<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Changkhui's Weblog</title>
	<atom:link href="http://changkhui.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://changkhui.wordpress.com</link>
	<description>My Podcast Experience</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Jan 2012 18:19:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='changkhui.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Changkhui's Weblog</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://changkhui.wordpress.com/osd.xml" title="Changkhui&#039;s Weblog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://changkhui.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>๒๔. ช่างคุย ตอน Japanese AV 1 และ 2</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2012/01/04/%e0%b9%92%e0%b9%94-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-japanese-av-1-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2012/01/04/%e0%b9%92%e0%b9%94-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-japanese-av-1-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2012 16:51:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[ช่างคุย]]></category>
		<category><![CDATA[podcast]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างคุย changkhui JAV JapaneseAV]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=676</guid>
		<description><![CDATA[JAV 1 และ 2 (ธันวาคม ๒๕๕๓) ผมจำไม่ได้จริงๆว่า เรานัดกันได้อย่างไร จำได้แต่ว่า ชวนกันเล่นๆ ไปๆมาๆ หลายๆคน มีรัฐ สุภาพ (http://www.Twitter.com/rudsooparb) ด้วยแน่ๆ แต่ผมจำไม่ได้ว่า ผมชวนภาวุธ (http://www.Twitter.com/pawoot) และศุภเดช (http://www.twitter.com/ripmilla) มาได้อย่างไร (น่าจะเป็นการชวนหลังจากบันทึก Entrepreneur)  แต่คิดว่า ตอนแรกที่เราชวนกันมา มีรัฐ ภาวุธ และศุภเดช  เท่านั้นเอง โดยกำหนดสถานที่ว่า ขอใช้ Tarad.com โดยที่ผมเองก็ไม่เคยไปมาก่อน แต่คิดว่า น่าจะมีห้องประชุมให้ใช้ได้ โดยไม่คิดว่าจะเป็นห้องสัมมนาด้วย ซึ่งเหมาะมาก พอถึงวันบันทึก ปรากฏว่า ทั้ง ป้อม (ภาวุธ)และโก๋ (ศุภเดช) ติดงานของสมาคมเว็บฯ ทำให้ต้องเลื่อนการบันทึกออกมาเป็นตอนเย็นๆ กว่าจะได้บันทึกวันนั้น ก็น่าจะประมาณ หกโมงเย็น โดยก่้อนที่จะบันทึกไม่กี่ชั่วโมง เจ้าโก๋็ก็โทรเข้ามา ขออนุญาติพาเพื่อนมาอีกคน บอกว่า &#8220;คนนี้ ผมรับรองครับพี่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=676&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>JAV 1 และ 2 (ธันวาคม ๒๕๕๓)</p>
<p>ผมจำไม่ได้จริงๆว่า เรานัดกันได้อย่างไร จำได้แต่ว่า ชวนกันเล่นๆ ไปๆมาๆ หลายๆคน มีรัฐ สุภาพ (<a title="@RudSooparb" href="http://www.Twitter.com/rudsooparb">http://www.Twitter.com/rudsooparb</a>) ด้วยแน่ๆ แต่ผมจำไม่ได้ว่า ผมชวนภาวุธ (<a title="@Pawoot" href="http://www.Twitter.com/pawoot">http://www.Twitter.com/pawoot</a>) และศุภเดช (<a title="@Ripmilla" href="http://www.twitter.com/ripmilla">http://www.twitter.com/ripmilla</a>) มาได้อย่างไร (น่าจะเป็นการชวนหลังจากบันทึก Entrepreneur)  แต่คิดว่า ตอนแรกที่เราชวนกันมา มีรัฐ ภาวุธ และศุภเดช  เท่านั้นเอง โดยกำหนดสถานที่ว่า ขอใช้ Tarad.com โดยที่ผมเองก็ไม่เคยไปมาก่อน แต่คิดว่า น่าจะมีห้องประชุมให้ใช้ได้ โดยไม่คิดว่าจะเป็นห้องสัมมนาด้วย ซึ่งเหมาะมาก</p>
<p>พอถึงวันบันทึก ปรากฏว่า ทั้ง ป้อม (ภาวุธ)และโก๋ (ศุภเดช) ติดงานของสมาคมเว็บฯ ทำให้ต้องเลื่อนการบันทึกออกมาเป็นตอนเย็นๆ กว่าจะได้บันทึกวันนั้น ก็น่าจะประมาณ หกโมงเย็น โดยก่้อนที่จะบันทึกไม่กี่ชั่วโมง เจ้าโก๋็ก็โทรเข้ามา ขออนุญาติพาเพื่อนมาอีกคน บอกว่า &#8220;คนนี้ ผมรับรองครับพี่ ตัวจริงหนังญี่ปุ่น&#8221; เมื่อถึงเวลา โก๋ก็แนะนำเพื่อนให้รู้จัก บอกว่าชื่อ แมว (กนล หรือ <a title="@porpeangseller" href="http://www.twitter.com/porpeangseller">http://www.twitter.com/porpeangseller</a> ต่อมาเปลี่ยนเป็น<a title="@MrMaew" href="http://www.twitter.com/MrMaew"> http://www.twitter.com/MrMaew</a>) ถ้าผมจำไม่ผิด เจ้าแมวไม่รู็จักช่างคุยเลย แต่ด้วยความที่เป็นคนรู้เรื่องนี้จริงๆ ก็เลยมีข้อมูลออกมาแน่นๆจริงๆ รัฐกับป้อม ก็เพิ่งจะรู้จักกันวันนั้นเอง โดยที่รัฐไม่รู้จัก Tarad.com มาก่อนด้วยซ้ำ</p>
<p>เนื่องจากว่า ในวันนั้น ภรรยาผมมีธุระเรื่องงาน ทำให้ผมต้องพาลูกทั้งสองคน มาบันทึกรายการด้วย นึกแล้วก็ตลก ที่ต้องมาบันทึกเรื่องแบบนี้ โดยมีลูก ๒ คนวิ่งเล่นอยู่หลังห้องประชุม โชคดีที่วันนั้น ได้อุ้มมาช่วยงาน โดยมีผม ไท ทัน และอุ้ม มาถึงที่ตึก Tarad.com ก่อน ให้โชคดีว่า เจอแม่บ้านของตึก ที่กำลังจะปิดตึกพอดี ทำให้เราสามารถเข้าไปจัดสถานที่ก่อนที่ ป้อมจะมาได้ (โดยผมโทรไปให้ป้อมช่วยคุยกับแม่้บ้่าน)</p>
<p>การเตรียมการ ไม่ยากมากนัก เพราะเป็นห้องสัมมนา มีระบบเสียงอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว ห้องใหญ่และมีแอร์เปิด (สำคัญมาก สำหรับรัฐ) ผมกับรัฐช่วยกันออกค่าพิซซา เพื่อรองท้องให้ผู้ร่วมรายการได้กินกันก่อน</p>
<p>สรุปว่า เรามีคนร่วมรายการทั้งหมด ๕ คน คือ รัฐ ป้อม โก๋ แมว และ ผม โดยมีอุ้มและวิทย์ มาช่วยบันทึกรายการเหมือนเดิม ผมออกจะไม่พอใจลักษณะของห้องอยู่นิดที่เป็นห้องพื้นปูน เสียงก้อง และเรามีไมค์ไม่ครบคน แต่ก็ถือว่า ไม่แย่เกินไปนัก</p>
<p>เราบันทึกรายการแบบมีหัวข้อเล็กน้อย เพราะผมนึกไม่ออกจริงๆว่า เราจะคุยเรื่องอะไรกัน มันดูแล้ว ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่คุยกันเป็นชั่วโมงๆได้ และไม่ใช่เรื่องที่จะมีคนที่ไหน จะยอม(หน้าด้าน)เปิดเผยหน้าตา ตัวตน เล่าเรื่องแบบนี้ออกอากาศ ผมก็เลยใส่หัวข้อเข้ามานิดหน่อย ส่วนรัฐเอง ก็ทำการบ้านมาบ้่าง โดยมีรูปภาพประกอบ ในแบบที่ผมไม่กล้านำออกอากาศได้ โชคดีที่คุณภาพของภาพลดลงไปมาก เมื่อนำขึ้นโปรเจ็คเตอร์เป็นฉากหลัง และบันทึกผ่านวิดีโอด้่านหน้าอีกที</p>
<p>ใครจะไปนึกว่า เจ้าสี่คนนี้ สามารถหาเรื่องมาคุยได้ เกือบๆ ๒ ชั่วโมง โดยที่อยู่ๆ ก็มีผู้ร่วมรายการคนที่หก เดินเข้ามาร่วมรายการ ระหว่างบันทึกด้วย ซึ่งก็คือ เจ้าโบ๊ต (<a title="@Jetboat26" href="http://www.Twitter.com/Jetboat26">http://www.Twitter.com/Jetboat26</a>) นั่นเอง ตามคำเชิญของป้อม และโบ๊ต ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถให้ข้อมูลลื่นไหลไปในรายการได้เป็นอย่างดี ดูเหมือนว่า การทำหัวข้อต้องห้ามแบบนี้ กลายเป็นแหล่งปลดปล่อยของผู้ร่วมรายการ หลายๆครั้ง ดูเป็นการแย่งกันพูดด้วยซ้ำ ฟังแล้วเฮฮาไปอีกแบบ</p>
<span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://changkhui.wordpress.com/2012/01/04/%e0%b9%92%e0%b9%94-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-japanese-av-1-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2/"><img src="http://img.youtube.com/vi/dgdvhuyBAdk/2.jpg" alt="" /></a></span>
<p>แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่้า เราคุยกันไปเกือบ ๑ ชั่วโมง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดเรื่องคุย เราเลยต้องพักกันนิดหน่อย แน่นอนว่า ลีลาการพูดไป Tweet ไปของป้อม ทำให้ #Changkhui กลายเป็น talk of the town ในหมู่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในเมืองไทยขึ้นมาทันที ระหว่างนั้น ภรรยาผม ก็ตามมา แล้วก็รับลูกกลับไปก่อน เพราะเด็กๆไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนัก (อีก ๑๐ ปีข้างหน้า ไทกับทันอาจจะนึกเสียใจก็ได้)</p>
<span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://changkhui.wordpress.com/2012/01/04/%e0%b9%92%e0%b9%94-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-japanese-av-1-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2/"><img src="http://img.youtube.com/vi/UOlWxNYTrkY/2.jpg" alt="" /></a></span>
<p>วันนั้นเป็นอีกวันที่เหนื่อยมาก แม้จะไม่ได้ต้องดู production มากนัก เพราะมีอุ้มและิวิทย์อยู่ แต่ก็เหนื่อยอยู่ดีในฐานะโปรดิวเซอร์ ที่ต้องนึกอยู่ตลอดว่า จะต้องทำอะไรต่อ และดูเหมือนว่า ความคาดหวังของทั้งคนพูดและคนที่ตามข่าวจากทวิตเตอร์ จะอยากให้ปล่อยเทปเร็วๆ ผมก็ยิ่งอยากกลับไปทำ post-production เร็ว เพื่อบันทึกเสร็จแล้ว ผมก็เลยรีบกลับ โดยลืมคิดไปว่า น่าจะไปทานอาหารร่วมกันหน่อย</p>
<p>ผมรีบกลับมา post-production อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว ผมกลัวมากที่จะปล่อยเทปนี้ออกไป เพราะเป็นหัวข้อที่หมิ่นเหม่ จะโดนต่อว่า แต่อารมณ์สนุกมีมากกว่า ประกอบกับการที่เราทำรายการมากว่า ๔ ปีแล้ว (ในเวลานั้น) น่าจะทำให้เราไม่โดนต่อว่ามากนัก ที่ผ่านๆมา เราก็ทำอะไรที่สนุก ไม่น้อย น่าจะมีผู้รับชมหลายๆท่านรับได้ และการที่ผมใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง ใส่เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ น่าจะเป็นการแสดงความรับผิดชอบแล้ว ในระดับหนึ่ง</p>
<p>ผลตอบรับออกมา กลายเป็นดีมากๆ แทบจะไม่มีใครมาต่อว่าในแง่เสียๆหายๆเลย จะมีบ้าง ก็ในแง่ข้อมูลที่ผิดพลาดมากกว่า (ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเจออยู่แล้วทุกตอน) ผมนึกไม่ถึงว่า จะมีผู้ฟังบางท่านบอกว่า นำเทปนี้ไปเปิดในรถ ฟังกันทั้งพ่้อ แม่ และลูก หัวเราะกันทั้งคันอย่างสนุกสนาน ทำให้การเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงปีใหม่ ไม่น่าเบื่อเลย จะว่าไป ก็มีผู้ฟังไม่น้อยเลย บอกว่า รู้จัก ช่างคุย ครั้งแรก ก็เทปนี้ เราควรจะดีใจไหมเนี่ย</p>
<p>ไว้ต่อ entry หน้านะครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/676/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/676/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/676/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/676/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/676/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/676/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/676/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/676/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/676/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/676/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/676/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/676/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/676/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/676/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=676&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2012/01/04/%e0%b9%92%e0%b9%94-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-japanese-av-1-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>๒๓. ขอบคุณทุกท่านสำหรับน้ำใจ</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2011/08/23/%e0%b9%92%e0%b9%93-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2011/08/23/%e0%b9%92%e0%b9%93-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Aug 2011 17:51:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=669</guid>
