๗. ลองทำ podcast

เป็นเหมือนๆกันใช่ไหมครับ ที่เวลาเราดูรายการแฟนพันธ์แท้แล้ว เราอดถามตัวเราเองไม่ได้ว่า เอ๊ะ แล้วเรารู้อะไรบ้าง ที่ลึกมากพอจะไปคุยเรื่องอย่างนี้ได้ เกือบทั้งนั้นคงเหมือนๆกัน นั่นคือเราก็แค่ชอบ แล้วก็อยากรู้น่ะครับ แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ผมชอบอ่านครับ แต่ก็ไม่ได้ติดตามงานใครเป็นพิเศษ แถมความชอบในการอ่าน ก็เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ (แต่ที่ไม่ชอบอ่านเลย คือแนวธรรมะ) ชอบฟังเพลง แต่ก็ไม่ได้ตามติดวง หรือแนวดนตรีใด เป็นพิเศษ ชอบดูหนัง แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องลึกซึ้งมากมาย มิหนำซ้ำ อายุยิ่งมาก กลับยิ่งชอบหนังแนวเบาๆ เน้นพล็อตเล็กๆก็พอแล้ว ไม่เหมือนสมัยอยู่มหาวิทยาลัย ที่ชอบหนังแนวหนักๆ ต้องคิด ต้องตีความ ยิ่งคิดยิ่งนึกไม่ออกว่า จะทำรายการอะไร พอมองๆรอบตัวเรา จึงได้เห็นว่า เรามีเพื่อนกลุ่มหนึ่งนี่ไง ที่พบปะกันเป็นประจำ น่าจะลองอะไรบางอย่างได้

เพื่อนกลุ่มนี้คบกันมานานแล้วครับ ส่วนใหญ่ เรารู้จักกันมาตั้งแต่เข้ามัธยมศึกษาตอนปลาย ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปี ๒๕๒๘ ทุกวันเสาร์ ประมาณ ๕ ถึง ๖ คน ที่บ้านอยู่ใกล้ๆกัน เราจะมาเล่นกีฬา แล้วก็ทานข้าวเย็นด้วยกัน ที่เหลือ ก็นัดเจอะเจอกันบ้าง เป็นระยะๆ มีบ้างที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ก็มาบ่อย จนสนิทกันไปเอง

แล้วเสาร์หนึ่ง ผมก็เสนอความคิดเรื่องการทำ podcast ขึ้น ทั้งนี้ พวกเราในกลุ่มมักจะอยู่ในสายงานวิศวกรรม ก็เลยคิดๆกันว่า น่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี (ก่อนที่จะมาเป็นคนแก่เล่าเรื่องในเวลาต่อมา) แล้วก็ให้แต่ละคนนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ทุกคนเห็นด้วย โดยที่ยังนึกไม่ออกว่า จะคุยเรื่องอะไร แต่วันนั้น ผมเตรียมกล้องวิดีโอเอาไว้แล้ว

ทุกวันนี้ ดีวีดีแผ่นนั้น ผมยังเก็บไว้อย่างดี ไม่ให้ใครได้เห็นอีก และหวังว่า จะไม่มีใครได้ดูตลอดไป เราคุยกันเรื่อง wikipedia โดยที่ไม่ได้เตรียมตัวกันมา ไม่ได้รู้เรื่องเทคนิคการบันทึกเสียง ขี้เกียจจัดแสง ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแต่งกาย และไม่มีความต่อเนื่องของเนื้อหา ดูอย่างไรก็ตลกดี

จากนั้น เราก็พยายามบันทึกกันอีกสองเทป โดยอัดเสียงผ่านเครื่องบันทึกวิดีโอ ซึ่งได้คุณภาพเสียงไม่ดีเท่าที่ควร ระหว่างนั้น ผมอาศัยคอนเนคชันเก่า โทรเข้าไปคุยกับผู้บริหารในบริษัทโทรคมนาคมเดิม ที่ผมเคยทำงานอยู่ เพื่อขอเนื้อที่เซิร์ฟเวอร์(ขอจริงๆนะครับ) พี่แจ๊ค (กรีกรณ์)ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงงๆ ว่ากำลังจะทำอะไรหรือ ผมจึงขอนัดเข้าไปพบที่ทำงาน เพื่ออธิบายให้ฟัง เมื่อได้เจอ นำ podcast ของต่างประเทศให้ดู พี่แจ๊คก็เข้าใจ แต่เสียใจที่ไม่มีเซิร์ฟเวอร์ให้ยืม เพราะพี่ท่านได้ย้ายไปรับผิดชอบหน่วยงานใหม่เสียแล้ว แต่ก็มีข่าวดี คือ หน่วยงานใหม่นี้จะรับผิดชอบเรื่องการผลิตรายการให้กับเคเบิลทีวี ๑ ช่อง ซึ่งจะเป็นช่องใหม่ ต้องผลิต content ขึ้นมาใหม่ แล้วดูแล้ว สิ่งที่นายภาสกรว่ามา แม้จะหลุดคอนเซ็บท์ช่องไปบ้าง แต่ก็รับได้ เดี๋ยวจะให้ไปคุยกับหน่วยงานใต้บังคับบัญชา เพื่อคุยเรื่องการดำเนินงาน และแนวทางการหาสปอนเซอร์ต่อไป พี่แจ๊คเป็นพี่ที่ดีเสมอ จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังสำนึกบุญคุณที่ให้เวลาได้คุย

