื่อนๆกลุ่มแรกที่ชวน แน่นอนย่อมเป็นเพื่อนๆที่ผมเจอบ่อย กลุ่มที่เล่นสควอชด้วยกันนี่แหละ ฟังแล้วดูเป็นกลุ่มมีฐานะ เพราะเป็นกีฬาที่หาเล่นไม่ง่ายนัก แต่ในความเป็นจริง พวกเราตีกันฟรีครับ สนามที่คอนโดที่ผมอยู่เปิดให้เล่นฟรี เข้าใจว่าสมัยก่อสร้าง มีที่เหลือในที่จอดรถ ก็เลยสร้างสนามนี้เสียเลย ไม่มีติดแอร์อะไรทั้งสิ้น พวกเราก็มาเล่นกันประจำอยู่แล้ว (อย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อน)

นอกจากบอย และโกศล(อยู่ที่อเมริกา)แล้ว นอกนั้นในกลุ่มแรกนี่ ไม่มีใครรู้จักพอดคาสท์เลย ไม่ว่าจะเป็นนุ้ย(วิรุฬห์์) จ๊อบ หรือ วรวัฒน์ จนถึงทุกวันนี้ ผมว่า ทั้งสามคนก็ไม่ได้ฟังพอดคาสท์ไหนๆอยู่ดี (ผมว่านะ) แต่เมื่อชวนแล้ว ทุกคนก็ไม่ปฏิเสธ ท่าทางจะสนุกด้วย พวกเรารู้สึกตั้งแต่ต้นแล้วว่า ทำรายการเสียงสนุกและง่ายกว่าทำวิดีโอ สงสัยประสบการณ์ทำ Wikipedia เทปแรกทำให้หลายๆคนรู้สึกเขินๆ

ในกลุ่มนี้นี่ ยังมีคนที่เล่นสควอชด้วยอีกสองสามคน แต่ไม่อยู่ในสายงานไอทีหรือโทรคมนาคม เราก็เลยไม่ได้ชวนมาจัด แต่พอนานเข้า นานเข้า ไอเดียเริ่มบรรเจิด เอ๊ะ รายการนี้ เราก็น่าจะทำได้ ไอ้นี่ก็น่าสนใจ อ้าว ชั้ยมานั่งรออยู่ทำไม มาจัดรายการช่างคุยกับสถาปนิกซะ (ชื่อรายการในเวลานั้น) เดี๋ยวเราโทรไปตามต๊ะมาเอง เออ นั่นสิ กานกับอู๊ดชอบคุยกันเรื่องบันเทิง (แบบไร้สาระ) ก็ถ้าอย่างนั้นแล้ว ทำไมไม่จัดเป็นอีกรายการล่ะ กลายเป็น”ไม่หลับไม่นอน”แล้วเอ๋นั่นน่ะ นั่งอยู่เฉยๆทำไม ลองคิดมาสักรายการสิ กลายเป็นเรื่องรถไปเฉยเลย แถมไปชวนยุทธมาอีก (หลายๆครั้งผมก็ไปร่วมบันทึกรายการ โดยยุทธเป็นคนเลี้ยงขวดเขียวด้วย) โอ๊ะ นั่นเบ้ อยู่ซอยเอกมัยเหมือนกัน ว่างๆก็แวะมาทักทาย ถ้าอย่างนั้นแล้ว เรามาจัดรายการด้วยเล่นๆเป็นครั้งเป็นคราวก็แล้วกัน กลายเป็น”นอกเรื่อง” อู๊ดเองก็เพิ่งกลับจากดำน้ำ ทำไมไม่ชวนหนิงกับคุณจิงมาเล่าเรื่องด้วยล่ะ ก็กลายเป็น”ดำน้ำ”

มันเป็นการแตกหน่อออกมาทำนองนี้นะครับ ไม่ใช่ว่า เราคิดว่า คนฟังอยากฟังอะไร แต่เราคิดว่า เพื่อนๆเราที่มีอยู่สามารถคุยกันเรื่องอะไร โดยไม่เป็นภาระในการจัดจนเกินไป แล้วมันก็แปลกดีนะครับ ส่วนผสมหลายๆอย่างดูจะแบ่งกันลงตัวเหมือนกัน เราโชคดีมากที่มีบอยและกานเป็น Utilities (ไม่รู้จะใช้คำไทยคำไหนดี) ทั้งสองคนเป็นผู้ให้ความช่วยเหลืออยู่ข้างหลัง โดยที่หลายๆคนไม่ทราบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหาข้อมูล หรือประชาสัมพันธ์ เวลามาคุยกันหลายๆคน หน้าที่จะแบ่งกันโดยอัตโนมัติ ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายเสริม ฝ่ายกวน ฝ่ายพิธีกร ก็มีแฟนรายการบางท่านเหมือนกันที่ตั้งข้อสังเกตุนี้มาว่า มีส่วนผสมที่น่าสนใจ อันนี้ผมเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน

วันดีคืนดี คุณกั้งจาก Siampod.Com ก็เมล์มาอยากขอสัมภาษณ์ หลังจากที่เห็นผมประชาสัมพันธ์ที่นั่นอยู่สักพัก ก็เลยได้รู้จักและเจอตัวคุณกั้ง หลังจากนั้นไม่นาน กั้งก็ถามว่า พี่มีรายการกีฬาไหม มีคนสนใจลงโฆษณา ซึ่งตอนนั้น เราไม่มี แต่มันทำให้ผมได้คิดต่อ ก็เลยถามคุณเอ๋ เพราะเราก็รู้จักคุณเก๊กทั้งคู่ เป็นเพื่อนสนิทของเพื่อนเราในกลุ่มนี้เหมือนกัน คุณเอ๋ก็บอกว่า เคยชวนแล้ว แต่คุณเก๊กไม่ว่าง แต่หลังจากนั้น ไม่นาน ไม่ทราบว่าคุณเอ๋ไปชวนอย่างไร คุณเก๊กหนีบพี่ฟาห์มาที่คอนโดผม บันทึกสามเทปรวดในคืนนั้น ผมเองก็เพิ่งรู้จักพี่ฟาห์คืนนั้นเอง พวกนี้คุยกันเหมือนครูพละคุยกัน มีเฮฮาตามประสาคนเล่นกีฬา ไม่เครียด ไปๆมาๆ นี่เป็นอีกรายการที่ผมไม่ต้องดูแลการผลิต คนจัดเขาจัดการกันเองได้ และรู้สึกว่า จะสนุกมากที่ได้ทำรายการ

พี่ตุ้มก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่ผมประทับใจ แม้จะนับได้ว่า เป็นนักเขียนรุ่นใหญ่ ในสายงานข่าว แต่ตัวจริงพี่ท่านเหมือนตัวหนังสือที่พี่เขียน เฮฮา ใจดี อย่างมีหลักการ ผมประทับใจในความช่วยเหลืออย่างมาก แต่เนื่องจากผมเองก็ยังไม่ทราบ จะหารายได้มาเป็นเรื่องเป็นราวอย่างไร และประกอบกับระยะทางจากคอนโดผมไปยังมติชน ก็เป็นระยะทางไม่น้อย ความสนิทสนมคุ้นเคยยังผิวเผิน ผมพบว่า ผมผลิตรายการนี้ลำบากกว่าที่ประเมิณไว้ในตอนแรก ถ้าเรามีผู้สนับสนุนจริงจัง ผมคงสามารถจัดรายการได้อย่างมีคุณภาพ มีการเตรียมสคริปต์ หัวข้อเรื่อง เราคงทำรายการได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้ผมค่อยๆเพลาเรื่องช่างคุยกับหนุ่มเมืองจันท์ไป แม้จะเสียดายไม่น้อยไปกว่าคนฟัง แต่ดูแล้วจะฝืนกำลังตัวเองไปเปล่าๆ เสียดายครับ แต่ดีใจที่พบว่า นักเขียนที่เราพบเป็นคนเดียวกับที่เราคาดไว้ ยังประทับใจน้ำใจอยู่จนทุกวันนี้ เพราะพี่ตุ้มก็ไม่คิดเงินครับ

นอกจากเราจะมีคนจัดรายการที่ไม่คิดค่าตัวแล้ว เรายังมีคนจัดรายการที่เสียเงินด้วย หมอจิ๋วและหมอหนึ่งเป็นคนที่ช่วยซื้อเสื้อช่างคุยกันคนละสี่ห้าตัว ด้วยแรงสงสาร และอย่างที่เอ่ยไปแล้ว พี่จิ๋วยังเป็นคนหา MacBook Pro ให้ผมด้วย น้ำใจของทั้งสองท่าน ไม่ทราบว่าจะตอบแทนอย่างไร และเนื่องด้วยข้อจำกัดของจรรยาแพทย์ และระเบียบของแพทย์สภา ทำให้เราไม่สามารถเปิดเผยหรือโปรโมตได้มากกว่าที่เราทำอยู่

พอเริ่มมีหลายรายการ เริ่มเป็นภาระ ก็ให้บังเอิญ คุณเบ้ไปเจอคุณแพนกับหมอรัฐเข้า เพื่อนเก่าสมัยมัธยม ก็เลยมาช่วยๆกันเล่าเรื่องหน่อย และด้วยความเป็นคนที่อยู่ในวงการศิลปะ คุณแพนก็เลยเป็นธุระให้้ผมไปเจอท่านอังคาร กัลยาณพงษ์ ครูปยุต เงากระจ่าง และภิญโญ (OPEN) นี่ก็เป็นอีกคนที่มาช่วย เพราะเป็นเพื่อนกัน

จากนั้น เมื่อมีีแฟนรายการ หลายๆคนก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เมื่อมีเรื่องอยากเล่า เราก็ชวนมาเล่าซะเลย รู้ทางกันแล้วนี่ว่า ช่างคุยออกแนวไหน ทั้งเจ้าอุ้ม (ลูกกลมกลม) และฟอร์ด (เอาจริงเอาจัง) ก็เข้ามาร่วมขบวนกัน โดยไม่ต้องพูดกันเรื่องค่าตัว (เพราะรู้แน่ว่าไม่มี) ถ้าใครสนใจเข้าร่วม ก็ก้าวเข้ามาครับ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงไม่น่าสงสัยแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไมผมถึงบทนี้ว่า คุณธรรมน้ำมิตร ซึ้งใจจริงๆ ถ้าสุดท้ายแล้ว ช่างคุยมีอันต้องปิดตัวลง ผมว่า ทุกคนก็คงมีความทรงจำดีช่างคุยอยู่บ้าง สำหรับผมเอง อย่างน้อยมันก็เป็นบันทึกความทรงจำชั้นดี ที่ไม่มีวันลืมเลยจริงๆ

จากจุดนี้ไป คงจะเริ่มเล่าในเรื่อง New Media และ Long Tail แล้วครับ ที่เล่าเรื่องเบื้องหลังก็เพราะอยากให้เห็นว่า ช่างคุยมีที่มาที่ไปอย่างไร หวังว่า ไม่เบื่อกันไปก่อนนะครับ

Advertisements

One thought on “๑๓. คุณธรรมน้ำมิตร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s