		<description><![CDATA[ครบรอบ ๕ ปี เราทำรายการวิดีโอมาได้ปีกว่าๆแล้ว เจ้า MacBook Pro เครื่องเก่า  (ที่ได้รับความช่วยเหลือจากพี่จิ๋ว นายแพทย์พูลศักดิ์ ไวความดี) ก็ถึงเวลาปลดระวางเสียที หลังจากที่แสดงอาการมาพักใหญ่ เมื่อต้อง render วิดีโอไฟล์ใหญ่ที่ต้องตัดต่อกันเยอะหน่อย หลังจากที่ประกาศขอความช่วยเหลือผ่านทางรายการและหน้าเว็บ หลายๆท่านก็หยิบยื่นความช่วยเหลือให้มา จนในที่สุด เราก็สามารถหาเครื่องใหม่ได้แล้ว ผมก็เลยให้ ไทกับทัน มายกมือไหว้ขอบคุณลุง ป้า น้า อา และพี่ๆทั้งหลายที่มาช่วยคุณพ่อด้วย (ไม่อย่างนั้น คุณพ่อก็คงต้องไปเอาค่าของเล่นของลูก มาซื้อเพื่อการนี้) เครื่องแรก (เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๐) เป็นน้ำใจที่พี่ (หมอจิ๋ว) มีให้น้อง ส่วนเครื่องที่สองเป็นน้ำใจของเพื่อนๆและผู้ฟัง ขอขอบคุณ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามให้ความช่วยเหลือ ๓๕,๐๐๐ บาท ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ๕,๐๐๐ บาท วง iHear ที่ช่วย ๘๐๐๐ บาท หมอพูลศักดิ์ ไวความดี ๓,๐๐๐​ บาท คุณพิพัฒน์ อังคนานุชาติ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=669&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_670" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://changkhui.files.wordpress.com/2011/08/khlong-toei-nuea-20110822-00013.jpg"><img class="size-medium wp-image-670" title="Thanks for your contribution" src="http://changkhui.files.wordpress.com/2011/08/khlong-toei-nuea-20110822-00013.jpg?w=300&#038;h=225" alt="Thank you" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">พวกเราขอขอบคุณ</p></div>
<p>ครบรอบ ๕ ปี เราทำรายการวิดีโอมาได้ปีกว่าๆแล้ว เจ้า MacBook Pro เครื่องเก่า  (ที่ได้รับความช่วยเหลือจากพี่จิ๋ว นายแพทย์พูลศักดิ์ ไวความดี) ก็ถึงเวลาปลดระวางเสียที หลังจากที่แสดงอาการมาพักใหญ่ เมื่อต้อง render วิดีโอไฟล์ใหญ่ที่ต้องตัดต่อกันเยอะหน่อย</p>
<p>หลังจากที่ประกาศขอความช่วยเหลือผ่านทางรายการและหน้าเว็บ หลายๆท่านก็หยิบยื่นความช่วยเหลือให้มา จนในที่สุด เราก็สามารถหาเครื่องใหม่ได้แล้ว ผมก็เลยให้ ไทกับทัน มายกมือไหว้ขอบคุณลุง ป้า น้า อา และพี่ๆทั้งหลายที่มาช่วยคุณพ่อด้วย (ไม่อย่างนั้น คุณพ่อก็คงต้องไปเอาค่าของเล่นของลูก มาซื้อเพื่อการนี้)</p>
<p>เครื่องแรก (เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๐) เป็นน้ำใจที่พี่ (หมอจิ๋ว) มีให้น้อง ส่วนเครื่องที่สองเป็นน้ำใจของเพื่อนๆและผู้ฟัง</p>
<p>ขอขอบคุณ</p>
<ul>
<li>ผู้ไม่ประสงค์ออกนามให้ความช่วยเหลือ ๓๕,๐๐๐ บาท</li>
<li>ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ๕,๐๐๐ บาท</li>
<li><a title="iHear Band" href="http://www.ihearband.com/">วง iHear </a>ที่ช่วย ๘๐๐๐ บาท</li>
<li>หมอพูลศักดิ์ ไวความดี ๓,๐๐๐​ บาท</li>
<li>คุณพิพัฒน์ อังคนานุชาติ ๒,๐๐๐ บาท</li>
<li>คุณพร (ออสเตรเลีย) ๑๔๕๐ บาท</li>
<li>เบญจน์ คุณพัฒนดิษฐ์ คุณประยุทธ คุณยุทธนา คุณ P_Warawit ท่านละ ๑,๐๐๐ บาท</li>
<li>น้องซัน ๕๐๐ บาท</li>
<li>ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ๒๐๐ บาท</li>
</ul>
<div>โดยรวมแล้ว ผมออกเองอีก ๑๐,๐๐๐ บาท และทางกั้ง <a title="Siampod" href="http://www.siampod.com">Siampod.com</a> ยังให้ RAM มาเพิ่มอีก 8GB คาดว่า เครื่องนี้ น่าจะอยู่ได้อีกหลายปีทีเดียว หลายๆท่านที่บริจาคมาใน Paypal นั้น ผนำไปจ่ายเป็น hosting หมดแล้ว (ปีละประมาณ ๑๒๐ เหรียญครับ)</div>
<div>เรายังรับบริจาคอยู่เรื่อยๆนะครับ รายละเอียดอยู่ที่หน้าเว็บ <a title="ช่างคุย" href="http://www.changkhui.com">Changkhui.com</a> อยู่แล้ว ขอบคุณทุกท่านมากครับ</div>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/669/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=669&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2011/08/23/%e0%b9%92%e0%b9%93-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://changkhui.files.wordpress.com/2011/08/khlong-toei-nuea-20110822-00013.jpg?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">Thanks for your contribution</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>๕๐ เรื่องที่อยากเล่าเกี่ยวกับช่างคุย</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2011/08/06/%e0%b9%95%e0%b9%90-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2011/08/06/%e0%b9%95%e0%b9%90-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2011 18:50:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[ช่างคุย]]></category>
		<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=653</guid>
		<description><![CDATA[๑) ผู้ตั้งชื่อเว็บ คือ คุณพัฒนพงศ์ โดยเขียนไว้บนแผ่นดีวีดีเทปแรกที่นำไปทำการแปลงไฟล์จากกล้องวิดีโอมาให้ ผมเห็นแล้วเข้าท่าดี ตรวจสอบแล้วโดเมนยังว่างอยู่ ก็เลยตั้งชื่อนี้ซะเลย ๒) รายการไม่หลับไม่นอนเกิดจากการที่กานและอู๊ด นั่งรอเพื่อนๆบันทึกช่างคุยมาหลายสัปดาห์ ก็เลยทนเสียงรบเร้าของเพื่อนๆไม่ได้ ยอมมาบันทึกเทปแรกกัน ๓) ผมเพิ่งคุยกับรัฐ เมื่อเบ้แนะนำให้รู้จัก เมื่อสี่ปีที่แล้วนี่เอง ส่วนตอนอยู่มัธยมฯนั้น ไม่เคยคุยกันจริงจัง ๔) ทำมา ๕ ปี เว็บนี้ก็ยังเขียนแบบ HTML/CSS เพราะยังหาคนลง CMS เป็นจริงเป็นจังไม่ได้สักที ๕) ช่วงปีแรก เทปที่มีคนโหลดมากที่ของรายการช่างคุย คือ บวช (ตอน ๒๕) แต่หลังจากที่ตอน ๑๙๒ ออกไป สถิติทั้งหลายก็โดนทำลายลงอย่างราบคาบ ๖) รายการที่มีคนสนใจมากที่สุดของเว็บช่างคุยใน ๒ ปีแรก คือ คุยคุ้ยเต่า ๗) เงินบริจาคแรกที่เคยได้รับ คือ USD 50 ผ่านทาง PayPal โดยคนอเมริกันที่หัดภาษาไทย จากวัดไทยในต่างแดน ๘) [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=653&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๑) ผู้ตั้งชื่อเว็บ คือ คุณพัฒนพงศ์ โดยเขียนไว้บนแผ่นดีวีดีเทปแรกที่นำไปทำการแปลงไฟล์จากกล้องวิดีโอมาให้ ผมเห็นแล้วเข้าท่าดี ตรวจสอบแล้วโดเมนยังว่างอยู่ ก็เลยตั้งชื่อนี้ซะเลย</p>
<p>๒) รายการไม่หลับไม่นอนเกิดจากการที่กานและอู๊ด นั่งรอเพื่อนๆบันทึกช่างคุยมาหลายสัปดาห์ ก็เลยทนเสียงรบเร้าของเพื่อนๆไม่ได้ ยอมมาบันทึกเทปแรกกัน</p>
<p>๓) ผมเพิ่งคุยกับรัฐ เมื่อเบ้แนะนำให้รู้จัก เมื่อสี่ปีที่แล้วนี่เอง ส่วนตอนอยู่มัธยมฯนั้น ไม่เคยคุยกันจริงจัง</p>
<p>๔) ทำมา ๕ ปี เว็บนี้ก็ยังเขียนแบบ HTML/CSS เพราะยังหาคนลง CMS เป็นจริงเป็นจังไม่ได้สักที</p>
<p>๕) ช่วงปีแรก เทปที่มีคนโหลดมากที่ของรายการช่างคุย คือ บวช (ตอน ๒๕) แต่หลังจากที่ตอน ๑๙๒ ออกไป สถิติทั้งหลายก็โดนทำลายลงอย่างราบคาบ</p>
<p>๖) รายการที่มีคนสนใจมากที่สุดของเว็บช่างคุยใน ๒ ปีแรก คือ คุยคุ้ยเต่า </p>
<p>๗) เงินบริจาคแรกที่เคยได้รับ คือ USD 50 ผ่านทาง PayPal โดยคนอเมริกันที่หัดภาษาไทย จากวัดไทยในต่างแดน</p>
<p>๘) คนฟังรายการที่ขอนัดเจออย่างเป็นจริงเป็นจังเป็นคนแรก คือ Felix Loesche ที่บินมาจากสมุย เลี้ยงอาหารและให้เงินด้วย</p>
<p>๙) คนฟังคนแรกที่รับเชิญมาออกรายการคือ เบน (@BenTale)</p>
<p>๑๐) เทปแรกทีี่บันทึกกับรัฐ ยาวเกือบๆ ๒ ชั่วโมง แต่ไม่เคยนำมาออกอากาศ เพราะเนื้อหาติดเรทมากๆ ในแง่ความรุนแรงทางเพศและเนื้อหา</p>
<p>๑๑) โลโก้แรกของช่างคุย ที่เป็นลูกบอลกลมๆ มีตัวหนังสือคาด ออกแบบและเขียนโดยภีญทรรศน์ (จ๊อบ)</p>
<p>๑๒) สมัยม.๔ ผมนั่งติดกับหนิง (รายการเรื่องบ้านบ้าน) ม.๕ ติดกับพัฒนพงศ์ (บอย ช่างคุย) ม.๖ ติดกับโกศล (ช่างคุย) ส่วนมหาวิทยาลัย อยู่ห้องเรียนและภาควิชาเดียวกับภีญทรรศน์ (จ๊อบ ช่างคุย)</p>
<p>๑๓) แขกรับเชิญหลายๆคนที่มาบันทึกรายการที่บ้านผม หลังจากที่เราทำเป็นรายการวิดีโอแล้ว มักจะพูดว่า &#8220;อ๋อ โต๊ะตัวนี้นี่เอง&#8221; เมื่อเดินเข้ามาในบ้านและเห็นโต๊ะบันทึกรายการ ซึ่งเป็นโต๊ะทานข้าวที่บ้านนั่นเอง</p>
<p>๑๔) ช่วงปีแรกที่บันทึกรายการแล้วพบว่า มีคนฟังจริงๆ เพื่อนๆสนุกกันมาก มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไปทานข้าวบ้านยุทธ (คุยคุ้ยเต่า) แล้วแยกย้ายกันไปบันทึกรายการคนละห้อง โดยห้องหนึ่งบันทึกคุยคุ้ยเต่า และอีกห้องหนึ่งบันทึกเรื่อง ช่างคุยกับสถาปนิก (ซึ่งต่อมากลายเป็นเรื่องบ้านบ้าน)</p>
<p>๑๕) มีผู้ฟังที่สนใจฟังตอนกำลังภายใน แต่ผิดหวัง เพราะพบว่า รู้หมดแล้ว ก็เลยมาให้ความเห็นในเว็บบอร์ด พอทักกันไปนานๆเข้า เราถึงทราบว่า พี่ก๊องเป็นผู้ชนะรายการแฟนพันธ์แท้ ตอน โกวเล้ง เราก็เลยเชิญมาคุยในรายการไม่หลับไม่นอน </p>
<p>๑๖) ครั้งแรกที่ผมชวนกั้ง(Siampod.com)ทำรายการช่างคุยรายวัน กั้งตอบปฎิเสธทันที เพราะผมชวนบันทึกตอนตีห้า ทุกวัน</p>
<p>๑๗) คนที่แนะนำให้ผมรู้จักสฤณี (ยุ้ย) อาชวานันทกุล คือเบน (ผู้ฟังและแขกรับเชิญคนแรก) เพราะคิดว่า แนวทางน่าจะไปกันได้ดี</p>
<p>๑๘) ผมรู้จักพัชร เกิดศิริ (iHear) ในงาน CC Salon เพราะเม่น (@iMenn)แนะนำ โดยที่ผมก็เพิ่งทราบ ณ เวลานั้นว่า เม่นฟังช่างคุยด้วย</p>
<p>๑๙) หลังจากที่ตกลงเวลาได้ว่า น่าจะบันทึกรายการช่างคุยรายวันก่อนนอน กั้งก็บอกให้บันทึกเทปแรกในคืนนั้นทันที รวมเวลาตั้งแต่ชวนทำ จนเริ่มบันทึก ไม่ถึง ๑ ชั่วโมง</p>
<p>๒๐) MacBook Pro ที่ใ้ช้เขียนเว็บ บันทึกรายการ แปลงไฟล์ ได้รับการสนับสนุนจากหมอพูลศักดิ์ ไวความดี</p>
<p>๒๑) ช่างคุยกับหนุ่มเมืองจันท์ เลิกทำกันไป เพราะผมเดินทางไม่ไหวและไม่สามารถเตรียมสคริปท์ให้ดีได้เท่าที่ควร</p>
<p>๒๒) กว่าจะลงตัวกับไม่หลับไม่นอนได้ ผมเกือบจะเลิกๆทำรายการกับรัฐ เพราะนึกไม่ออกว่า จะให้มนุษย์สารพัดข้อมูลคนนี้จัดรายการอะไร และจะให้ใครสามารถจัดคู่ได้ จนเมื่อรัฐกับอู๊ดมาเจอกัน</p>
<p>๒๓) อู๊ด(ไม่หลับไม่นอน) เกลียดการบันทึกรายการแบบวิดีโอ</p>
<p>๒๔) เท่าที่เคยลองสืบๆดู ผู้ฟังรายการที่อายุน้อยที่สุด น่าจะอยู่ม.๒ ส่วนผู้ฟังรายการที่อายุมากที่สุด ยังประเมินไม่ถูก</p>
<p>๒๕) Blog แรกๆๅ ตั้งใจเขียนบันทึกความจำที่ทำรายการไว้ โดยเล่าประวัติการทำรายการ ตลอดจนวิธีการ กะว่าจะรวมรวมไว้เืพื่อพิมพ์เป็นเล่ม เผื่อดัง ผ่านมา ๕ปี ยังไม่ดัง และคงไม่มีคนขุดมาอ่านแล้ว <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>๒๖) เว็บแรกที่ช่างคุยไปประชาสัมพันธ์ คือ Siampod.com เพราะนิตยสาร GM (เดือนสิงหา ปี ๔๙) เขียนแนะนำ Siampod ไว้</p>
<p>๒๗) FordAntitrust ฟังรายการตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือที่พิษณุโลก จนจบมาทำงานในกทม และกลายเป็นผู้ร่วมจัดและทีมงานในที่สุด</p>
<p>๒๘) ช่างคุยยังไม่เคยได้จ้างใครให้ทำงาน อาศัยขอความช่วยเหลือกันตลอด</p>
<p>๒๙) เบน(@BenTale)เป็นผู้ออกแบบโลโก้ทั้งเว็บ นามบัตรและเสื้อช่างคุย (โปโล) โดยเธอออกเงินซื้อเสื้อด้วย โดยไม่เคยรับค่าแบบเลย</p>
<p>๓๐) พี่พิัพัฒน์ เป็นผู้ฟังรายการที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ให้ความช่วยเหลือทั้งซื้อเสื้อ บริจาคเงิน ซื้อของฝาก และอื่นๆอีกมาก</p>
<p>๓๑) เคยมีผู้ฟังเล่าให้ฟังว่า เป็นนักศึกษาอยู่ต่างประเทศ เลยเปิดรายการในบ้านเช่า จนเพื่อนๆที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ติดรายการไปทั้งบ้าน</p>
<p>๓๒) ผู้ฟังจำนวนไม่น้อย ฟังรายการขณะออกกำลังกายในยิม หรือวิ่งรอบสนามอยู่ และหลายๆครั้งต้องออกกำลังกายเกิน หรือวิ่งเกินรอบ เพราะต้องการฟังรายการให้จบ</p>