จากนั้น ผมได้มีโอกาสได้คุยกับทีมงาน โดยผมนำดีวีดีที่บันทึก wikipedia (โดยบอกว่า นี่แหละคือ demo) ไปให้ ลองนึกดูนะครับ เท่าที่ผมพอจะนึกทบทวนได้ ทีมงานนี้ เป็นคนที่เคยทำรายการทีวี หรือไม่อย่างนั้น ก็มีประสบการณ์ทางด้านสื่อมาก่อน ที่แน่ๆ คือมีมากกว่าผม ทีมงานดูออกจะงงๆในสิ่งที่ผมอยากทำ พอๆกับคงขำในใจที่เห็นเดโมตลกๆของพวกเรา ที่ไม่มีการตัดต่อใดๆทั้งสิ้น ที่นำมาให้ดู ผมยอมรับว่า ผมนึกฉุน ที่พวกเขาไม่ได้เห็นภาพเดียวกับที่ผมเห็น คำถามแรกๆจะเป็นเรื่องหลักๆของการหาสปอนเซอร์ กลุ่มคนดูเป้าหมาย ผมนึกในใจทันทีว่า เราคงยังไม่พร้อมจะทำงานในแนวนี้ จากนั้น เราก็ลากัน โดยที่ต่างคน คงรู้คำตอบในใจว่า ต่างฝ่ายต่างไม่ใช่ ผมไม่ทราบว่า ทีมงานได้ไปชี้แจงพี่แจ๊คไว้อย่างไร แต่ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่แจ๊คอีกหลังจากนั้นไปหลายเดือน แต่ก็ไม่เห็นพี่เขาจะว่าอะไร

ผมยังนึกดีใจที่วันนั้น เราไม่ได้ไปทำรายการออกเคเบิล ไม่ได้มีเหตุผลอื่นมากไปกว่า ว่าต้นทุนในการออกไปหาสปอนเซอร์แต่ละครั้งนั้น สูงกว่าต้นทุนที่ผมผลิตรายการเองเสียอีก ผมสนใจที่จะทำ content ให้ออกมาก่อน เพื่อจะได้แก้ไขจากความผิดพลาด พอๆกับหาแนวทางให้เจอก่อน ถ้าไม่เช่นนั้น เราอาจจะต้องผลิตรายการตามใจผู้อุปถัมน์รายการ ซึ่งมันสวนทางกับความคิดที่จะทำในตอนแรก

ณ เวลานี้ ไม่มากก็น้อย ช่างคุยก็พอจะมีบุคคลิกของเว็บอยู่บ้าง หลังจากที่เราได้ลองผิดลองถูก มาเป็นปี ผมนึกถึงคำพูดทีเคยได้ยินในวิดีโอของ Michael Jordan (ซึ่งเข้าใจว่า คงมีคนเขียนสคริปท์ให้พูดนะครับ แต่มันฟังดูมีนำหนักดี เมื่อ Jordan พูด) ว่า เมื่อตอนที่เขาไม่ติดทีมโรงเรียน เขาเสียใจมาก แล้วเขาก็กลับไปทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนัก จนในที่สุด เขาก็ประสบความสำเร็จ ผมชอบตอนท้ายที่เขาบอกว่า ถ้่าคุณล้มเหลว จงกลับไปฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อเตรียมพร้อมในคราวต่อไป ซึ่งถ้าคราวต่อไป คุณเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อย คุณก็จะทำสิ่งนั้นได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการฝึกนั่นเอง

ทุกวันนี้ ช่างคุยก็ยังต้องปรับปรุงอยู่ แต่ผมว่า มันก็ดีขึ้นอยู่เรื่อยๆนะ ว่ามั้ย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s