๙. หาแนวร่วม

เมื่อมีตอนแรก หลังจากที่คุยกันมาเกือบสามอาทิตย์แล้ว ภรรยาผม (นก / Indies’ Girl) ก็เลยทำบ้าง เพราะนกมีเรื่องในมืออยู่แล้ว จากการที่เป็นนักเขียนคอลัมน์ให้นิตยสาร Gourmet & Crusine เราก็เลยได้รายการมาอีก ๑ รายการ คือ Indies’ Kitchen โดยผมไม่ต้องดูแลเรื่องการผลิตเลย เพราะนกทำเองได้หมด แค่ช่วยเรื่องเทคนิคก็พอ เราก็ได้เห็น Indies’ Kitchen ออกมาเรื่อยๆในระยะนั้น

จากนั้นผมก็นึกถึงเรื่องหมอ ผมรู้จักพี่จิ๋วจากการที่เราเรียน Exec-MBA ที่ศศินทร์ร่วมกัน ไม่ได้สนิทสนมมาก แต่มีอยู่คอร์สหนึ่งที่ผมได้ทำงานกลุ่มร่วมกับพี่จิ๋ว เป็นคอร์สที่สนุกที่สุดคอร์สหนึ่ง เท่าที่เรียนในศศินทร์ เพราะไม่มีการสอนแบบ Lecture แต่เป็นการให้แต่ละกลุ่มมาวิเคราะห์กรณีศึกษาหน้าชั้น แล้วก็ให้เพื่อนๆ และอาจารย์ช่วยกันยิงคำถาม เนื้อหาต้องไปอ่านเอาเอง โดยอาจารย์จะเป็นคนสรุปตอนท้ายของทุกเคสให้ ที่สนุกเพราะกลุ่มค่อนข้างเล็ก คือมีกันอยู่ ๔ คน โดยที่ผมเป็นคนเตรียมเรื่องคำนวณ พี่จิ๋วมักจะรับหน้าทีบรรยายตอนต้น เราต้องเจอกันหลังเลิกงาน เพื่อเตรียม present ทุกครั้งที่เจอกัน พี่จิ๋วจะเตรียมไวน์แดงไว้ให้ขวดหนึ่ง ทำไป จิบไวน์ไป ตอนเตรียมสไลด์แผ่นแรกๆ ก็สนุกดี แต่พอถึงตอนหน้าท้าย ที่ต้องคำนวณทีไร ผมเริ่มแย่ ต้องขอกลับไปทำต่อที่บ้านทุกที เราต้อง present ทั้งหมด ๓ เคส เพราะกลุ่มอื่นมี ๓ คน ทำ ๒ เคส เราคนเยอะ ต้องทำสาม ชอบมาก เพราะหมายถึงไวน์เพิ่มอีก ๒ ขวด (เจอกันประมาณ ๒ ครั้งต่อเคส) พอถึงวัน present ครั้งสุดท้าย สนุกเข้าไปอีก เราเจอกันคืนวันศุกร์ เพื่อ present วันเสาร์เช้า โดยตกลงกันไว้อย่างดี ว่าใครจะเป็นคนพูดตอนไหน พอผมมาถึงห้องเรียนวันเสาร์ เพื่อนในกลุ่มก็บอกด้วยน้ำเสียงตลกปนเศร้าว่า พี่จิ๋วติดทำคลอดด่วน มาไม่ได้ เราต้องจัดการกันเอง ที่เจ็บไปกว่านั้น ก็คือ คุณแม่ที่ต้องคลอดวันนั้น เป็นคนที่เรียนในรุ่นเดียวกันที่ศศินทร์นั่นแหละ ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีในวันนั้น เสียดายที่วิชานั้นเป็นวิชาท้ายๆที่เรียนที่นั่น ถ้ารู้ว่า ทำงานกลุ่มกับพี่จิ๋วเป็นอย่างนี้ ผมคงได้มีโอกาสเก็บขวดเขียวกลับบ้านมากกว่านี้

พออยากทำเรื่องหมอ ก็ติดต่อพี่จิ๋ว ก็ปรากฏว่า แกอยู่ที่อเมริกา แต่ SMS กลับมาบอกว่า Good Idea แต่พอเจอกันที่โรงพยาบาล ดันถามว่า podcast คืออะไร เมื่อคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็มาบันทึกรายการกัน หลังจากนั้น พี่จิ๋วก็แนะนำให้รู้จักกับหมอหนึ่ง กลายเป็นว่า ผมได้หมอทั้งสองท่านมาร่วมจัดรายการ แน่นอน ตอนนั้น บาทเดียวผมก็ยังไม่ได้ แต่ที่ยังดีก็คือ บาทเดียวสำหรับคนจัดก็ไม่ต้องเสียเหมือนกัน

ณ จุดนั้น เรามีสามรายการแล้ว แต่ปริมาณคนเข้าเว็บก็ยังน้อยอยู่ ถ้าจำไม่ผิด ก็น่าจะเป็นหลักสิบต่อวัน แต่ผมก็ยังใจเย็น เพราะรู้ว่า content ยังน้อย แต่การที่มีหมอมาทำรายการ มันทำให้ดูดีขึ้นมาเยอะเลย แต่เสียงวิจารณ์ในตอนแรก ก็ยังอยากให้เราปรับปรุงหน้าเว็บ ให้ดูน่าเชื่อถือหน่อย ตอนนั้น จนใจจริงๆ แม้ว่าตอนนี้ จะทำได้ไม่เท่าไร แต่เมื่อเทียบกับตอนนั้นแล้ว ผมยังเพิ่งรู้จักการเขียนหน้าเว็บ แบบที่ใช้ Cascade Style Sheet เอง เมื่อเริ่มเขียนก็รู้แน่ว่า งานนี้ ต้องทำเอง ไม่สามารถให้ใครช่วยได้ เพราะ content เราเปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้าต้องให้คนอื่นช่วย โดยไม่มีให้สักบาท คงยาก แล้วที่สำคัญที่สุด คือต้องรอ โดยไม่รู้ว่า ต้องรอถึงเมื่อไร นึกถึงที่ Jordan ว่าไว้น่ะครับ ถึงตอนนี้ ผมจะยังเขียนได้ไม่ดี แต่มันก็ดีขึ้นกว่า ๑ ปีที่ผ่านมามาก

จุดพลิกจริงๆของช่างคุยก็มาถึง เมื่อผมชวนเอ๋มาจัดรายการ โดยไม่ได้เจาะจงว่า ต้องเป็นเรื่องอะไร ตอนนั้นผมยังไม่ได้อ่านเรื่อง The Long Tail แต่รู้แน่ๆว่า เป็นเรื่องอะไรก็ได้ ที่เราสามารถเล่าได้ โดยไม่ต้องท่อง หรือเป็นภาระในการค้น เอ๋โทรกลับมา บอกว่า ลองอ่านเมล์ดูนะ ลองเขียนสคริปท์ คร่าวๆแล้ว ผมเปิดเมล์ด้วยความทึ่ง เอ๋เขียนเป็น Microsoft Word ทำเป็นหัวข้อ ว่าจะพูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับรถโฟล์คเต่า โดยบอกว่า จะชวนยุทธ มาทำรายการด้วย เราจัดแจงนัดเจอกันที่บ้านยุทธ โดยที่ยุทธไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย นอกจากอาหารเย็น ให้เพื่อนๆกิน แต่ที่ยุทธทำในวันน้ั้น และมีผลถึงวันนี้ ก็คือ ยุทธตั้งชื่อรายการเองครับ ให้ชื่อว่า คุยคุ้ยเต่า

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s