<p>๓๓) รายการไม่หลับไม่นอน ตอนเพลงไทยยุค ๘๐ เป็นผลพวงจากการที่คุยกันระหว่างทานข้าว แล้วเพื่อนๆอยากร้องเพลง ก็เลยชวนกันบันทึกรายการ พร้อมเล่นกีตาร์ไปด้วย เสียดายที่ไม่มีวิดีโอในตอนนั้น เพราะลูกๆ ทั้งน้องไท และน้องทัน ซึ่งยังเล็กมากในตอนนั้น สนุกไปด้วย ขึ้นมาเต้นและหยิบกีตาร์เด็กเล่นมาเล่นด้วย จนเอ๋(คุยคุ้ยเต่า)บอกว่า กูขำลูกมึง</p>
<p>๓๔) เบญจ์ ไทยอาภรณ์ เป็นผู้ฟังอีกท่าน ที่ชอบรายการ จนเมล์และโทรมาคุย จนเกิดเป็นตอนเรียนบ้านนอก (ในรายการเรียนเมืองนอก) และหาของมาแจกหรือช่วยเหลือเสมอ เมื่อมีงาน</p>
<p>๓๕) ผมเคยสอนคนทำพอดคาสท์มา ๓ ครั้ง และพบว่า มันเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะให้คนทำเป็นทั้ง podcast production และ web production ในเวลา ๒ วัน</p>
<p>๓๖) ผมได้รับเชิญให้ไปพูดครั้งแรก เมื่อ ออยแห่ง DuoCore.TV ชวนไปคุยแนะนำเว็บที่ทำ internet tv ร่วมกับหลายๆเว็บ ที่ TK Park เมื่อต้นปี ๒๕๕๑</p>
<p>๓๗) รายการเรียนเมืองนอกเป็นรายการแรกที่ได้รับเสียงต่อว่า ทั้งนี้มีผู้ให้ความเห็นว่า เป็นรายการที่เป็นแนวอวดรวย ทำให้ผู้ฟังหมดหวัง</p>
<p>๓๘) ผมเคยได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากผู้ฟังในต่างประเทศมาสองสามครั้ง เพราะอยากคุยด้วย</p>
<p>๓๙) แม้รายการจะเป็นพอดคาสท์ แต่ไฟล์ที่มีคนโหลดมากที่สุดกลับเป็นไฟล์ PowerPoint ที่สอนการทำ presentation เพราะเคยรับเชิญไปสอนการทำ presentation ก็เลยนำสไลด์มาแปะหน้าเว็บ แม้ลิงค์นี้จะไม่มีในหน้าเว็บแล้ว แต่เว็บบอร์ดบางที่ ยังทำ link กลับมาที่ไฟล์อยู่ ผ่านมาสองปี ยังมีคนโหลดทุกวัน </p>
<p>๔๐) เคยมีคนโทรมาถามว่า ยังรับสอน presentation ไหม เพราะอ่านไฟล์นี้มา นึกว่าเป็น trainer อาชีพเพราะมีสไลด์สอนหนังสือ ทั้งๆที่ผมเคยสอนครั้งเดียว</p>
<p>๔๑) ผมเคยเขียนคอลัมน์รายเดือนให้ินิตยสาร Go Training เพราะภรรยาเป็นบรรณาธิกาบริหาร โดยไม่ได้รับค่าเขียน ดีใจมาก เมื่อภรรยาลาออกจากงานดังกล่าว เพราะจะได้ไม่ต้องคิดอีกว่า เดือนนี้ เราจะเขียนอะไรดี(วะ)</p>
<p>๔๒) ช่างคุยมีงานเลี้ยงครั้งแรก เมื่อครบ ๒ ปี เพราะในปีแรกนั้น ผมไม่มีเงินจัดเลี้ยง และไม่อยากรบกวนเพื่อนๆ</p>
<p>๔๓) ผมรู้จักอุ้ม (@MisterAum) ผ่านทางเบน (@BenTale) โดยที่ทั้งสองเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ทำกิจกรรมด้วยกันทางธรรมศาสตร์ และอุ้มก็เป็นผู้ฟังช่างคุยมาก่อนด้วย</p>
<p>๔๔) ผมรู้จักส้ม (@MueNue) เมื่อตอนไปทำถ่ายทอดสดที่วาวี โดยเธอมาคุยด้วยเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนในส่วนของการทำ web broadcast ก็เลยชวนเธอมาคุยใน ๕ ชอบ ๕ ไม่ชอบ แล้วก็มาทานหมูกะทะในกลุ่มของน้องๆที่มารู้จักกันในวงช่างคุย ซึ่งมี ฟอร์ด วิทย์ อุ้ม จนกลายเป็นชื่อเรียกกันเล่นๆว่า กลุ่มเด็กหลังห้องไปในที่สุด</p>
<p>๔๕) วิทย์ (@simplywit) เป็นเพื่อนกับ @Phz ซึ่งเป็นผู้ฟังช่างคุยทั้งคู่ ผมเจอปัญหาอาการหนักในเทปที่บันทึก ๕ ชอบ ๕ ไม่ชอบ อยู่เทปหนึ่ง ซึ่งวิทย์หาทางแก้ให้ได้ จนทำให้วิทย์ตกวังวนแห่งการโดนหลอกใช้มาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>๔๖) ถ้าไม่ได้ Twitter ผมคงไม่ได้รู้ัจักคนฟังมากเท่านี้</p>
<p>๔๗) มีคนเคยถามว่า ทำไมไม่ทำรายการเกี่ยวกับสังคม การเมืองๆ ผมคิดว่า ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ก็ทำมามาก ทำได้ดี และมีข้อมูลทางลึกมากพอแล้ว เราน่าจะทำเรื่องที่คนอื่นเขาไม่ทำกันมากกว่า ก็เลยไม่เคยคิดจะทำสักที</p>
<p>๔๘) รายการ Changkhui in English เป็นรายการที่อยากทำมากที่สุด แต่หาคนทำด้วยไม่ได้</p>
<p>๔๙) ยังมีรายการอีกมากที่อยากทำ แต่ก็ไม่รู้จะเอาเวลาและเงินที่ไหนมาทำแล้ว</p>
<p>๕๐) ขอขอบคุณน้องๆทีมงานอย่างไม่เป็นทางการที่มาช่วยงานหลายๆครั้งด้วย ได้แก่ เม่น (@meneeeee) กั้ง (@Kangg) อุ้ม (@MisterAum) ฟอร์ด (@FordAntitrust) ส้ม (@MueNue) วิทย์ (@SimplyWit) เม่น (@iMenn) Phz (@Phz) เบน (@BenTale) น็อต (@NotJiam)</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/653/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/653/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/653/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/653/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/653/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/653/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/653/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/653/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/653/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/653/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/653/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/653/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/653/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/653/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=653&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2011/08/06/%e0%b9%95%e0%b9%90-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>RED โดย Sammy Hagar</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2011/07/15/red-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-sammy-hagar/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2011/07/15/red-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-sammy-hagar/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jul 2011 17:47:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=645</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งแรกที่ผมรู้จักและได้ฟังเพลงของวง Van Halen น่าจะเป็นเพลง Panama ในชุด 1984 ในรายการเที่ยงวันอาทิตย์ของคุณมาโนช พุฒตาล ฟังแล้วก็สนุกดี แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มันไม่ใช่ดนตรีในแบบที่ผมฟัง หนักเกินไป อย่าว่าแต่ตอนนั้น ผมยังไม่ได้สนใจเพลงภาษาอังกฤษเท่าไรเลย ต่อมาในปี 1986 ขณะนั้น ผมฟังเพลงต่างประเทศแล้ว Van Halen ก็ิิิออกอัลบั้ม 5150 มาให้ฟังกัน พร้อมกับนักร้องนำคนใหม่ ชื่อ Sammy Hagar (อ่านว่า เฮการ์ นะครับ ผมก็เพิ่งทราบนี่แหละ) คุณ Sammy มาร้องนำทำหน้าที่แทนคุณ David Lee Roth (ที่ออกไปทำงานเดี่ยวของตัวเอง ในชื่อชุดว่า Eat&#8217;em and Smile โดยมีเพลงดังชื่อ California Girl) และ Van Halen ยุค Sammy Hagar นี่แหละที่ผมรู้จักและได้สัมผัส 5150 เป็นชุดแรกด้วย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=645&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ครั้งแรกที่ผมรู้จักและได้ฟังเพลงของวง Van Halen น่าจะเป็นเพลง Panama ในชุด 1984 ในรายการเที่ยงวันอาทิตย์ของคุณมาโนช พุฒตาล ฟังแล้วก็สนุกดี แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มันไม่ใช่ดนตรีในแบบที่ผมฟัง หนักเกินไป อย่าว่าแต่ตอนนั้น ผมยังไม่ได้สนใจเพลงภาษาอังกฤษเท่าไรเลย ต่อมาในปี 1986 ขณะนั้น ผมฟังเพลงต่างประเทศแล้ว Van Halen ก็ิิิออกอัลบั้ม 5150 มาให้ฟังกัน พร้อมกับนักร้องนำคนใหม่ ชื่อ Sammy Hagar (อ่านว่า เฮการ์ นะครับ ผมก็เพิ่งทราบนี่แหละ) คุณ Sammy มาร้องนำทำหน้าที่แทนคุณ David Lee Roth (ที่ออกไปทำงานเดี่ยวของตัวเอง ในชื่อชุดว่า Eat&#8217;em and Smile โดยมีเพลงดังชื่อ California Girl) </p>
<p>และ Van Halen ยุค Sammy Hagar นี่แหละที่ผมรู้จักและได้สัมผัส 5150 เป็นชุดแรกด้วย </p>
<p>Hard Rock ไม่ใช่แนวเพลงที่ผมชอบมากนัก ฟังแล้วรกหู ไม่รู้เรื่อง และเหมือนไม่มีจังหวะ แต่ 5150 เป็นอัลบั้มที่ผมชอบ มีพลัง แนวดนตรีสวยงามและแฝงอะไรบางอย่างของยุค 80 อยู่นิดๆ (คงจะเป็นการใช้ Synthesizer) ผ่านมาเป็นสิบปี อัลบั้มนี้ ก็ยังเป็นอัลบั้มที่ยังเปิดฟังอยู่เนืองๆ มีเพลงหวานๆอย่าง Love Walks In เพลงสนุกๆอย่าง Dream, Summer Nights, Why Can&#8217;t this be Love? ชอบครับ</p>
<p>เนื่องจากว่า ผมไม่้ได้สัมผัส Van Halen ในยุคก่อนหน้านี้ ผมจึงรับภาพของ Sammy Hagar ที่เป็น Van Halen ได้เต็มที่ ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไร วงดนตรีในแนวนี้ เวลาทำเพลงหวานๆเบาๆทีไร รู้สึกว่า โดนทุกครั้ง และคุณ Sammy Hagar มีส่วนทำให้ผมชอบ Love Walks In และ When It&#8217;s Love (ชุด OU812) </p>
<p>ผมฟัง Van Halen อยู่ชุดเดียว ต่อๆมา ไม่ว่าจะเป็น OU812, For Unlawful Carnal Knowledge, Balance หรืออื่นๆ ผมแทบไม่ได้ฟังเลย แต่ก็ทราบข่าวอยู่บ้าง พอมาเห็นคุณ Sammy Hagar ออกหนังสือชีวประวัติของตัวเอง และอยู่ในรูปแบบ audio book ด้วย ก็เลยลองดู เสียดาย แกไม่ได้อ่านเอง แต่ก็ยังสนุกอยู่ดี</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนของ Sammy หรือ Van Halen หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่สนุกเท่าที่ควร เพราะเนื้อหาจะเป็นเรื่องราวของวงการดนตรีที่คุณ Sammy เติบโตมา มีเรื่องราวของการทำธุรกิจอยู่บ้างเล็กน้อย การใช้ภาษาก็เป็นไปตามภาพลักษณ์ของนักดนตรีฮาร์ดร็อค มีการใช้คำสบถสาบาน แต่ก็ไม่ได้มากมายจนเกินไปนัก เล่าเรื่องแบบภาษาพูดพอสมควร แม้จะมีคนช่วยเขียนให้ แต่ก็ให้ความรู้สึกว่า ยังมีความดิบของการเล่าอยู่ในที บรรณาธิการไม่ได้ตัดต่อหรือเกลาจนสวยงาม คิดว่าเป็นความจงใจของของสำนักพิมพ์ เพื่อไม่ให้ดูปรุงแต่งจนเกินไป</p>
<p>บทนำของหนังสือก็ทำให้หนังสือดูน่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะเขียนโดย Michael Anthony มือเบสดั้งเดิมของวง Van Halen ผู้ที่มีบทบาทหรือสีสันน้อยที่สุดของวง และโดนไล่ออกจากวงโดยทราบข่าวจากทางสื่อ เหมือนแฟนเพลงคนอื่นๆ เขาเปิดเรื่องด้วยการเล่าความรู้สึกประสบการณ์ระหว่างที่อยู่ร่วมวงกับ Sammy Hagar และความรู้สึกไม่พอใจที่ได้รับการปฏิบัติราวกับเป็นพลเมืองชั้นสองของวง ตรงและดุดัน</p>
<p>คุณ Sammy เล่าเรื่องตั้งแต่ประวัติของครอบครัวตอนเด็ก ความลำบากของที่บ้านที่มีพ่อเป็นทหารผ่านศึกขี้เมา แม่ต้องเลี้ยงลูกสี่คนอย่างยากลำบาก และโดนพ่อทำร้ายจนสุดท้ายก็ต้องพาลูกๆหนีไปอยู่ข้างนอก และปล่อยให้พ่ออยู่คนเดียว(จนถึงวันตาย และตายอย่างอนาถพอสมควร) คุณ Sammy เองก็ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาตั้งแต่ยังไม่จบมัธยม มีครอบครับตั้งแต่อายุยังน้อย แต่พยายามกลับตัว มาเอาดีทางดนตรี จนพอมีชื่อเสียง อยู่ในวงดนตรี ออกไปทัวร์ยุโรป ออกมาเป็นนักร้องเดี่ยว ที่น่าสนใจคือ แกบอกว่า ยอดขายของแกถึงจะดี แม้จะไม่ได้สุดยอดมากนัก แต่ที่ทำให้แกเด่นคือ การแสดงสดมากกว่า แกเรียกบางเมืองว่าเป็น MyTown เลย คือ ถ้ามาเมืองนี้ รับรองได้ว่า ตั๋วคอนเสิร์ตหมดแน่ๆ จนมาถึงจุดที่แกคิดว่า น่าจะเลิกเล่น (แม้อายุตอนนั้น จะยังไม่ถึง ๔๐ ปี ก็ตาม) ก็ให้มาเจอกับ Eddie Van Halen ซึ่งประสบปัญหาในการหานักร้องนำ มาสานต่อวง Van Halen หลังจากที่โด่งดังอย่างมากจากชุด 1984 โดยมีเพลง Jump เป็นเพลงฮิต</p>
<p>คนรุ่นหลังๆอาจจะไม่ทราบ ในยุครุ่งเรืองของ Van Halen (กลางทศวรรษที่ ๗๐ จนถึงทศวรรษที่ ๘๐) Eddie Van Halen ได้รับการยกย่องอย่างมากในด้านฝีมือการเล่นกีตาร์ มีแนวทางการเล่นเป็นของตัวเอง ทำให้การเล่นกีตาร์แบบ Tapping เป็นลายเซ็นท์ประจำตัวของแกไป (แม้เขาจะไม่ใช่คนแรกที่เล่นแบบนี้ก็ตาม) ผมเข้าใจว่า การโซโลในเพลง Eruption ของเขา นับได้ว่าเป็นท่อนที่ดีที่สุดท่อนหนึ่งของโลกกันเลยทีเดียว และแน่นอน สำหรับขาเพลงป๊อป ก็คงทราบดีว่า ท่อนโซโล่กีตาร์ในเพลง Beat It ของ Michael Jackson ในชุด Thriller ก็การเล่นของแกเอง มาในแบบรับเชิญ ไม่คิดเงิน </p>
