๘. แล้วก็มีตอนแรกจนได้

สิ่งหนึ่งที่เราได้มาจากเทปเดโม wikipedia คือชื่อรายการครับ

วันนั้นที่เราบันทึกรายการ บอยอาสานำเทปไปแปลงเป็นไฟล์ให้ โดยที่เราก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อรายการกัน ผมตั้งโจทย์ไว้ว่า ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น ให้ออกไปในแนวทางช่างคุยกัน อาทิตย์ต่อมา พอเรามาเจอกันอีก บอยก็นำแผ่นที่แปลงไฟล์แล้วมาให้ โดยเขียนไว้ที่แผ่นว่า ช่างคุย เพราะบอกว่า “ก็หงษ์บอกว่า ให้เป็นเหมือนช่างคุยกันไง” นั่นสิ คิดคำอย่างอื่นทำไมให้ยาก ว่าแล้วก็ไปจดโดเมน

อยากขยายความเรื่องชื่อหน่อยหนึ่งครับ ว่าทำไมต้องเป็นภาษาไทย เมื่อตอนสมัยมัธยม ผมเคยเป็นนักเรียน AFS ไปอยู่ออสเตรเลีย ๑ ปี ระหว่างนั้น เพื่อนๆที่กรุงเทพทำเสื้อรุ่นกัน แล้วก็ส่งไปให้ เป็นเสื้อยืดคอปกแขนยาว สีเขียว สวยเชียว เราเลยใส่เป็นเสื้อหนาว เพื่อนออสเตรเลียชมว่า เสื้อสวย แต่มีอยู่คนหนึ่งถามว่า ทำไมพิมพ์ตัวอักษร(ชื่อรุ่น) เป็นภาษาอังกฤษ อึ้งไปนานเลยครับ ผ่านมา ๒๐ ปีก็ยังนึกถึงเรื่องนี้อยู่ นั่นสิ เราคนไทยมีภาษาพูด และตัวหนังสือ เป็นของเรา แต่ทำไมเราไม่นิยมใช้ภาษาไทยกันเท่าไร เวลาเสนองาน ทุกวันนี้ เราก็ยังเห็นอยู่นะครับ นิตยสารไทยที่ทำให้คนไทยอ่าน เนื้อหาข้างในเป็นภาษาไทยหมด แต่บนหน้าปก แทบจะไม่เห็นอักษรไทยอยู่เลย ผมเห็นชื่อยี่ห้อต่างๆของชาติอื่นที่ในประเทศเขาไมได้่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ก็ีพอมีให้เห็นนะครับ เขาใช้ภาษาของเขาตั้งชื่อ ผมนึกถึง Kinokuniya, Huawei, Haier, Fujitsu, Proton Saga, Samsung ก็เลยตั้งใจไว้ว่า จะพยายามใช้ภาษาไทยให้มากที่สุด เท่าที่จะพอทำได้ แต่เวลาเขียนอีเมล์นี่ ต้องยอมรับว่า ใช้ภาษาอังกฤษคล่องตัวกว่าเยอะ โดยเฉพาะชื่อเฉพาะอย่าง Wikipedia เนี่ย ผมว่าทับศัพท์จะคงรูปดีกว่า มองปราดเดียวโดยไม่ต้องอ่าน ก็รู้ว่าคำไหน

พอได้ชื่อแล้ว ผมก็ไปจดโดเมน โดยเลือก GoDaddy เพราะเป็น Hosting ที่เป็นสปอนเซอร์ให้ DiggNation โดยไม่ได้มองที่เมืองไทยเลย เพราะสู้ราคาไม่ไหว คำนวณขนาดไฟล์ที่เราลองทำกันดูแล้ว ราคาต่างกันเยอะเหลือเกิน บาทแรกยังไม่ได้ อย่าไปจ่ายอะไรมากมายเลย แต่ที่แน่ๆ ผมไม่ได้สนใจเรื่องซื้อเซิร์ฟเวอร์เลย เพราะเห็นภาระในการดูแล มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ เราทำ content ก็พอแล้ว แล้วก็ให้คนที่เก่ง hosting ทำหน้าที่ของเขาไป

ปัญหาต่อมาก็คือ แล้วใครจะทำหน้าเว็บ มองหน้ากันแล้วก็หัวเราะ การเขียนโค๊ดครั้งล่าสุดของหลายๆคน ก็เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว แถมไม่มีใครได้ตาม web developement เลย ไม่ว่าจะเป็น XHTML, CSS, PHP หรืออื่นๆ แล้วจะทำยังไงหว่า

ไม่มีทางเลือกครับ ต้องเขียนเอง ก็อยากทำเองนี่ ก็ต้องทำเองแหละ ณ เวลานั้น ผมไม่รู้จักคำว่า Content Management System นะครับ รู้จักแต่ HTML ถ้าใครได้เคยเห็นเว็บช่างคุยในช่วงแรกๆ (ปลายปี ๒๕๔๙) คงจำความอุบาทว์บนหน้าจอได้ แต่ตอนนั้น ผมก็ยังอดรู้สึกดีใจไม่ได้ว่า เออ หน้าแรกขึ้นแล้ว ทั้งที่เมื่อมองย้อนไป ยังเขียน HTML โดยยังเป็น table-based อยู่เลย