<p>สำหรับคนที่ติดตามข่าวในช่วงสองสามปีหลัง ก็น่าจะทราบถึงอาการเจ็บป่วยของ Eddie Van Halen ที่เป็นมะเร็งที่ลิ้น และสารรูปที่ดูแล้ว แก่เกินไวไปมาก แม้จะไม่ถึง ๖๐ ปี แต่ดูแล้ว ใจหาย Sammy ให้ภาพของ Eddie Van Halen ในแบบที่ผมเคยสงสัย ตามที่คุณ Sammy เล่าในหนังสือนี่ คุณ Eddie แกเป็นอัจฉริยะทางกีตาร์ก็จริง แต่แกก็เล่นสุรา ไวน์และอื่นๆไม่น้อยเลย อัลบั้ม 5150 เป็นชื่อของสตูดิโอที่บ้านของ Eddie เอง โดยล้อเลียนรหัส 5150 ของตำรวจในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีไว้เรียกคนบ้า Sammy เล่าที่มาของหลายๆเพลงในอัลบั้มนี้ เสียดายที่ audio book ไม่มีเสียงเพลงประกอบอยู่ด้านหลัง เพราะน่าจะทำให้คนอยากซื้อเพลงอยู่ไม่น้อย</p>
<p>จากที่ Sammy เล่าให้ฟังในหนังสือ การอยู่ร่วมกันเป็นวงตลอดระยะ ๑๑ ปี ๔ อัลบั้ม ที่เขาอยู่ด้วย มีทั้งทุกข์และสุขปนๆกันไป แม้เรื่องที่เล่าออกจะทำให้พี่น้องตระกูล Van Halen ดูเป็นพวกขี้เหล้าอยู่มาก แต่ก็มีบางตอนที่พูดถึงความเป็นมืออาชีพของพวกเขา ความสำเร็จจากการทำงานร่้วมกันในแง่การแบ่งงานอย่างลงตัวระหว่างผู้แต่งคำร้อง และผู้แต่งทำนอง ความบ้างานหรือดนตรีของ Eddie ที่ถึงขนาดปีนหน้าต่างมาเคาะประตูห้องนอนของ Sammy เมื่อเขาแต่งเพลงที่คิดว่า มันเจ๋งมากๆได้ พูดถึงการออกจากวงแบบไม่สวยนักของ Sammy Hagar การกลับเข้ามาร่วมกันใหม่ การออกทัวร์ร่วมกันระหว่าง Sammy Hagar และ David Lee Roth ที่เต็มไปด้วยอีโก้ของทั้งสองคน และการจากวงไปอีกเป็นครั้งที่สองของ Sammy</p>
<p>เนื่องจากว่าเป็นประวัติของ Sammy Hagar แม้ว่าจะอยู่วง Van Halen อยู่ถึง ๑๑ ปี แต่เรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นชีวิตของ Sammy Hagar พูดถึงธุรกิจส่วนตัวหลายๆอย่างที่มีทั้งล้มเหลว และประสบความสำเร็จ โดยในตอนท้ายของหนังสือ ซึ่งก็คือชีวิตในปัจจุบัน คุณ Sammy สามารถอยู่ได้แล้ว โดยไม่ต้องเล่นดนตรีเพื่อหาเลี้ยงชีพอีกต่อไป เขาเป็นเจ้าของกิจการผลิด Tequila ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และมีคนมาขอลงทุนหรือขอซื้อกิจการด้วย ถึงขนาดเสนอขอซื้อที่ ๑๐๐ ล้านเหรียญ แต่ก็ยังไม่ยอมขาย กว่าจะมาถึงตรงนั้นได้ แกก็โดนมาเยอะนะครับ มีทั้งโดนหลอก หรือล้มเหลวจนถึงขนาดคนที่มาลงทุนด้วย อย่างพี่น้อง Van Halen (Alex และ Eddie) ถือเป็นข้อบาดหมางว่า หลอกลวง จนแกออกจากวงไปในที่สุดเมื่อปี ๑๙๙๖ นอกจากนี้  Sammy เองก็พูดถึงผลกระทบต่อธุรกิจเพลงที่เกิดจากการโหลดเพลงแบบ Digital ซึ่งบอกว่า ตัวเขาเองโชคดีมากๆ ที่ทุกวันนี้ สามารถเล่นดนตรีเพียงเพราะอยากเล่น ไม่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพจากการขายอัลบั้มอีกต่อไป เพราะโครงสร้างธุรกิจเดิมนั้น พังไปหมดแล้ว</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้ชีวิตนักดนตรีของวงดนตรีระดับตำนานวงหนึ่งของโลก ถ้าจะมีที่ผมอยากอ่านบ้าง ก็เป็นการเล่าเรื่องจากฝั่งของ Eddie Van Halen อยากรู้ว่า เขาจะเล่าประสบการณ์และประวัติของเขาอย่างไร เพราะเท่าที่ Sammy เล่ามานี่ คุณ Eddie ก็ออกมาดูไม่ดีเท่าไรเลย เท่าที่ผมทราบ David Lee Roth เคยออกหนังสือมาแล้ว ประมาณ ๗ &#8211;  ๘ ปีก่อน แต่ผมยังไม่ได้อ่านนะครับ แต่พูดตามตรงว่า เฉยๆ ไม่ได้อยากอ่านเท่าไร </p>
<p>สำหรับผมแล้ว เมื่ออ่้านหนังสือเล่มนี้จบลง ผมพบว่า ผมฟังอัลบั้ม 5150 เพราะขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งซะแล้วสิ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/645/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/645/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/645/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/645/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/645/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/645/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/645/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/645/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/645/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/645/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/645/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/645/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/645/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/645/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=645&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2011/07/15/red-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-sammy-hagar/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Delivering Happiness โดย Tony Hsieh</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2011/04/08/delivering-happiness-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-tony-hsieh/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2011/04/08/delivering-happiness-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-tony-hsieh/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Apr 2011 14:20:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=627</guid>
		<description><![CDATA[นานแล้วที่ไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับหนังสือที่ตัวเองอ่านจบ ส่วนหนึ่งเนื่องจากว่า หลายๆเล่ม อ่านแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก จะว่าไป เล่มนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวามากนัก แต่ก็มีเสน่ห์พอที่น่าจะเขียนถึง ประทับใจคนเขียนมากกว่า ส่วนเรื่องที่เขาเล่านั้น ถือเป็นผลพลอยได้ ถ้าใครได้ติดตามสรุป ๑๐๐ บริษัทที่น่าทำงานด้วยในรายงานประจำปีของนิตยสาร Fortune จะพบว่า Zappo มักจะติดอันดับอยู่เรื่อยๆ แต่ผมเองก็ไม่ได้ติดตามสักเท่าไรว่า บริษัทนี้ทำธุรกิจอะไร จนเมื่อมาอ่านหนังสือเล่มนี้ และที่อ่านเล่มนี้ ก็เนื่องจากว่า อยู่ใน recommended list ของ Audible.com ซึ่งผมเป็นสมาชิกอยู่ และมีเครดิตเหลือ ที่ทำให้สนใจอย่างแรกคือ หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าประสบการณ์ของผู้เขียน และเจ้าตัวก็เป็นคนเล่าเรื่องเองใน audiobook ด้วย ก็เลยลองซะหน่อย พอมาอ่านบทย่อ ก็ติดใจครับ คิดว่าน่าสนใจทีเดียว Tony Hseih เป็นลูกไต้หวัน ที่พ่อแม่อพยพไปอยู่อเมริกาครับ พออ่านเจออย่างนี้ ผมเลยไปลองหาดูในเว็บ ก็ใช่แหละครับ หน้าตาเป็นเอเชียเลย เขาทำในสิ่งที่หลายๆคนต้องทึ่งคือ ทำบริษัท start-up ที่ชื่อ Link Exchange เมื่อตอนปี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=627&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นานแล้วที่ไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับหนังสือที่ตัวเองอ่านจบ ส่วนหนึ่งเนื่องจากว่า หลายๆเล่ม อ่านแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก จะว่าไป เล่มนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวามากนัก แต่ก็มีเสน่ห์พอที่น่าจะเขียนถึง ประทับใจคนเขียนมากกว่า ส่วนเรื่องที่เขาเล่านั้น ถือเป็นผลพลอยได้</p>
<p>ถ้าใครได้ติดตามสรุป ๑๐๐ บริษัทที่น่าทำงานด้วยในรายงานประจำปีของนิตยสาร Fortune จะพบว่า Zappo มักจะติดอันดับอยู่เรื่อยๆ แต่ผมเองก็ไม่ได้ติดตามสักเท่าไรว่า บริษัทนี้ทำธุรกิจอะไร จนเมื่อมาอ่านหนังสือเล่มนี้ และที่อ่านเล่มนี้ ก็เนื่องจากว่า อยู่ใน recommended list ของ Audible.com ซึ่งผมเป็นสมาชิกอยู่ และมีเครดิตเหลือ </p>
<p>ที่ทำให้สนใจอย่างแรกคือ หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าประสบการณ์ของผู้เขียน และเจ้าตัวก็เป็นคนเล่าเรื่องเองใน audiobook ด้วย ก็เลยลองซะหน่อย พอมาอ่านบทย่อ ก็ติดใจครับ คิดว่าน่าสนใจทีเดียว</p>
<p>Tony Hseih เป็นลูกไต้หวัน ที่พ่อแม่อพยพไปอยู่อเมริกาครับ พออ่านเจออย่างนี้ ผมเลยไปลองหาดูในเว็บ ก็ใช่แหละครับ หน้าตาเป็นเอเชียเลย เขาทำในสิ่งที่หลายๆคนต้องทึ่งคือ ทำบริษัท start-up ที่ชื่อ Link Exchange เมื่อตอนปี ๑๙๙๖ แล้วก็ขายไปให้กับ Microsoft ในปี ๑๙๙๘ ในราคา ๒๖๕ ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่อายุเพียง ๒๕ ปีเอง จากนั้นก็มาเป็น CEO ให้กับ Zappo เมื่อปี ๒๐๐๐ โดยที่ธุรกิจหลักของ Zappo คือการขายรองเท้าผ่านเว็บ Zappo และเมื่อปี ๒๐๐๙ ที่ผ่านมา ขณะที่ Zappo มียอดขาย ๑ พันล้านเหรียญ Amazon.com ก็มาซื้อ Zappo ไปที่ราคา ๑๒๐๐ ล้านเหรียญ ขณะที่เขามีอายุแค่ ๓๖ ปีเท่านั้นเอง </p>
<p>ในหนังสือเล่มนี้ เขาเล่าประวัติของเขาย่อๆ เล่าแบบถ่อมตัวพอสมควรว่า เรียนไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ก็จบ Computer Science จากมหาวิทยาลัย Harvard โดยเล่าเรื่องระหว่างเรียนให้พอเห็นภาพเล็กๆน้อยๆว่า เจ้าตัวเป็นพวกนอกคอกและคิดนอกกรอบพอสมควร เขาเล่าให้ฟังว่า ตอนใกล้สอบวิชาหนึ่ง ซี่งอาจารย์ประกาศว่า จะสุ่มให้เล่าเรื่องย่อ (หรือบทสรุปจากเรื่องนั้น ผมจำไม่ได้แล้วล่ะ) จำนวน ๕ เรื่องจากหนังสือที่นำมาเล่ากันทั้งหมด ๕๐ เรื่อง ซึ่งนั่นหมายความว่า ทุกคนก็ต้องอ่านทุกเล่มนั่นแหละ เพราะไม่รู้ว่าอาจารย์จะเลือกเล่มไหม แต่คุณ Tony นี่ ตกที่นั่งลำบาก เพราะไม่ค่อยเข้าเรียน ก็เลยไปโพสท์ในเว็บบอร์ดของโรงเรียน โดยประกาศจัดการแข่งขันหาบทสรุปที่น่าสนใจ (ผมจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว แต่อารมณ์ประมาณนี้แหละ) ปรากฏว่า มีคนสนใจเข้ามาประกวดเยอะมาก โดยที่คุณ Tony เองก็เลยได้อ่านเรื่องย่อทุกเล่มในเวลาอันสั้น (เพราะกำหนดช่วงเวลาประกวดไว้สั้นๆ ทุกคนจะได้รีบๆส่ง) แล้วก็ผ่านการสอบอย่างสบายใจ โดยไม่ต้องทุกเล่มด้วยตัวเอง</p>
<p>ที่น่าสนใจในตอนต้นของหนังสือเล่มนี้ คือ ที่มาของการการเริ่มต้น Link Exchange และอุปสรรคที่เจอ กว่าจะขายไปให้ Microsoft แต่ Tony ไม่ได้เล่าเรื่องนี้แบบละเอียดมากนัก เพียงบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าวๆ และความรู้สึกที่ทำไมถึงเดินออกจาก Microsoft หลังจากที่ขาย Link Exchange ให้ไป ทั้งๆที่ถ้าอยู่ให้ครบปี ก็จะได้เงินอีกก้อนเป็นโบนัส</p>
<p>จุดที่น่าสนใจจริงๆของหนังสือ คือ เมื่อเขาเดินออกจาก Microsoft แล้ว เขาไปทำอะไร และเจอเหตุการณ์อะไร และทำไมถึงมาทำ Zappo ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆบริษัทเขานำเงินมาลงทุน โดยร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ โดยที่หลายๆอย่างก็ค่อยๆแย่ลงๆไปเรื่อยๆ ประสบกาณ์ตอนลำบากนี่ เล่าได้สนุกทีเดียว</p>
<p>เขาไม่ได้เป็นคนก่อตั้ง หรือ ริเริ่มจะขายรองเท้าบนอินเตอร์เน็ท เขาทำหน้าที่เป็นเพียง Angel Investor ให้กับ Startup ต่างๆที่เขาคิดว่าน่าสนใจ แต่เมื่อฟองสบู่ dotcom แตกในปี ๒๐๐๐ เขาก็ตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงที่ปรึกษาให้กับ Zappo ก็เลยตัดสินใจมาลงทุนทำเอง เงินก็ค่อยๆร่อยหรอออกไปเรื่อย เนื่องจากเป็นเว็บ startup ขายรองเท้าเล็กๆ ทำให้ยี่ห้อดังๆไม่สนใจให้ราคาที่ดี หรือส่งของให้ ก็เลยตัดสินใจเข้าทำการจัดเก็บสินค้าและส่งสินค้าเอง แต่ก็ประสบปัญหาว่า บริษัททีเขาไป outsource ให้ดูแลทางด้านการจัดส่ง (Logistics) ดำเนินการแย่มาก จนเขาเองก็เสียหายไปมาก ไม่สามารถส่งสินค้าได้ทัน ทั้งๆที่รับ order จากลูกค้าได้แล้ว และรู้ด้วยว่า supplier นำของมาส่งให้ที่คลังแล้ว แต่กลับไม่สามารถดำเนินการจัดส่งได้ จนต้องส่งมือดีไปดู โดยที่กะว่าคนที่ส่งไปนี้ มีหน้าที่ไปดูสถานะการณ์หน้างานแล้วแก้ปัญหาหน้างานก่อน ดูแล้ว ไม่น่าจะไปนานเกินหนึ่งอาทิตย์ กลายเป็นว่า ต้องไปอยู่เป็นเดือน และตัวเขาเองก็ต้องลงไปดูหน้างานด้วย นอกจากนี้ บริษัทเองก็ยังมีปัญหากระแสเงินสด จนเขาเองต้องขายบ้านที่ซื้อไว้ เพื่อนำเงินมาหมุนบริษัท</p>
<p>หนังสือเล่ามาถึงจุดนี้ได้น่าสนใจ จนมาถึงจุดพลิก เมื่อตัดสินใจย้ายทั้งบริษัทไปอยู่ที่ Las Vegas เพื่อจะได้อยู่ใกล้ศูนย์จัดส่งของตัวเอง แล้ว Tony ก็มาเน้นเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแรง สร้างคนจากภายใน เน้นการทำงานเป็นทีม สร้างบรรยากาศให้สนุก อยู่กันอย่างเป็นหมู่คณะ โดยยกตัวอย่างสนุกๆ เช่น ในการ Logon เข้า Network ของบริษัท นอกจากจะต้องใส่ User Id และ Password แล้ว ยังมีหน้าจอพิเศษที่สุ่มหน้าของพนักงานในบริษัท ขึ้นมา แล้วให้บอกชื่อว่า เขาหรือเธอคนนี้ ชื่ออะไร ใส่ผิดก็ไม่เป็นไร แต่บริษัทจัดเก็บสถิติเหล่านี้ ไว้วิเคราะห์ในภายหลังด้วย </p>
<p>หรืออีกตัวอย่างก็คือ พนักงานรับโทรศัพท์ของ Zappo จะไม่มี script ในการรับสายโทรศัพท์ แต่ละคนสามารถจะพูดกับลูกค้าอย่างไรก็ได้ และไม่จำกัดเวลา ไม่ใช้เวลาในการรับสายมาเป็น KPI ของพนักงานนั้น ปล่อยให้พนักงานคุยกับลูกค้าได้เต็มที่ โดยมีสถิติสูงสุดอยู่ที่ ๖ ชั่วโมง โดยเน้นให้ลูกค้ารู้สึกดีกับ Zappo ถึงขนาดว่า เมื่อพนักงานสามารถแนะนำให้ไปเว็บคู่แข่งได้ เพื่อเปรียบเทียบหรือเมื่อบริษัทไม่มีสินค้า ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าพอใจในบริการให้มากที่สุด </p>
<p>คุณ Tony ก็เคยมีประสบการณ์ท้าให้เพื่อนลองโทรไปสั่งพิซซากับพนักงานของ Zappo แล้วดูว่า จะรับสั่งให้ไหม โดยพนักงานคนดังกล่าว ไม่รู้เลยว่า คนที่โทรไปสั่งนี้ เป็นเพื่อน และนั่งอยู่กับ Tony (ทั้งนี้เนื่องจากว่า เป็นเวลากลางดึกแล้ว และโรงแรมก็ไม่รับ order หลังเวลาที่กำหนดได้) ก็ปรากฏว่า พนักงานของ Zappo เล่นด้วย และรับทำออร์เดอร์ให้ โดย Tony ตบท้ายว่า คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่า เพื่อนเขาคนนี้ ปัจจุบันซื้อรองเท้าจาก Zappo ที่เดียวเท่านั้น ไม่ไปที่อื่นอีกเลย </p>
<p>ผมชอบที่ Tony บอกว่า Customer Satisfaction เป็น Moving Target เราไม่สามารถวัดได้จากการรับสั่งซื้อเพียงครั้งเดียว เราต้องวัดกันยาวๆและตลอดอายุของลูกค้า (อาจจะจำได้ไม่ถูกทั้งหมดนะครับ แต่ก็ประมาณนี้)</p>
<p>ส่วนกลางของหนังสือเล่มนี้ เน้นเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรมากจนผมเบื่อไปเลยเหมือนกัน แต่ที่ทำให้น่าสนใจใน audiobook คือ ให้พนักงานแต่ละคนมาเล่าให้ฟังว่า ประสบการณ์ที่ประทับใจในการทำงานที่นี่ โดยเราได้ฟังเสียงของเจ้าตัวเอง อันนี้สนุกดี แม้แต่พนักงานฝ่ายบุคคลที่มีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ ยังบอกเลยว่า สัมภาษณ์งานที่นี่ สนุกมาก เพราะจัดทำด้วยรูปแบบที่ไม่ซ้ำที่อื่น</p>
<p>ตอนท้ายๆของหนังสือถึงจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เพราะ Tony กลับมาเล่าที่มาที่ไปของการขายให้กับ Amazon.com เจรจากันอย่างไร ข้อจำกัดและความลับในการเจรจาเพราะ Amazon เป็นบริษัทมหาชน มีข้อกำหนดของ กลต. คลุมไว้อยู่ เขาเล่าว่า ในวันที่ประกาศขายนั้น เขาเชิญพนักงานทั้งหมดมาที่ห้อง และชี้แจงด้วยตัวเอง โดยเขากับเพื่อนที่เป็นพาร์ทเนอร์ซื้อ Kindle แจกพนักงานทุกคนเป็นของขวัญ และทาง Amazon เองก็แจกโบนัสพิเศษ เป็นเงินให้ด้วย อิจฉาจัง อ้อ นอกจากนี้ ใน audiobook ยังมีเสียงของ Jeff Besoz ที่กล่าวต้อนรับพนักงานในวิดีโอ ในวันดังกล่าวด้วย สนุกดี</p>
<p>ที่เป็นโบนัสพิเศษของ Audiobook คือ บันทึกเสียงการสัมภาษณ์พิเศษในห้องเรียน MBA แห่งหนึ่ง ซึ่งมี Tony เป็นแขกรับเชิญร่วมกับนักการตลาดท่านหนึ่ง และตอบคำถามผู้ฟังใน class นั้น ผมชอบฟังสัมภาษณ์สด เพราะเราจะได้เรียนรู้บุคลิกของคนๆนั้นจริงๆ ก็ค่อนข้างประทับใจครับ ตอบฉลาด คม นิ่ง และเรียกเสียงหัวเราะได้ด้วย </p>
<p>เท่าที่ลองอ่านความเห็นคนอ่าน หลายๆคนใน Amazon.com  ไม่น้อยเลยที่รู้สึกว่า เหมือนเป็นหนังสือคู่มือพนักงาน Zappo มากกว่าที่จะเป็นหนังสือเล่าประสบการณ์กว่าจะไปสู่ความสำเร็จ อันนี้แล้วแต่ความคาดหวังแล้วล่ะครับ หนังสือก็ชื่อ Delivering Happiness เจ้าตัวก็คงเน้นให้เห็นว่า เมื่อ Delivering Happiness ได้แล้ว ทุกอย่างจะตามมา ความสำเร็จที่แท้จริง มันคงไม่มีสูตร แต่ละคนคงต้องเลือกปรุงเอง</p>
<p>อ่านแล้วชอบ ชอบก็มาเล่าต่อ หวังว่า อ่านที่ผมเขียนแล้วจะสนุกไปด้วยนะครับ </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/627/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/627/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/627/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/627/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/627/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/627/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/627/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/627/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/627/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/627/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/627/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/627/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/627/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/627/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=627&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2011/04/08/delivering-happiness-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-tony-hsieh/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Decision Points โดย George W. Bush</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2011/02/05/decision-points-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-george-w-bush/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2011/02/05/decision-points-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-george-w-bush/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Feb 2011 16:51:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=608</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่มี iPad และ Kindle ทำให้ผมลดการฟังลงไปเยอะมาก พยายามหาส่วนผสมที่ลงตัวว่า อะไรควรอ่าน ผ่านสื่อไหน ผมพบว่า ผมชอบอ่านนิยายผ่านการฟังและผ่าน Kindle ส่วน iPad นั้น เหมาะกับ Magazine และเว็บมากๆ แต่ที่แน่ๆ credit ของผมที่ค้างอยู่ใน Audible.com มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ได้ฟังเลย จนกลัวจะหมดอายุการสะสม ก็เลยเข้าไปเลือกมาสักเล่มใน Audible เพื่อจะได้ฟังบ้าง ก็เจอเล่มนี้แหละครับ Decision Points โดยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แถมเจ้าตัวยังมาอ่านเองเสียด้วย น่าจะได้อารมณ์แบบที่ผมชอบ ไม่ผิดหวังครับ ดูจะเป็นธรรมเนียมของผู้นำสหรัฐฯไปเสียแล้ว เมื่อผ่านวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว ก็จะเขียนหนังสือออกมา จะกี่เล่ม ก็สุดแล้วแต่ บางคนก็กลายเป็นนักเขียนไปเลยก็มี แต่ส่วนใหญ่คงเป็นบันทึกความทรงจำในช่วงดำรงตำแหน่ง ผมเคยเล็งๆบางเล่มไว้ แต่พอเห็นเสียงวิจารณ์ใน Amazon.com แล้ว ก็ชะงักไป เช่น My Life ของคุณ Bill Clinton เพราะเสียงส่วนใหญ่จะออกมาในแง่ว่า จืดชืด ขาดสีสันในการเล่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=608&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่มี iPad และ Kindle ทำให้ผมลดการฟังลงไปเยอะมาก พยายามหาส่วนผสมที่ลงตัวว่า อะไรควรอ่าน ผ่านสื่อไหน ผมพบว่า ผมชอบอ่านนิยายผ่านการฟังและผ่าน Kindle ส่วน iPad นั้น เหมาะกับ Magazine และเว็บมากๆ แต่ที่แน่ๆ credit ของผมที่ค้างอยู่ใน Audible.com มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ได้ฟังเลย จนกลัวจะหมดอายุการสะสม ก็เลยเข้าไปเลือกมาสักเล่มใน Audible เพื่อจะได้ฟังบ้าง </p>
<p>ก็เจอเล่มนี้แหละครับ Decision Points โดยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แถมเจ้าตัวยังมาอ่านเองเสียด้วย น่าจะได้อารมณ์แบบที่ผมชอบ ไม่ผิดหวังครับ</p>
<p>ดูจะเป็นธรรมเนียมของผู้นำสหรัฐฯไปเสียแล้ว เมื่อผ่านวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว ก็จะเขียนหนังสือออกมา จะกี่เล่ม ก็สุดแล้วแต่ บางคนก็กลายเป็นนักเขียนไปเลยก็มี แต่ส่วนใหญ่คงเป็นบันทึกความทรงจำในช่วงดำรงตำแหน่ง ผมเคยเล็งๆบางเล่มไว้ แต่พอเห็นเสียงวิจารณ์ใน Amazon.com แล้ว ก็ชะงักไป เช่น My Life ของคุณ Bill Clinton เพราะเสียงส่วนใหญ่จะออกมาในแง่ว่า จืดชืด ขาดสีสันในการเล่า แต่พอมาลองๆดูของคุณ Bush เข้า ก็พบว่า เสียงส่วนใหญ่จะออกไปในทางบวก แม้ว่าหลายๆคนจะไม่ชอบผลงานในระหว่างการดำรงตำแหน่งของเขา ถึงขนาดว่า ผู้กำกับหนังฝีปากกล้าอย่าง Michael Moore ยังสร้างหนังต่อต้านเขา ในระหว่างที่เขากำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในวาระที่สอง แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่า คุณ Bush เล่าเรื่องได้ดี และตรงไปตรงมา จะชอบหรือไม่ชอบ ตัดสินกันเอาเอง</p>
<p>ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องของคุณ Bush นะครับ มันแปลกไปอีกแบบ เขาเริ่มต้นเรื่องด้วยการแนะนำประวัติของเขาพอเป็นสังเขป ตั้งแต่วัยเด็ก การเรียนหนังสือที่ค่อนข้างแย่ แม้แต่การเข้ามหาวิทยาลัย Yale ได้ ก็น่าจะเป็นที่อิทธิพลของพ่อเขามากกว่า การติดสุราในช่วงหนุ่มๆ การโดนตำรวจจับระหว่างขับรถ ความซุกซนหลายๆอย่างที่ปรากฏตามสื่อ แกก็เล่าตรงๆอย่างนั้นจริงๆ แต่ที่ว่ามานี้ ไม่แปลกครับ หนังสือแนวนี้ จะเริ่มด้วยการเล่าประวัติทั้งนั้น</p>
<p>ที่แปลกคือ คุณ Bush เลือกที่จะหยิบเหตุการณ์สำคัญๆในระหว่างดำรงตำแหน่งมาขยายความ แทนที่จะเล่าไปตามลำดับเวลา แน่นอนว่า เขาเลือกที่จะเล่าเรื่องอย่างเหตุการณ์ 9/11 สงครามกับอิรัก อัฟกานิสถาน พายุ Katrina ที่ถล่มนิวออลินส์ และมีเหตุการณ์หลายๆเรื่องที่ผมเคยผ่านตาบ้าง แต่เป็นเรื่องภายในของสหรัฐฯพอสมควร ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกสนุกมากนัก แต่ก็ค่อนข้างประทับใจกับวิธีการเล่า คนระดับนี้ เมื่อเลือกเรื่องที่จะเล่าแล้ว ก็ต้องปูข้อมูลประกอบที่สมเหตุสมผลและแข็งแรง(solid)พอที่จะเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า ทำไมเขาถึงตัดสินใจเช่นนั้น ในเวลานั้น </p>
<p>ผมเองก็เพิ่งทราบว่า เขาโดนต่อว่าอย่างมากในกรณีการให้ความช่วยเหลือกรณี Katrina จนการเป็นวิกฤติศรัทธาของเขาในช่วงปลายสมัยไปในที่สุด ฟังแล้ว ก็งงเหมือนกันนะครับ เมื่อโดย Protocol แล้ว ประธานาธิบดีจะให้ทางผู้ว่าการรัฐฯพิจารณาว่า ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือไม่ ก่อนจะเข้าไปช่วย เดาว่าอันนี้เป็น judgment call ของประธานาธิบดี จะ overrule หรือตามกฏ ก็ได้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่า ตัดสินใจผิดในหลายเรื่องในกรณีนี้ แต่ที่ดูแล้วเขาไม่คิดว่าตัวเองตัดสินใจผิดเลย คือกรณีอิรัก การเข้าไปยึดอิรัก เพราะเชื่อตามข้อมูลทางลับว่า อิรักมี Weapons of Mass Destruction (ขี้เกียจแปล) แม้ว่า (ผมเข้าใจเอาเอง) ปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่เจอเจ้า WMD เลยก็ตาม แต่เขาก็ยืนยันว่า ตามหลักฐาน ณ เวลานั้น ส่อไปว่ามีอยู่จริง </p>