แล้วปัญหาการอัดเสียงและวิดีโอล่ะ เราก็ค่อยๆอ่านไปน่ะครับ มีหลายๆเว็บบอกเอาไว้ ว่าต้องทำอย่างไร ที่ประทับใจมากๆ คือการอธิบายของ Leo Laporte ใน http://www.twit.tv เพราะคุณ Leo เขียนได้ละเอียดดีเหลือเกิน แต่ก็จนใจอยู่ตรงที่หลายๆอย่างที่คุณ Leo ใช้ เป็นอุปกรณ์ระดับมืออาชีพน่ะครับนอกจากจะแพงแล้ว เมืองไทยก็ไม่มีขาย

พอเริ่มทำเป็น เราก็นึกถึงว่า คงมีคนอยากทำบ้าง ก็เลยเขียนวิธีการทำไว้ด้วยที่หน้าเว็บช่างคุย เผื่อคนอื่นอยากทราบ อย่างที่บอกตอนที่แล้วน่ะครับ content ไทยเนี่ย ก็ต้องพึ่งคนไทยด้วยกันเขียน ผมก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดานะครับ มีโลภ มีอิจฉาเหมือนกัน ถ้าเปิดเผยวิธีการทำงานหมด แล้วคนอื่นก็เลียนแบบได้สิ ความรู้่สึกนี้มีนะครับ แต่กลับไปที่จุดประสงค์แรกที่ตั้งใจทำ ถ้าเราต้องการเพิ่มองค์ความรู้ ก็นี่แหละ คือการเพิ่มองค์ความรู้ ก็เลยเขียนไว้ก็แล้วกัน ให้คนที่อยากทำ ได้มีโอกาสได้ทำซะบ้าง และเมื่อทำมาเป็นปีแล้ว ผมก็รู้สึกจริงๆนะครับ ว่าปัญหาเทคนิคนี่เป็นเรื่องเล็กมาก ทำอย่างไรถึงจะมีความอยากทำอย่างสม่ำเสมอมากกว่า ที่เป็นอุปสรรคใหญ่ ไว้ว่ากันเรื่องนี้ในบทอื่นดีกว่าครับ

แล้วตอนแรก เราจะเรื่องอะไรล่ะ ผมนึกอะไรไม่ออก ก็เลยลองไล่คนรู้จักคร่าวๆว่า เราน่าจะลองสัมภาษณ์ใครได้ ก็มาลงตัวที่คุณทวีชัย ภูรีทิพย์ หรือบู้ เนื่องจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อน แถมยังอยู่ใกล้บ้านเราด้วย โทรปุ๊ป ก็ตอบรับปั๊ป โดยที่บู้ก็ไม่รู้จัก podcast เหมือนกัน แต่ถ้าแค่สัมภาษณ์ เรื่องเล็ก

สัมภาษณ์เสร็จปุ๊ป ก็นำขึ้นเว็บเลย แล้วก็นั่งสวดมนต์พึมพำว่า แล้วใครจะรู้จักเว็บกูวะ ให้บังเอิญว่า ตอนนั้นอ่าน A Day ซึ่งเขียนแนะนำเว็บหนึ่ง ชื่อว่า Siampod.Com ว่าเป็นเว็บที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบ iPod และ podcast ผมก็เลยตามไปดู ก็เห็นว่า มีส่วนของ podcast จริงๆ ก็เลยไปโพสท์แนะนำเว็บตัวเองที่นั่น

วันรุ่งขึ้น Siampod ก็แนะนำช่างคุย โดยเขียนแนะนำไว้ให้ ในหน้าแรกของ Siampod เลย มียอดเข้าชมที่น่าตื่นเต้นมาก(ในเวลานั้น) ยอดดาวน์โหลดก็สูงขึ้นพรวด ผมยังรู้สึกดีเรื่องนี้ ไม่หาย เพราะผมไม่รู้จัก Siampod เลย มาหลายเดือนให้หลัง ถึงได้ทราบว่า เจ้าของเว็บชื่อ กั้ง และมีเว็บมาสเตอร์ชื่อ ฟอร์ด

Advertisements

2 thoughts on “๘. แล้วก็มีตอนแรกจนได้

  1. ชอบที่พี่เขียนจังเลยครับ(เพิ่งไล่อ่านตั้งแต่ตอนแรก) ชอบฟังพี่ๆคุยกันด้วย รู้สึกสนุกตามไปด้วยทุกที แล้วก็ได้ความรู้เล็กๆน้อยๆอยู่เสมอ

    ผมรู้จักช่างคุยจากเว็บบอร์ด MrPalm.com ครับ ตอนนั้นมีคนมาโพสต์แนะนำเว็บเอาไว้ ผมเลยตามมาฟัง แล้วก็ฟังมาเรื่อยๆ
    ( http://www.mrpalm.com/board/view_board.php?id=72020 )

    เนื้อหาหลากหลายดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปแล้วหนึ่งปี 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s