<p>หนังสือเล่มนี้ ค่อนข้างสั้นในความรู้สึกผม เพราะกินเวลาฟังแค่ ๖ ชั่วโมงเท่านั้นเอง ตอนท้ายๆ เขาก็เอ่ยถึงหลายๆเรื่องที่เขาเลือกที่จะข้ามไป ด้วยข้อจำกัดของการทำหนังสือ แต่ผมก็ยังเสียดายอยู่เหมือนกัน แต่คิดว่า ถ้าเสียงตอบรับดี เขาอาจจะเลือกมาเขียนใหม่ก็ได้ เพราะอายุก็ยังไม่มากนัก ลองไปหาอ่านคำวิจารณ์จาก Wikipedia ก็พบว่า นักวิจารณ์หลายคน ไม่เชื่อเรื่องที่เล่าในส่วนที่เป็นรายละเอียดในหลายๆจุด อันนี้ สำหรับผู้ที่สนใจจริงๆ คงจะสนุก ถ้าได้ไปตามเรื่องต่อ และเรื่องที่เลือกที่จะ&#8221;ไม่เล่า&#8221; ก็ดูน่าสงสัยว่า เลี่ยงไปแบบดื้อๆเกินไป</p>
<p>อ่านเล่มนี้แล้ว ยิ่งนึกอยากเห็นผู้นำในบ้านเราออกมาเล่าบ้าง ในแถบนี้ ก็มีคุณลีกวนยู เล่าออกมาแล้ว ๒ เล่ม ผมอ่านเล่มแรกไป เมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่จบ แต่ก็ยังนึกชอบอยู่ เพราะเล่าได้ละเอียดมาก ถ้าผู้นำบ้านเรามาเล่าบ้าง แบบไม่กั๊ก คงสนุกมาก ผมคิดว่าเคยเห็นหนังสือของคุณอานันท์ ปัญยารชุน แต่คิดว่า ของคุณชวน หลีกภัย ยังไม่มี ของพลเอกเปรม ก็น่าจะยังไม่มีเช่นกัน บางท่านอย่างคุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯที่ผมต้องพูดตรงๆ ด้วยความเคารพว่า ผมไม่ชอบ แต่ผมก็อยากอ่าน เพราะช่วงเวลาที่เป็นผู้นำนั้น เป็นช่วงที่เป็นวิกฤติบ้านเมืองจริงๆ (และปัจจุบัน ก็ยังเป็นอยู่) ด้วยบุคคลิกที่โผงผางอย่างคุณสมัคร น่าจะเล่าเรื่องได้สนุกมาก แต่เสียดาย ชีวิตนี้ เราก็ไม่ได้เห็นหนังสือเล่มนี้แล้ว จะว่าไป ถ้าคุณทักษิณเขียนหนังสือขึ้นมาจริงๆ โดยมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษขึ้นมา ก็น่าจะเป็น Bestseller ได้ไม่ยาก เพราะไหนๆ ก็เข้าประเทศไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปเซ็นเซอร์อะไรมากเลย จะว่าไป ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองมานี่ แทบจะหาอ่านอย่างเป็นทางการได้ยากมาก เหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดทัน แม้จะยังจำความไม่ได้ ก็ไม่มีให้อ่าน ทุกวันนี้ ไปหาอ่านประวัติผู้นำชาติต่างๆจาก Wikipedia ดูจะง่ายกว่าหาอ่านเรื่องไทยๆอยู่มาก ก็ต้องค่อยๆบันทึกกันต่อไป</p>
<p>เขียนไปเขียนมา เข้ามาการเมืองในประเทศเฉยเลย เอาเป็นว่า ถ้าชอบหนังสือในแนวนี้ ก็ลองหาอ่านดูนะครับ ไม่ได้สนุกสนาน เฮฮา แบบของ Larry King หรือ Ted Turner แต่ก็ได้เห็นมุมมองในแบบสูง ชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง และเหตุผลในการตัดสินใจที่น่าสนใจดีครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/608/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/608/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/608/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=608&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2011/02/05/decision-points-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-george-w-bush/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>จัดกระเป๋าเดินทาง</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2011/01/09/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2011/01/09/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Jan 2011 10:15:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=605</guid>
		<description><![CDATA[ด้วยหน้าที่การงาน ทำให้ผมต้องเดินทางบ่อยขึ้น และเป็นการเดินทางเพื่อไปเจรจาธุรกิจ การจัดกระเป๋าเดินทางก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ได้ไป เพื่อเป็นเข้าฝึกอบรม หรือไปเที่ยว มีโน๊ตบุคเป็นอุปกรณ์ภาคบังคับ ไม่ต้องหิ้วกล้อง DSLR (เหมือนสมัยหนุ่มๆ) ก็เลยอยากเขียนเก็บไว้ว่า ปกติแล้ว จัดอะไรลงกระเป๋าบ้าง ๑) ชุดอุปกรณ์ในห้องน้ำ อันได้แก่ หวี เจล ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด After-shave และ นำ้ยาซักผ้า ผมใช้แบ่งลงขวดเล็กๆที่ซื้อมาจากร้าน Moji เพื่อจะได้ไม่กินที่ เดินทางแค่ ๒ คืน สระผมแค่ ๒ ครั้ง ขวดนำ้ยาสระผมที่เล็กที่สุด ก็ยังใหญ่ไปสำหรับการนี้อยู่ดี พอแบ่งลงขวดเล็กๆแล้ว พบว่า ประหยัดที่ไปได้มาก ผมเลิกพกสบู่กับผ้าเช็ดตัวไปนานแล้ว กินที่และไม่ได้ใช้ หลังๆผมมักจะนำสบู่ก้อนเล็กที่โรงแรมจัดให้ กลับมาใช้ล้างมือที่บ้าน เสียดาย ใช้แค่ ๒ วันเอง ยังเหลืออีกตั้งเยอะ ๒) รองเท้าและนำ้ยาขัดรองเท้า ผมให้ความสำคัญกับรองเท้า ยิ่งเวลาเดินทางแล้ว เราใช้ชีวิตอยู่กับมันนานมาก ปกติแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=605&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยหน้าที่การงาน ทำให้ผมต้องเดินทางบ่อยขึ้น และเป็นการเดินทางเพื่อไปเจรจาธุรกิจ การจัดกระเป๋าเดินทางก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ได้ไป เพื่อเป็นเข้าฝึกอบรม หรือไปเที่ยว มีโน๊ตบุคเป็นอุปกรณ์ภาคบังคับ ไม่ต้องหิ้วกล้อง DSLR (เหมือนสมัยหนุ่มๆ) ก็เลยอยากเขียนเก็บไว้ว่า ปกติแล้ว จัดอะไรลงกระเป๋าบ้าง</p>
<p>๑) ชุดอุปกรณ์ในห้องน้ำ อันได้แก่ หวี เจล ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด After-shave และ นำ้ยาซักผ้า ผมใช้แบ่งลงขวดเล็กๆที่ซื้อมาจากร้าน Moji เพื่อจะได้ไม่กินที่ เดินทางแค่ ๒ คืน สระผมแค่ ๒ ครั้ง ขวดนำ้ยาสระผมที่เล็กที่สุด ก็ยังใหญ่ไปสำหรับการนี้อยู่ดี พอแบ่งลงขวดเล็กๆแล้ว พบว่า ประหยัดที่ไปได้มาก ผมเลิกพกสบู่กับผ้าเช็ดตัวไปนานแล้ว กินที่และไม่ได้ใช้ หลังๆผมมักจะนำสบู่ก้อนเล็กที่โรงแรมจัดให้ กลับมาใช้ล้างมือที่บ้าน เสียดาย ใช้แค่ ๒ วันเอง ยังเหลืออีกตั้งเยอะ </p>
<p>๒) รองเท้าและนำ้ยาขัดรองเท้า ผมให้ความสำคัญกับรองเท้า ยิ่งเวลาเดินทางแล้ว เราใช้ชีวิตอยู่กับมันนานมาก ปกติแล้ว ผมพยายามใส่รองเท้าสลับคู่กันทุกวัน เพื่อถนอมรองเท้าให้อยู่กับเรานานๆ แต่เมื่อเดินทาง จะนำไปอีกคู่หนึ่ง ก็เกะกะ ก็เลยใช้วิธีพยายามตากมันไว้ และลงน้ำยาช่วย เพื่อไม่ให้รองเท้าชื้นเกินไปนัก ผมชอบใช้รองเท้าสีน้ำตาลเข้ม แต่ก็ชอบสีดำอยู่เหมือนกัน</p>
<p>๓) เสื้อ Jacket เมื่อเดินทางบ่อยๆ หลายๆครั้งเลยที่เราจำเป็นต้องใส่เสื้อ Jacket เพื่อให้ดูภูมิฐาน แต่เรื่องนี้ เป็นบุคคลิกของคนนั้นๆจริงๆ ผมเห็นคนดังๆในสังคมหลายๆคน ก็ไปไหนต่อไหนด้วยเสื้อสีดำโปโล หรือสีดำคอกลมเหมือนกัน ก็ดูดีเหมือนกัน แต่ผมก็ยังนิยมพก Jacket ไว้อยู่ดี เผื่อกันหนาว เพื่อต้องไปงานต่างๆ แต่ที่ดูรำคาญตา คือ หลายๆคนใช้เสื้อสูทสีน้ำเงิน มาสวมทับ ไปไหนต่อไหน ดูยังไง ก็รู้ว่า เสื้อตัวนี้อยู่ในชุดสูทที่มีกางเกงของมันอยู่ ดูผิดที่ผิดทาง ลองหา Jacket ดีๆที่ใส่ในงาน ก็ได้ ใส่เที่ยว ก็ได้ ไว้สักตัว ก็ดีนะครับ มันอยู่นานเกินคุ้มเลย </p>
<p>๔) กระเป๋าเดินทาง ผมมีประสบการณ์เดินทางสองสามครั้งที่เจ็บแล้วไม่จำ เห็นว่า ไปแค่ ๑ หรือ ๒ คืนเอง ใช้กระเป๋าเป้ธรรมดา คู่กับกระเป๋าโน๊ตบุคก็น่าจะพอ แต่ปรากฏว่า เมื่อเราเดินทางไปเป็นแขกเขา เจ้าภาพก็ให้ของขวัญกลับมา กลายเป็นว่า ไม่มีที่ใส่ของชิ้นกลับ ต้องหิ้วพะรุงพะรัง ก็เลยต้องเตือนตัวเอง อย่านำกระเป๋าที่เล็กเกินไป (แต่ก็ไม่ควรใหญ่ไป จนดูผิดตา) ถ้าเป็นไปได้ ผมชอบใช้กระเป๋าแข็ง เพราะมันกันกระแทกไปในตัว ผมเคยใส่ Thinkpad ในกระเป๋าที่ใส่ใต้เครื่องมาแล้ว โดยใช้กระเป๋าแข็งนี่แหละ สำหรับการเดินทางสั้นแค่วันสองวันนั้น อาจจะไม่เอื้อให้ใส่โน๊ตบุคในนั้นนัก เพราะหลายครั้ง เราต้องเดินทางไปประชุมเลย หลังจากลงจากเครื่องบิน การใช้กระเป๋าใบเล็กแบบแข็ง  ทำให้เราซื้อของกลับ และบรรจุได้สบายใจขึ้นอีกนิด สียอดนิยมคือสีดำ แต่ก็น่าสับสน ตอนรอรับกระเป๋าที่สนามบิน เพราะเกือบทั้งหมด ก็ใช้สีนี้ ต้องใช้วิธีผูกเชือก หรือติดสติกเกอร์ช่วย เพื่อให้จำง่าย พอๆกับไม่ทำให้คนอื่นมาหยิบยกไป (และวางกลับ เพราะไม่ใช่ของตัวเอง)</p>
<p>๕) สายไฟและ adaptor ตัวนี้สำคัญมาก เมื่อต้องเสียบปลั๊กไฟเจ้าโน๊ตบุค ทั้งที่ๆเราจะไปคุยงาน หรือที่โรงแรม เราต้องมีติดไว้ แต่ที่โรงแรมนั้น ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร ส่วนใหญ่ทำมารองรับได้ทุกรูปแบบอยู่แล้ว สายไฟที่ต้องพกประจำคือ สายไฟโน๊ตบุค สายไฟ iPad/iPod สาย MicroUSB (สำหรับ BB) สาย USB สำหรับ Harddisk ผมเองเคยนั่งฟังคนพรีเซ็นต์งาน แล้วปิดเครื่องเร็ว โดยให้เหตุผลว่า ต้องไปที่อื่นต่อ กลัวแบตตารีหมด ขี้เกียจพกสายไฟในโน๊ตบุค จะบินกลับคืนนี้ จัดกระเป๋าแล้ว ฟังแล้วรำคาญนิดๆ ถ้ารีบขนาดนั้น ไม่ต้องมาคุยกันก็ได้ กลับๆไปเถอะ</p>
<p>๖) ของเล่น ทำเป็นเล่นไป หลายครั้ง เราจะมีเวลาว่างโดยไม่ตั้งใจนะครับ ถึงสนามบินก่อนเวลา นั่งเครื่องบิน ๕ ชั่วโมง นัดโดนยกเลิก ว่างช่วงสามทุ่มถึงเที่ยงคืน ฯลฯ เวลาเหล่านี้ ปล่อยให้ว่างไป ก็ใช่ที่ การมี iPod, iPad, Kindle ช่วยได้มาก เลยไม่ประหลาดใจที่หลายๆคนยอมจ่ายแพงสำหรับหูฟังดีๆทีึ่เป็นแบบ Noise Cancellation เพราะมันทำให้ได้สมาธิในการอ่าน หรือทำงานได้ดีขึ้น นานาจิตตัง แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ผมชอบใช้ Kindle / iPod / iPad พกไม่ยากนัก ไม่หนัก ลำโพงเล็กๆสำหรับฟังในโรงแรม ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ผมเริ่มใช้ ฟังเพลงหรือพอดคาสท์ก็ได้ สะดวกดี </p>
<p>๗) เสื้อผ้า อันนี้ ต้องมีอยู่แล้ว กลัวเขียนไม่ครบเท่านั้นเอง ก็เลยลงไว้ ชุดทำงาน ชุดนอน ชุดลำลอง(เผื่อ) เข็มขัด ถุงเท้า ชุดชั้นใน ผมเคยมีประสบการณ์เก็บกระเป๋าเพื่อเดินทาง ๓ วัน ๒ คืน พอไปถึง ถึงได้ทราบว่า นำกางเกงทำงานมาตัวเดียว ตอนปิดกระเป๋า ดันลืมหยิบใส่ ดีว่าเที่ยวนั้น ไปตอนหนาวนิดๆ ทำให้กล้อมแกล้มใส่ได้ และไม่มีใครสังเกตุเห็น พอกลับมาถึงบ้าน ประโยคแรกที่ภรรยาถามแกมหัวเราะคือ เป็นอย่างไรบ้าง เพราะเธอก็เห็นอยู่ว่า ลืมไว้ในห้องนอน </p>
<p>๘) สิ่งที่เลิกพก คือ มีดพับ Victorinox เพราะมันโดนริบไปสองสามชิ้นแล้ว สมัยก่อน ผมเดินทางไปเยอรมันบ่อย เคยซื้อเก็บสองสามชิ้น แต่ต่อมา พอมีการตรวจมากขึ้น โดนริบไปแบบเสียดายมากๆ ก็เลยเลิกใส่กระเป๋าไปเลย</p>
<p>เขียนเก็บไว้เตือนตัวเอง เพราะอีกไม่กี่วัน เดินทางอีกแล้ว </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/605/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/605/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/605/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/605/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/605/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/605/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/605/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/605/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/605/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/605/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/605/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/605/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/605/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/605/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=605&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2011/01/09/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ข่าวไม่ค่อยดี สำหรับช่างคุย #Changkhui</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2010/12/03/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2010/12/03/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Dec 2010 15:18:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=602</guid>
		<description><![CDATA[เครื่อง MacBook Pro ของผม มีปัญหาครับ อายุก็เกือบๆ ๔ ปี ทำงานได้ปกติ ให้เกิดเหตุเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นำไปบรรยายที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วต้องเสียบสายลำโพง เพื่อให้เสียงของเครื่องออกสู่เครื่องเสียงของทางโรงแรม ให้ปรากฎว่า ปลายสายที่ว่านี่ มันหักอยู่ในช่องหูฟังของเครื่องครับ ทำให้เครื่องผม ขณะนี้ ไม่มีเสียง ผมลองเสียบเจ้า USB Adapter ของหูฟัง Plantronics ของผม เพื่อให้มีเสียงออกมา จะได้ใช้งานได้ แต่ดูเหมือนว่า มันส่งผลให้การทำงานของเมาส์และคียบอร์ดของผม ผิดปกติไปบ้าง เอาเป็นว่า จะดันทุรังใช้ เครื่องนี้ตัดต่องานส่วนตัวให้เสร็จก่อน แล้วก็ส่งซ่อม ถ้าแพงนัก ก็คงต้องคิดอีกทีว่าจะทำอย่างไรครับ จะซื้อเครื่องใหม่ ก็ประมาณแปดหมื่น (เพราะต้องนำมา render วิดีโอแบบ HD ด้วย) เสียดายเงิน การบันทึกรายการ จะยังคงมีอยู่นะครับ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำ post-production ได้เมื่อไร<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=602&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เครื่อง MacBook Pro ของผม มีปัญหาครับ อายุก็เกือบๆ ๔ ปี ทำงานได้ปกติ ให้เกิดเหตุเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นำไปบรรยายที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วต้องเสียบสายลำโพง เพื่อให้เสียงของเครื่องออกสู่เครื่องเสียงของทางโรงแรม ให้ปรากฎว่า ปลายสายที่ว่านี่ มันหักอยู่ในช่องหูฟังของเครื่องครับ ทำให้เครื่องผม ขณะนี้ ไม่มีเสียง ผมลองเสียบเจ้า USB Adapter ของหูฟัง Plantronics ของผม เพื่อให้มีเสียงออกมา จะได้ใช้งานได้ แต่ดูเหมือนว่า มันส่งผลให้การทำงานของเมาส์และคียบอร์ดของผม ผิดปกติไปบ้าง</p>
<p>เอาเป็นว่า จะดันทุรังใช้ เครื่องนี้ตัดต่องานส่วนตัวให้เสร็จก่อน แล้วก็ส่งซ่อม ถ้าแพงนัก ก็คงต้องคิดอีกทีว่าจะทำอย่างไรครับ จะซื้อเครื่องใหม่ ก็ประมาณแปดหมื่น (เพราะต้องนำมา render วิดีโอแบบ HD ด้วย) เสียดายเงิน</p>
<p>การบันทึกรายการ จะยังคงมีอยู่นะครับ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำ post-production ได้เมื่อไร </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/602/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/602/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/602/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/602/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/602/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/602/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/602/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/602/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/602/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/602/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/602/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/602/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/602/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/602/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=602&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2010/12/03/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>๕ ชอบ ๕ ไม่ชอบ ปี ๒๕๕๓</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2010/11/15/%e0%b9%95-%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%95-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b9%92%e0%b9%95%e0%b9%95%e0%b9%93/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2010/11/15/%e0%b9%95-%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%95-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b9%92%e0%b9%95%e0%b9%95%e0%b9%93/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Nov 2010 15:49:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=594</guid>
		<description><![CDATA[๕ ชอบ ๑) iPad ชอบ โดยเฉพาะเวลาเดินทาง จะดูหนัง หรือโชว์สไลด์ให้ลูกค้าดู ลูกๆก็ชอบมากเหมือนกัน (ในตระกูล Gadget ของปีนี้ ชอบหลายชิ้น แต่ชิ้นนี้ ใช้งานมากที่สุด) ๒) การทำรายการวิดีโอ ทำลายกำแพงในใจที่มีมาตั้งนาน จับๆลูบๆคลำๆกล้องวิดีโอแบบกล้าๆกลัวๆมาสัก ๖ เดือน แล้วก็ตัดใจ ลองดู แน่นอนว่า เสียเวลาทำ post-production มากกว่าเดิมมากๆ แต่ก็เป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ๆที่สนุกและนำมาประยุกต์กับงานประจำได้ด้วย คิดว่า คนฟังก็น่าจะชอบเหมือนกันนะ แม้จะโหลดนานขึ้นก็เหอะ (เข้าข้างตัวเอง) ๓) ฟังเพลงมากขึ้น รู้จักวงใหม่ๆมากขึ้น ตั้งแต่รู้จัก #iHear ก็ทำให้รู้จักเพลงใหม่ๆมากขึ้น แม้บางวงจะดังมาหลายปีแล้ว อย่าง Body Slam, Scrubb หรือ Mild แต่ก็ไม่เคยฟังเพลงใหม่ๆสักที ปีนี้เริ่มรู้จัก Calorie Blah Blah, ลุลา, Body Slam, Ganesha, Groove [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=594&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>๕ ชอบ</strong><br />
๑) iPad<br />
ชอบ โดยเฉพาะเวลาเดินทาง จะดูหนัง หรือโชว์สไลด์ให้ลูกค้าดู ลูกๆก็ชอบมากเหมือนกัน (ในตระกูล Gadget ของปีนี้ ชอบหลายชิ้น แต่ชิ้นนี้ ใช้งานมากที่สุด)</p>
<p>๒) การทำรายการวิดีโอ<br />
ทำลายกำแพงในใจที่มีมาตั้งนาน จับๆลูบๆคลำๆกล้องวิดีโอแบบกล้าๆกลัวๆมาสัก ๖ เดือน แล้วก็ตัดใจ ลองดู แน่นอนว่า เสียเวลาทำ post-production มากกว่าเดิมมากๆ แต่ก็เป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ๆที่สนุกและนำมาประยุกต์กับงานประจำได้ด้วย คิดว่า คนฟังก็น่าจะชอบเหมือนกันนะ แม้จะโหลดนานขึ้นก็เหอะ (เข้าข้างตัวเอง)</p>
<p>๓) ฟังเพลงมากขึ้น รู้จักวงใหม่ๆมากขึ้น<br />
ตั้งแต่รู้จัก #iHear ก็ทำให้รู้จักเพลงใหม่ๆมากขึ้น แม้บางวงจะดังมาหลายปีแล้ว อย่าง Body Slam, Scrubb หรือ Mild แต่ก็ไม่เคยฟังเพลงใหม่ๆสักที ปีนี้เริ่มรู้จัก Calorie Blah Blah, ลุลา, Body Slam, Ganesha, Groove Rider, Stamp และ Mellow Motif (ทำไมไม่ใช้ชื่อไทยกันบ้างหว่า) รวมทั้งวงเก่าๆที่รู้จัก (ด้วยอารมณ์คิดถึงความหลัง) อย่าง Crowded House ก็มีชุดใหม่ออกมา เพื่อนๆก็หา Naoya Matsuoka มาให้ด้วย </p>
<p>๔) พาลูกไปภูเก็ต<br />
คิดถูกที่ตัดสินใจลางาน ๑ สัปดาห์ ช่วงวันแรงงาน ขับรถพาลูกไปเที่ยวทะเล ก่อนที่จะเปิดเทอม สงสารลูก ที่มีเราเป็นพ่อ โกงเวลาเสาร์อาทิตย์ มาจัดงานอดิเรก แทนที่จะเล่นกับพวกเขา แถมยังเอาเงินที่พวกเขาน่าจะได้ใช้ มาซื้อของเล่นพ่อซะนี่ พอเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแล้วก็ชื่นใจ เด็กๆมีความสุข ตัดต่อวิดีโอเก็บไว้ดูเล่นๆ อยู่กัน ๓ คนพ่อลูก ต่อไป พวกเขาคงจำไม่ได้แล้ว เพราะยังเด็กเกินไป แต่เชื่อว่า ความทรงจำนี้ยังอยู่กับพ่อไปตลอดชีวิต</p>
<p>๕) งานเลี้ยง ๔ ปี ช่างคุย<br />
เป็นความสุขที่ทำพอดคาสท์ และอบอุ่นกับมิตรภาพที่ได้รับทั้งจากทุกๆคน ยังชอบคิดว่า &#8220;เดี๋ยวเราก็ตายแล้ว อยากจะทำอะไร ก็ทำๆไปเถอะ&#8221; อยู่เลย คืนนั้น เมามาก ชอบไวน์และเบียร์ แม้จะตั้งใจไม่ซื้อมา แต่ก็มีคนนำเบียร์มาให้จนได้ ไม่ทราบว่า คนอื่นรู้สึกอย่างไร แต่คนจัดสนุกมาก ก็ถ้าทำรายการ เพราะอยากทำ จะจัดงานเลี้ยง เพราะกูอยากสนุก คงไม่มีใครว่าอะไรมั้ง แต่ปีหน้า (ถ้าจัดอีก) เก็บเงินแล้วนะ <img src='http://s2.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  </p>
<p><strong>๕ ไม่ชอบ</strong></p>
<p>๑) การจัดการปัญหาวิกฤติโดยภาครัฐ<br />
วิกฤติการเมือง ก็แก้ไม่ได้ วิกฤติภัยธรรมชาติ ก็พึ่งไม่ได้อีก ดูๆแล้ว อดีตนายกฯหลายๆท่าน ที่มีที่มาอย่างผิดคาดหรือไม่หวังอะไรเลย ยังดูจะให้ความหวังในการแก้ปัญหาได้มากกว่านายกที่มาจากการคาดหวังของคนทั้งชาติคนนี้เสียอีก เสียดาย แม้จะคิดว่า คุณอภิสิทธิ์ก็คงทำเต็มที่แล้วในข้อจำกัดที่มีอยู่ คนในประเทศทะเลาะกัน ที่ไหนก็มี ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ไหนก็มีเหมือนกัน วัดฝีมือคนจัดการจริงๆ</p>
<p>๒) 8520<br />
แค่เขียน ก็หงุดหงิดแล้ว ไม่พูดถึงมากดีกว่า เซ็ง อยากได้เครื่องอื่นหรือรุ่นอื่นมาแทน แต่ก็ไม่เคยเจอเครื่องถูกใจ iPhone4 ก็แพงเกินไป</p>
<p>๓) ที่นอน<br />
ลูกคนโตแย่งที่นอนพ่อ ลูกคนเล็ก ขึ้นไปนอนบนเตียงกับแม่ พ่อเลยโดนถีบกระเด็นไปนอกห้อง จนป่านนี้ แต่ละคืน ยังไม่รู้เลยว่า จะนอนตรงไหนของบ้านดี <img src='http://s2.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>๔) สื่อโทรทัศน์ในเมืองไทย<br />
ถึงขนาดว่า มีคนเสียชีวิต โทรทัศน์ทั่วไป ก็ยังมีละครและเกมส์ตามปกติ ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ข่าวคลิปตุลาการ ก็แทบไม่เห็นในสื่อ ข่าวอ่องซานซูจีและเลือกตั้งในพม่า ก็คงมองหน้ากัน แล้วหาไม่เจอว่า จะมีใครเล่าเรื่องข่าวต่างประเทศแบบไม่ต้องดูโพย และน่าเชื่อถือ ไม่น่าหมั่นไส้บ้าง ข่าวน้ำท่วม ก็ดูจะเกาะข่าว Twitter อยู่ในที แต่พอดูว่า โทรทัศน์แต่ละช่อง อยู่ในการอำนาจของใคร ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน </p>
<p>๕) เวลาที่ให้กับลูก ต่อเนื่องจากที่ชอบหัวข้อที่สี่ อีกไม่นาน ลูกๆก็จะโตเกินเราอุ้ม เข้าสู่วัยรุ่น และมีโลกส่วนตัวของตัวเองมากขึ้น แค่คิด ก็ใจหายแล้ว อยากให้เวลามากกว่านี้ แต่พอสอนการบ้านทีไร อารมณ์เสียทุกที ไม่ได้อย่างใจ เรื่องนี้ ต้องปรับปรุงตัวเอง</p>
<p>เรื่อง 3G ไม่นับ เพราะคิดว่าอยู่ใกล้ๆกับ ข้อ ๔ ของไม่ชอบไปแล้ว</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/594/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/594/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/594/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/594/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/594/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/594/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/594/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/594/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/594/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/594/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/594/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/594/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/594/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/594/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=594&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2010/11/15/%e0%b9%95-%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%95-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b9%92%e0%b9%95%e0%b9%95%e0%b9%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ไม่มีทางลัด</title>
		<link>http://changkhui.wordpress.com/2010/11/12/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://changkhui.wordpress.com/2010/11/12/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Nov 2010 14:58:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>changkhui</dc:creator>
				<category><![CDATA[podcast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://changkhui.wordpress.com/?p=588</guid>
		<description><![CDATA[๑) &#8220;พอเว็บสนุก (Sanook.com) ขายให้กับกลุ่ม MWeb ได้ (เมื่อปี ๒๕๔๒) กลายเป็นกรณีตัวอย่างแรกของเมืองไทย ก็มีคนเชิญผมไปคุยเยอะเลย เพราะดูแล้ว เว็บผม (Tarad.com, Thaisecondhand.com) น่าจะเป็นรายต่อไป บางที่ ผมเข้าไปแล้วตกใจ มีผู้บริหารกว่า ๓๐ คน นั่งรอผมอยู่ พอผมพูดจบ ถามผมกันใหญ่เลย business model เป็นอย่างไร ต้องใช้ CapEx เท่าไร ต้องมี OpEx เท่าไร Break-even เท่าไร ผมไม่รู้เรื่องเลย บางคำถาม ผมยังนึกในใจเลยว่า กูจะไปรู้ได้ยังไงวะ พอประชุมเสร็จ ยังมีพี่ท่านหนึ่งเดินตามออกมา แล้วก็อธิบายให้ฟังว่า แต่ละเทอมคืออะไร สำคัญอย่างไร นอกจากนี้แล้ว ยังมีเจ้าของกิจการใหญ่ของประเทศรายหนึ่ง เรียกผมไปคุย พอพรีเซ็นท์งานเสร็จแล้ว ท่านก็เรียกมานั่งข้างๆ สาธยายใหญ่เลยว่า บริษัทในเครือของท่าน มีอะไรบ้าง ใหญ่โตขนาดไหน เสร็จแล้ว ก็ขมวดปมตอนท้ายว่า ท่านสนใจจะซื้อบริษัทผม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=588&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๑) &#8220;พอเว็บสนุก (Sanook.com) ขายให้กับกลุ่ม MWeb ได้ (เมื่อปี ๒๕๔๒) กลายเป็นกรณีตัวอย่างแรกของเมืองไทย ก็มีคนเชิญผมไปคุยเยอะเลย เพราะดูแล้ว เว็บผม (Tarad.com, Thaisecondhand.com) น่าจะเป็นรายต่อไป บางที่ ผมเข้าไปแล้วตกใจ มีผู้บริหารกว่า ๓๐ คน นั่งรอผมอยู่ พอผมพูดจบ ถามผมกันใหญ่เลย business model เป็นอย่างไร ต้องใช้ CapEx เท่าไร ต้องมี OpEx เท่าไร Break-even เท่าไร ผมไม่รู้เรื่องเลย บางคำถาม ผมยังนึกในใจเลยว่า กูจะไปรู้ได้ยังไงวะ พอประชุมเสร็จ ยังมีพี่ท่านหนึ่งเดินตามออกมา แล้วก็อธิบายให้ฟังว่า แต่ละเทอมคืออะไร สำคัญอย่างไร นอกจากนี้แล้ว ยังมีเจ้าของกิจการใหญ่ของประเทศรายหนึ่ง เรียกผมไปคุย พอพรีเซ็นท์งานเสร็จแล้ว ท่านก็เรียกมานั่งข้างๆ สาธยายใหญ่เลยว่า บริษัทในเครือของท่าน มีอะไรบ้าง ใหญ่โตขนาดไหน เสร็จแล้ว ก็ขมวดปมตอนท้ายว่า ท่านสนใจจะซื้อบริษัทผม แต่ขอแลกเป็นหุ้น ผมนึกในใจว่า งั้นผมก็กินแกลบน่ะสิ ว่าแล้ว ก็ยกมือไหว้ลาไป ที่แปลกที่ีสุด คือมีคนญี่ปุ่น ๒ คนมาเคาะประตูบริษัท มาแบบไม่รู้จักกันมาก่อน หลังจากที่พูดคุยกันแล้ว ก็สรุปได้ว่า เขาสนใจจะนำเงินมาลุงทุนให้ผม ๑ ล้าน จะเอาไปทำอะไรก็ได้ ซึ่งตอนนั้น ผมก็ปฏิเสธไป เพราะนึกไม่ออกว่า จะนำเงินก้อนนั้นไปทำอะไร อ้อ ลืมบอกไป ๑ล้านนั้น คือ ๑ ล้านเหรียญสหรัฐนะครับ ซึ่งค่าเงินตอนนั้น ก็อยู่ที่ ๔๐ ล้านบาท&#8221;</p>
<p>&#8220;จากนั้น ผมก็มาลองเปิดร้านขายของจริงๆ เช่าพื้นที่ในตึกฟอร์จูน เปิดร้านขายของมือสอง คิดว่า มันก็เข้าท่าดี สอดรับกับธุรกิจหลักของเว็บเรา (ThaiSecondHand.com) แล้วก็มีนิตยสาร นำสินค้ามาลง ทำหมดทั้งสามอย่าง น่าจะไปได้ดี แต่ก็พบว่า เจ๊งครับ สุดท้ายเหลือแต่เว็บที่เรามาตั้งแต่ต้น แต่ก็ไม่เคยนึกเสียใจ เพราะอย่างน้อย เราก็ได้ลองแล้ว&#8221;<br />
จากบทสัมภาษณ์ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ในรายการ ช่างคุย ตอน ๑๘๗ &#8211; ๑๘๘ เว็บช่างคุย.คอม ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓</p>
<p>๒)  &#8220;ผมก็ยังสงสัยนะ เพราะว่า พอถามว่า เขาจะไปขยายการลงทุนที่ไหน เขาก็ยังไม่อยากตอบ หรือว่า ยังไม่มีคำตอบ ก็ไม่รู้&#8221;<br />
&#8220;แล้วคาดว่า เขาจะมีรายได้ประมาณเท่าไรล่ะครับ&#8221;<br />
&#8220;น่าจะประมาณ xxx ล้านบาทต่อปีนะ แต่เงินที่ได้จากการระดมทุน ก็น่าจะประมาณ xxxx ล้านบาทแล้ว&#8221;<br />
&#8220;แล้วมันจะพอเหรอ&#8221;<br />
&#8220;นั่นสิ ถ้ามองว่า ต้องเอาเงินไปทำอะไร ก็ต้องบอกว่า พอ แต่ถ้ามองคู่แข่งรอบๆ ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบนัก&#8221;<br />
&#8220;ค่า P/E เท่าไร EBITDA ล่ะ แล้ว จะมีโอกาสที่สินค้าที่เขาผลิตอยู่นี่ จะมีอะไร หรือเทคโนโลยีใหม่ มาแทนที่ไหม&#8221;<br />
&#8230;.<br />
จากบทสนทนาที่ผมอยู่ในวงสนทนาด้วยระหว่างผู้สนใจลงทุนในบริษัทใหม่ กับ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน </p>
<p>สองบทสนทนาข้างต้น เป็นบทสนทนาที่ผมอยู่ในวงสนทนาทั้งคู่ บทสนทนาแรกเป็นการพูดคุยกันในรายการพอดคาสท์ช่างคุย (Changkhui.com) ที่ผมจัดเอง คุณภาวุธ ตอบคำถามแบบตรงไปตรงมามาก และหลายๆคำตอบ ก็ตรงใจผมพอสมควร คงต้องเล่าให้ฟังก่อนมั้งว่า คุณภาวุธ คือผู้ก่อตั้งเว็บไซด์ซื้อขายของออนไลน์ Tarad.com (ตลาด.คอม) ที่ติดอันดับต้นๆของประเทศนี้ สำหรับคนที่ท่องเที่ยวตามเว็บ social network ต้องได้เคยผ่านตาเขามาบ้าง </p>
<p>ทั้งสองบทสนทนานั้น เกิดขึ้นห่างกันไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ผมฟังแล้ว ก็ยังรู้สึกว่า มองกันคนละมุมจริงๆ อดนึกถึงเมื่อตอนที่เราต้องกู้เงินธนาคาร เพื่อทำโรงแรม คำถามของเจ้าหน้าที่การเงิน แทบจะไม่ต่างจากบทสนทนาที่สอง เพียงแต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวคุยกับผม (ซึ่งเป็นผู้ลงทุน)โดยตรง ในฐานะของคนที่เริ่มประกอบการแล้ว (ทำธุรกิจหอพักเล็กๆ และดูแลบริษัทให้เพื่อนของผมเอง ในขณะนั้น) ทำให้ผมอดรู้สึกแปลกๆต่อคำถามเหล่านี้ไม่ได้ พนักงานธนาคารที่ได้รับเงินเดือนประจำ ทำไมถึงเก่งกล้าขนาดว่าจะประเมินธุรกิจของผู้ประกอบการอิสระ(ที่มีประสบการณ์แล้ว)ได้เชียวหรือ พอมาคุยกับคุณภาวุธ ผมก็อดยิ้มไม่ได้ เจ้าตัวก็โดนเหมือนกัน ผมเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ผู้บริหารกว่า ๓๐ คนนั้น ปัจจุบันอยู่ที่ไหนกัน ในขณะที่ Tarad.com กลายเป็นธุรกิจข้ามชาติไปแล้ว</p>
<p>มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า Reality Check เขียนโดยคุณ Guy Kawasaki แนะนำการเริ่มต้นธุรกิจที่เข้ากับสถานะการณ์เหล่านี้ได้ดี คุณ Guy เป็นคนอเมริกัน เชื้อสายญี่ปุ่น มีชื่อเสียงเมื่อสมัยทำงานอยู่ Apple ในแง่คนที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี ปัจจุบัน เขาเป็น Venture Capitalist นั่นคือ ลงทุนบริษัทต่างๆที่ดูมีอนาคต โดยแลกเป็นหุ้น และเมื่อบริษัทเหล่านี้ประสบความสำเร็จ เขาก็จะสามารถทำกำไรได้จากหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ </p>
<p>ก็แน่นอนว่า เมื่อเป็นคนมีเงิน และบ่งบอกตัวเองชัดเจนว่า มีอาชีพลงทุน ดังนั้นในแต่ละวัน เขาจะได้ฟังเรื่องราวของผู้ประกอบการหลายคน และเกือบทุกคนมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือมาขอเงินนั่นเอง เมื่อฟังไปหลายๆครั้ง เป็นปีๆ  จากเดิมที่เขียนแนะนำใน Blog ของเขา (<a href="http://www.GuyKawasaki.com">http://www.GuyKawasaki.com</a>) เขาก็เลยนำมารวบรวม พิมพ์ออกมาเป็นเล่ม ด้วยเหตุที่ว่า พอเป็น Blog แล้ว บทความเก่าๆ มักจะตกหล่น หาลำบาก สู้พิมพ์ออกมาเป็นเล่มไม่ได้ </p>
<p>ผมอ่านผ่านๆตา แม้จะซื้อมาแล้วสองสามปี แต่ก็ไม่มีสมาธิที่จะอ่านให้จบ ทั้งๆที่พบว่า เขาเขียนหนังสือได้อ่านง่ายมาก และหลายๆคนที่เขาเชิญมาคุย เพื่อนำมาเป็นบทสัมภาษณ์ในหนังสือนั้น ผมเองก็พอรู้จักหรือเคยอ่านหนังสือของคนเหล่านั้นบ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่น คำแนะนำอย่างหนึ่งของเขาที่ผมชอบมากคือ คุณไม่ควรใช้สไลด์เกิน ๑๐ แผ่นในการคุย ทั้งนี้ เพราะ venture capitalist นั้น ผ่านการคุยมาหลายต่อหลายคนแล้ว แต่ละวัน ก็ต้องฟังคนใหม่ๆตลอด สิ่งที่น่ารำคาญคือ อารัมภบทและสไลด์ห่วยๆที่ไม่ควรเสียเวลาทำ หรือนำมาแสดงให้ดู ว่าแล้วคุณ Guy ก็เชิญคุณ Garr Reynolds ผู้เขียน Presentation Zen และ Presentation Zen Design มาคุย แล้วก็ลงบทสนทนา หรือ เมื่อในการเล่าเรื่องราวแผนธุรกิจที่คุณจะนำเสนอ ก็ควรมีเรื่องหรือประเด็นที่แตกต่างออกไปในการเล่า โดยเชิญผู้เขียนหนังสือ Made to Stick คือ พี่น้อง Chip and Dan Heath มาคุย</p>
<p>ประเด็นที่ผมติดใจจากการบทสนทนาข้างต้นทั้งสอง และจากหนังสือ reality check นั้น คือ การที่เราเดินไปข้างหน้า โดยไม่โกหกตัวเอง และผู้ลงทุน คุณ Guy ชี้หลายๆจุดที่ผู้ประกอบการมือใหม่ มักพยายามลืมๆมันซะ หรือเลี่ยงที่ไม่พูดถึง และคิดว่า ไม่น่าจะมีใครรู้ เขาไล่ตั้งแต่การหาเงินทุน การทำตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจ้างงาน การขาย การสื่อสาร จนกระทั่งถึงการทำงาน หลายๆหัวข้อเรียกรอยยิ้มได้ ตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านเรื่อง เช่น Top10 สิ่งที่นักลงทุน(ตัวเขาเอง)มักจะโกหก Top10 สิ่งที่ CEO มักจะโกหก หรือสิ่งที่วิศวกรมักจะโกหก</p>
<p>บทสนทนาของคุณภาวุธ นอกจากจะทำให้ผมนึกถึงหนังสือเล่มนี้แล้ว ยังอดนึกไปถึงบทสัมภาษณ์&#8221;เถ้าแก่น้อย&#8221; อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ในงานสัมมนาของประชาชาติธุรกิจไม่ได้ (ลองดูที่เว็บช่างคุย.คอม รายการ ช่างคุยกับหนุ่มเมืองจันท์ ตอนที่ ๑๕ &#8211; ๑๗) ทั้งสองคนนี้ เป็นเรื่องราวของผู้ลงทุนรายใหม่ ที่จริงๆแล้ว แนวทางแทบจะไม่แตกต่างกัน แม้จะคนละธุรกิจ แต่เส้้นทางในตอนต้น ก็ต้องลำบากมาด้วยกันทั้งนั้น </p>
<p>บทความบทนี้ เป็นบทความสุดท้ายแล้วที่ผมจะเขียนให้นิตยสาร Go Training ก็เลยอยากจะยกตัวอย่างของคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจว่า ต้องผ่านอะไรมาบ้าง และต้องรับฟังความเห็นของคนอื่นๆที่อยู่รอบๆข้าง สิ่งที่เขาคุยกันเมื่ออยู่ลับหลัง (บทสนทนาที่สอง) และหลุมพราง อุปสรรค์ที่ทุกคนต้องเจอ โดยใช้ Reality Check เป็นคู่มือ ตามเท่าที่ผมจะพอแนะนำได้</p>
<p>ใครจะไปนึกครับว่า แค่ปี ๒๕๕๓ ปีเดียว คนไทยเราจะได้เจอเหตุการณ์คนในชาติ รบกันเอง เมื่อเดือนพฤษภาคม เจอปัญหาเศรษฐกิจ ค่าเงินบาทแข็งตัว และขณะที่เขียนบทความนี้อยู่ เราก็เจอเหตุการอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบสิบปีเลยทีเดียว ลองศึกษาจากบทเรียนคนอื่น หาทางประยุกต์ และอย่าประมาทเด็ดขาด เส้นทางสู่ความสำเร็จ ไม่มีทางลัดครับ สวัสดีครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/changkhui.wordpress.com/588/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/changkhui.wordpress.com/588/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/changkhui.wordpress.com/588/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/changkhui.wordpress.com/588/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/changkhui.wordpress.com/588/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/changkhui.wordpress.com/588/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/changkhui.wordpress.com/588/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/changkhui.wordpress.com/588/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/changkhui.wordpress.com/588/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/changkhui.wordpress.com/588/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/changkhui.wordpress.com/588/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/changkhui.wordpress.com/588/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/changkhui.wordpress.com/588/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/changkhui.wordpress.com/588/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=changkhui.wordpress.com&amp;blog=1875788&amp;post=588&amp;subd=changkhui&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://changkhui.wordpress.com/2010/11/12/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9a35f77f64a710b8c9492e1b442a7e3c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">changkhui</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
